ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกันนาน ๆ ความสะอาดพึงรู้ได้ด้วยการงาน กำลังใจพึงรู้ได้ในเวลามีอันตราย และพึงรู้ได้โดยกาลนาน ๆ ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนากันและต้องสนทนากันนาน ๆ”

บทเรียนในบทเรียน

                 เรื่องราวขององคุลีมาล  ถ้าศึกษาหาอ่านให้ลึกซึ้งแล้วจะได้บทเรียนที่ดีมาก  เพราะชีวิตขององคุลีมาล  เป็นชีวิตที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง   โดยเฉพาะชีวิตด้านมืดขององคุลีมาล เป็นชีวิตที่ให้บทเรียนแก่ผู้ศึกษาเรียนรู้เป็นอันมาก  องคุลีมาลมีชีวิตด้านมืดขึ้นมาได้เพราะ

                1.   มีครูบาอาจารย์ที่หูเบา  เมื่อ  อหิงสกะ (องคุลีมาล) ได้เข้าไปศึกษาศิลปะศาสตร์กับทิศาปาโมกข์ผู้หนึ่งในเมืองตักศิลา   อหิงสกะเป็นศิษย์ที่มีความขยันขันแข็งในการทำงานให้แก่อาจารย์   มีความประพฤติเรียบร้อย  เจรจาอ่อนหวาน  มีความเด่นกว่า  บรรดาศิษย์คนอื่น ๆ   จึงเป็นที่รักของอาจารย์มาก

                ความเด่นความดีของอหิงสกะส่งผลให้ศิษย์ร่วมสำนักบางคนเกิดความอิจฉา   ได้คบคิดกันหาทางกำจัดอหิงสกะ  โดยแบ่งพวกกัน  3  พวก  พวกแรกไปบอกอาจารย์ว่า อหิงสกะคิดการจะทำร้ายอาจารย์  แต่ถูกไล่ออกมาเพราะอาจารย์ไม่เชื่อ  พวกที่  2  เข้าไปบอกอีกอาจารย์ไม่เชื่อ  แต่พอพวกที่  3 เข้าไปบอกอาจารย์เริ่มเชื่อแล้วเพราะ ข่าวตรงกัน  อาจารย์จึงคิดหาทางฆ่าอหิงสกะโดยให้อหิงสกะไปหาพวงมาลัยที่ร้อยด้วยนิ้วมือคน  1,000  นิ้วมาให้อาจารย์จะสอนมนต์ที่ชื่อว่า  วิษณุมนต์   เมื่ออหิงสกะยอมรับไปฆ่าคน  จนกระทั่งได้นิ้วมือมาร้อยพวงมาลัย  999  นิ้ว และเมื่อโจรอหิงสกะมีพวงมาลัยนิ้วมือคล้องคอ  คนจึงเรียกว่า องคุลีมาล  แปลว่า “ผู้มีนิ้วมือเป็นพวงมาลัย” 

                นี่คือที่มาข้อแรกที่อหิงสกะคนดีต้องเป็นโจรเพราะมีครูที่หูเบา  หลอกให้เขาเป็นโจร

                2.  มีเพื่อนร่วมสำนักที่ไม่ดี   ดังเล่ามาในข้อแรกว่า เพราะเพื่อนร่วมสำนักอิจฉา  แล้ววางแผนกันไปแจ้งข่าวให้ทิศาปาโมกข์เกลียดและคิดฆ่าอหิงสกะ   อหิงสกะจึงต้องกลายเป็นโจร   แล้วต่อไปจะถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองฆ่าให้ตาย

                กล่าวถึงด้านมืดมา  2  ข้อแล้ว  เห็นว่า  ชีวิตด้านสว่างขององคุลีมาลก็มี  และเป็นการมีที่มีค่ามหาศาลมาก  เพราะเป็นชีวิตที่พ้นทุกข์   ด้วยการปฏิบัติธรรมจนบรรลุเป็น พระอรหันต์ และถึง นิพพานในที่สุด   ด้วยเหตุนี้องคุลีมาลมีครูดี  มีพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตรเป็นครูผู้ประเสริฐ   เป็นผู้ทรงพระมหาเมตตากรุณา  คือ  ชีวิตของ         องคุลิมาลจากด้านมืดมาสู่ด้านสว่าง

