(ตอนที่แล้วเล่าเรื่องฝันของหลวงพ่อ และ หลวงเฮีย ที่ตรงกันอย่างเหลือเชื่อ เพราะไปเกี่ยวกับไอ้สองหนุ่มที่ว่า)

 

พอหลวงพ่อเล่าฝันให้ฟังเสร็จ โยมสีกาเจ้าของเพิงก็โพล่งออกมาว่าทันควันว่า “นั้นแหละ หลวงพ่อ ไอ้สองคนนั้นแหละ ไม่ใช่ใครอื่น เมื่อปีกลายมันเป็นโจรจรมาที่หมู่บ้านนี้ มานอนพักอยู่ที่เพิงที่หลวงพ่อจำวัดนี่แหละ แล้วถูกโจรด้วยกันที่หักหลังกันเองมาล้อมยิงนอนตายอยู่ที่เพิงนี้แหละ วิญญาณของมันดุร้ายมาก เที่ยวออกอาละวาดหลอกหลอนผู้คนในหมู่บ้านจนไม่เป็นอันหลับอันนอนเป็นปี จนพวกเราต้องไปนิมนต์พระธุดงค์มาปัดรังควาน และสะกดวิญญาณของมันไว้ให้อยู่เฉพาะที่ศาลานี้เท่านั้น ไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านข้างนอก แต่นั้นมาชาวบ้านก็อยู่กันอย่างสงบ เมื่อเช้าหนูก็ว่าจะเอาอาหารมาใส่บาตรหลวงพ่อแต่เช้ามืด แต่เห็นมันยังมืดอยู่ก็เลยไม่กล้ามาค่ะ กลัวผีน่ะค่ะ รอให้สว่างมากๆซะก่อน”

 

ฮ่วย…หลวงเฮียแอบค้อนอยู่ในใจ มีผีดุก็ไม่บอกกันก่อน คงอยากลองของพระธุดงค์ให้สนุกกันแหงๆเลยไม่ยอมบอก มิน่าเล่าไอ้กางเกนยีนส์และเสื้อยีนส์ที่ตากอยู่บนขื่อน่ะ คงจะเป็นของเจ้าหมอสองคนนี้แน่ๆ

 

 ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเราถูกผีหลอกในฝันก็ไม่ทราบได้ แต่เราก็ผ่านเหตุการณ์แปลกๆอันนั้นมาได้โดยสวัสดิภาพ คนดีผีต้องคุ้มแน่นอน หรือถูกผีหลอกคุ้มก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

คิดย้อนจับผิดโยมคนนี้ ว่าไปแล้วแกคงอุบเงียบไม่บอกใครว่ามีพระธุดงค์มาปักกลด เพราะถ้าบอก รับรองได้เลยว่าชาวบ้านจะแห่กันมาตักบาตรจนล้นสักสิบเท่า และนั่นคงคือเหตุผลทำไมเราไม่ได้ข้าวสักเม็ด การที่เธออุบเงียบไว้ก็คงเพราะเธอต้องการบุญแต่เพียงผู้เดียว ไม่ยอมแบ่งให้ใคร อาหารที่ทำมาถวายนั้นทั้งปริมาณและคุณภาพมันเหลือเชื่อจริงๆ

 

...คนถางทาง (๖ เมย. ๒๕๕๕)