“โคราช” ของผมจะติดอันดับหนึ่ง แทบทุกปี ส่วน ระนอง แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี มักติดอันดับท้าย ๆ ก็สะใจนักข่าว (ง่าว) เขาหละ

และแล้วผมก็ได้อ่านข่าวสถิติสงกรานต์ง่าวๆ แบบ เดิมๆ อีกหนึ่งปี  เพราะสื่อไทย ยังทำได้เพียงแค่สะท้อนข้อมูลตำรวจง่าว  โดยทำการจัดอันดับว่า ปีนี้จังหวัดไหนจะ “ตาย” มากกว่ากัน

 

ส่วนใหญ่แล้ว “โคราช”  ของผมจะติดอันดับหนึ่ง แทบทุกปี ส่วน ระนอง แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี มักติดอันดับท้าย ๆ  ก็สะใจนักข่าว (ง่าว) เขาหละ ที่แต่ละปีจะได้มีโอกาสแสดงภูมิง่าวบันลือโลกกันสักที

 

ก็ธ่อ...โคราช มันเป็นจังหวัดบ้านนอกที่มีประชากรสูงสุด (ประมาณ 3 ล้านคน) แถมเป็นประตูสู่อีสาน ที่มีรถวิ่งเข้ามาจากทั่วสารทิศจากทั่วประเทศที่ไปหากินกันตาย เพื่อกลับบ้านไปหาพ่อแม่ลูกเมีย (เพราะมีรัฐบาลโง่ ทำให้ต้องไปหากินกันตายแบบนี้ ทั้งที่อีสานแสนอุดม)   

 

...แล้วขับรถมาแจมออกันอยู่ที่ปากประตูสู่อีสาน เล็กนิดเดียว  แล้วมันจะไม่ชนกันระเนระนาดมากที่สุดได้อย่างไรเล่า ท่านนักข่าวเอ๋ย   ...หัดใช้สมองตรองดูกันมั่งนะไอ้อีหนูทั้งหลายเอ๋ย ...  ถ้ามันไม่เป็นที่หนึ่งนี่สิ ถึงน่าคิดว่ามันเกิดอะไรที่ผิดปกติขึ้น

 

การสรุปสถิติแบบนี้ ทุกปี ๆ แสดงว่าอะไร ..แสดงว่าการศึกษาไทยมันล้มเหลวใช่ไหม เพราะไอ้พวก (ไร้) สารสนเทศพวกนี้ มันคิดกันได้แค่นนี้เอง ...ตื้น ๆ    ก็ครูอาจารย์มันโง่ ก็คงหมดหวังว่าลูกศิษย์มันจะฉลาดไปได้   ...ก็รับสถิติง่าวกันไปถ้วนหน้า ก็แล้วกัน

 

ถ้าจะให้ยุติธรรมขึ้นมาสักหน่อย (แม้ไม่ทั้งหมด) ช่วยคิดเฉลี่ยเป็น อบห. ต่อหัวประชากรได้ไหม  (แม้หัวประชากรแถบนี้มันจะชอบใส่เสื้อสีฉูดฉาดบาดตาเพื่อแสดงความเสี่ยวเสล่อเร่อร่าตามประสาคนบ้านนอกเสียเป็นส่วนมากก็ตามทีเถอะ)

 

ถ้าทำแบบนี้ เผลอๆ ระนอง อาจติดอันดับหนึ่งนะ สิบ่อกไห้ ไอ้สื่อโง่เอ๋ย

 

เอ้า ด่าหยาบคายมานาน   ขอสร้างข่าวดีๆ น่าสำราญใจบ้าง...โดยปีนี้ขอทำนายว่า อุบัติเหตุที่ภาคอีสานจะลดลงมากกว่าปีก่อนๆ อย่างมีนัยสำคัญ

 

เหตุผลคือ...เพราะคนที่นิยมใส่เสื้อสีฉูดฉาดจำนวนมากจะไปฉลองสงกรานต์กันที่ต่างประเทศ (เขมร และ ลาว)   ซึ่งน่าจะทำให้การจราจรลดลงไปมาก  และอุบัติเหตุก็จะลดลงไปด้วย ตามหลักบัญญัติไตรยางค์

 

แต่ไม่วายคิดไปว่า  ...โห...ไอ้พวกนี้มันรวยกันจริง ขนาดทำไร่ไถนายังมีเงินเดินทางไป ตปท. เพื่อฉลองสงกรานต์และรดน้ำดำหัวคนที่ไม่ใช่เป็นญาติผู้ใหญ่ของพวกมันเสียอีกด้วย

 

ขนาดผมปีนี้เสียภาษีไปประมาณ 350,000 บาท (มากกว่ารายได้ที่ยังไม่หักภาษีของคนพวกนี้ที่บังอาจไปเที่ยวเมืองนอก)   ยังไม่เคยกล้าไปเที่ยวตปท.แบบที่ต้องใช้เงินตัวเองเลยสักครั้ง  ..ก็เสียดายเงินน่ะ เพราะกว่าจะเอาเหงื่อไคลแลกเงินรายได้มาเสียภาษีเพื่อสร้างถนน เสาไฟฟ้า ให้หมู่บ้านนอกคอกนาห่างไกลความเจริญของคนพวกนี้ได้  ก็เหนื่อยกายใจสมองอารมณ์แทบแย่ตลอดมายาวนาน 

 

ส่วนพวกมันทำไร มั่ง นอกจากรับจ้างเดินขบวน และรับเงินซื้อเสียงไปวันๆ แถมมีนักวิชากร  ngo มาเอาใจตลอด

 

ดังนั้น ผมเลยเสียดายที่จะเอาเงินที่หามาได้แสนยาก และเสียภาษีไปมาก เพื่อไปเที่ยวเล่นไร้สาระในต่างประเทศ   ไปฉลองสงกรานต์และกราบเท้าไอ้คนพาลผลาญประเทศแบบนั้น

 ...สู้เก็บเอาไว้บริจาคให้พวกทำงาน “กู้ชาติ” ดีกว่า

 

...คนถางทาง (๑๒ เมษายน ๒๕๕๕)