                จากการศึกษาประวัติขององคุลิมาลแล้วเห็นว่า  พฤติกรรมของคนนั้นจะต้องดูกันนาน ๆ  ก่อนที่จะตัดสินว่า  ใครดี  ใครชั่ว   ดั่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสกับพระเจ้าปเสนทิโกศล  ในสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งอยู่ภายนอกซุ้มประตู     ตอนเย็นวันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าเฝ้าไม่นานนักมีนักบวชลัทธิต่าง ๆ    คือ   ชฏิล   7  คน   นิครนถ์ 7 คน   อทลกะ  7  คน  เอกสาฎกนิครนก์  7  คนและปริพพาชก  7  คน  เป็นผู้ไว้ขนรักแร้ยาวเล็บยาว  ถือบริขารต่าง ๆ เดินผ่านไป

                เมื่อพระเจ้า ปเสนทิโกศลเห็นนักบวชพวกนี้ก็ก้มลงคารวะแล้วหันมาทูลพระพุทธเจ้าว่า  นักบวชเหล่านั้น  คงเป็นพระอรหันต์  พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

                “มหาบพิตร  พระองค์บริโภคกาม  ยากที่จะทรงทราบว่าคนเหล่านี้เป็นพระอรหันต์หรือไม่   ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกันนาน ๆ  ความสะอาดพึงรู้ได้ด้วยการงาน  กำลังใจพึงรู้ได้ในเวลามีอันตราย  และพึงรู้ได้โดยกาลนาน ๆ   ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนากันและต้องสนทนากันนาน ๆ

                ธรรมะของพระพุทธองค์บทนี้  เราควรนำมาพิจารณาอยู่เนือง ๆ  เพราะในสังคมปัจจุบันนี้มีเรื่องราวที่สอดคล้องกับข้อธรรมนี้มากมาย  เช่น   คนดี   คนชั่วพึงดูกันนาน ๆ  คนโกง  คนไม่โกงพึงดูกันนาน ๆ  ของจริง   ของไม่จริง  พึงดูกันนาน ๆ

                เรื่องราวของพระองคุลิมาลนี้ นำมาจากหนังสือ พุทธสาวก   พุทธสาวิกา (เสถียรพงษ์   วรรณปก: 2544 )  โดยมีเรื่องย่อดังนี้

                องคุลิมาล   เป็นบุตรของปุโรหิตแห่งราชสำนักพระเจ้าปเสนทิโกศล   บิดานามว่า  คัคคะ   มารดานามว่า  มันตานี   วันที่องคุลิมาลเกิดนั้น ในท้องพระคลังแสงแห่งราชสำนักเกิดแสงรุ่งโรจน์ขึ้นที่อาวุธทุกชนิด  ปุโรหิตคัคคะแหงนหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า  เห็นดาวโจรลอยเด่นอยู่จึงกราบทูลว่าเด็กที่เกิดขึ้นเวลานี้เป็นมหาโจรชื่อดัง   และเมื่อปุโรหิตกลับถึงบ้านก็รู้ว่าตนมีลูกชายแล้ว  จึงกลับไปกราบทูลให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงทราบและขอพระบรมราชานุญาตกำจัดเสีย แต่พระเจ้าปเสนทิโกศลทัดทานไว้

                ปุโรหิตตั้งชื่อลูกชายว่า อหิงสกะ ( ผู้ไม่เบียดเบียน)  เมื่อโตขึ้นก็ส่งให้ไปศึกษากับทิศาปาโมกข์  ณ  เมืองตักกศิลา  อหิงสกะได้ทำงานช่วยเหลืออาจารย์จนเป็นที่รักของอาจารย์มาก  ส่งผลให้เพื่อน ๆ ร่วมสำนักหลายคนอิจฉา  วางแผนฆ่าอหิงสกะ  โดยเข้าไปยุให้อาจารย์โกรธ เกลียดและหาทางกำจัดเสีย    เมื่ออาจารย์เชื่อเพื่อนของอหิงสกะแล้ว  จึงวางแผนว่าจะสอนวิษณุมนต์ให้แต่อหิงสกะต้องฆ่าคนตัดนิ้วมาทำพวงมาลัยคล้องคอให้ได้ 1,000  นิ้ว  ความอยากเรียนรู้มนต์ทำให้อหิงสกะหลงเชื่ออาจารย์  ฆ่าคนตัดนิ้วร้อยพวงมาลัยได้ 999  นิ้ว  คนจึงเรียกว่า “องคุลิมาล

                ความดุร้ายของโจรองคุลิมาล  เดือดร้อนถึงกษัตริย์ ปเสนทิโกศล  จะต้องยกกำลังไปกำจัดองคุลิมาลในวันพรุ่งนี้  ข่าวนี้รู้ถึงนางมันตานีผู้มารดา   ดังนั้นนางจึงเดินทางจะไปพบองคุลิมาล  เพื่อจะบอกให้หนีไปให้พ้น

                เช้านี้เอง พระพุทธเจ้าได้ทราบด้วยพระญาณว่า  องคุลิมาล  จิตฟั่นเฟือนแล้ว  ถ้านางมันตานีไปพบเข้า องคุลิมาลก็จะฆ่านางเพราะจำแม่ของตนไม่ได้  องคุลิมาลจะบาปมาก เพราะเป็น “อนันตริยกรรม”  พระพุทธองค์จึงเสด็จไปพบองคุลิมาลก่อนที่นางมันตานีจะไปถึง

                มหาโจรเห็นคนเดินมา  ไม่สนใจว่าเป็นพระสงฆ์หรือใครผู้ใด   จับดาบชูขึ้นแล้ววิ่งไล่ไปจนเหนื่อย  แต่วิ่งไม่ทันทั้ง ๆ ที่เห็นพระพุทธองค์ทรงเสด็จดำเนินตามปกติ  พระองค์ทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ให้องคุลิมาลไล่ตามไม่ทัน  องคุลิมาลร้องตะโกนว่า “หยุดสมณะหยุด

                พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า “เราหยุดแล้ว  แต่เธอยังไม่หยุด”  องคุลิมาลเกิดความสงสัยจึงถามต่อ  พระพุทธองค์ทรงตอบว่า  “เราหยุดทำบาป  แต่เธอยังไม่หยุด”  เท่านี้เององคุลิมาลวางดาบลงเข้าไปกราบทูลพระยุคลบาท  รับฟังโอวาท  พระองค์ทรงตรัสสอน  แล้วประทานอุปสมบทให้    และนำกลับไปยังพระเชตะวัน

                แรก ๆ ที่พระองคุลิมาลไปบิณฑบาตในเมือง  ได้ข้าวบ้างไม่ได้ข้าวบ้างเพราะประชาชนจำได้  เกิดความกลัวพากันวิ่งหนี  บ้างก็ขว้างด้วยอิฐ   ด้วยไม้   ด้วยดิน  ได้รับความเจ็บปวด  พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนให้อดทนไว้  เป็นเพราะเศษกรรมที่เคยทำมาก่อนยังมีอยู่

                วันหนึ่ง  เมื่อพระองคุลิมาลสามารถช่วยเหลือหญิงท้องแก่ให้คลอดง่ายและทั้งแม่ลูกมีความแข็งแรง  ด้วยการเปล่งวาจาตั้งสัตยาธิษฐานส่งกระแสจิตไปให้ผู้หญิงท้องแก่คนนั้นเธอก็คลอดอย่างง่ายดาย 

                ข่าวที่พระองคุลิมาลช่วยเหลือผู้หญิงให้คลอดลูกง่าย แพร่ไปทั่วชุมชน  ทำให้ผู้คนเลิกกลัวพระองคุลิมาลต่อไป  และเมื่อพระองคุลิมาลบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมในที่สุดก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์

https://docs.google.com/docume...