ประตูสู่ความเป็น "ครูสอนดี" ยุคใหม่กับ "ไอซีที"

ประตูสู่ความเป็น “ครูสอนดี” ยุคใหม่กับ “ไอซีที”

         “ครูต้องพยายามดึงตัวเองเข้าหาไอซีทีให้มากขึ้น เพราะเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนของลูกศิษย์ และใช้ในการพัฒนาศักยภาพครูเองด้วย”
        สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดฝึกอบรม “การใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 2/2555” ระหว่างวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้เครือข่ายสสค.จำนวน 29 คน ตั้งแต่หลักสูตรการใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน หลักสูตรเชื่อมโยงการใช้งานอีเมลและโซเซียลมีเดีย ก่อนจะยกระดับเป็นหลักสูตรสื่อการสอนมัลติมีเดียในครั้งต่อไป โดยเชื่อมโยงกับวิทยากรที่มาจากศูนย์ไอซีทีชุมชนนำร่อง 25 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนายสรวี บรรลือทรัพย์ ผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนตำบลบ้านเพรียง จ.สมุทรปราการ และน.ส.สายสุณีย์ แสงก่ำ ผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนบ้านศาลเจ้าพ่อ จ.นครราชสีมา ร่วมเป็นวิทยากร หลังจากที่สสค.ได้เซ็นสัญญาทำความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ไปเมื่อเร็วๆนี้
        นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสสค. กล่าวว่า งานของสสค.เป็นการเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน ประเด็นสำคัญคือ การเชื่อมโยงภาคธุรกิจมาช่วยพัฒนาการศึกษา เน้นทักษะวิชาชีพ ซึ่งมีต้นแบบที่ดีทั้งไต้หวัน เยอรมัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ที่ลงทุนใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน
        “มีคนทักว่า หากเราพัฒนา ICT เร็ว จนทำให้คนที่เข้าถึง ICT อยู่แล้วได้เปรียบ ก็จะสร้างให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องทบทวนว่า ทำอย่างไรให้ ICT ไม่เป็นตัวขยายความเหลื่อมล้ำ สสค.จึงเชื่อมโยงงานที่แต่ละหน่วยงานที่ทำอยู่แล้วมาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเครือข่ายครูสอนดี ที่เข้าไปช่วยเด็กผู้ขาดโอกาสในรูปแบบต่างๆ ร่วมกับวิทยากรและศูนย์ไอซีทีนำร่องที่เข้มแข็งจากกระทรวงไอซีที ร่วมกับองค์ความรู้ของสกว.และสวทช. ในการทดลองพัฒนาต้นแบบ ICT ซึ่งอยู่ในช่วง Develop & Research (D&R) เป็นตัวนำร่องเพื่อพัฒนาตัวต้นแบบไว้ทดลองในโรงเรียน เพื่อให้ครูและเด็กใช้ได้จริง ก่อนขยายไปทั่วประเทศ” ผู้จัดการสสค.กล่าว และเพิ่มเติมว่า
        “กระทรวงไอซีทีมีนโยบายยก ICT ชุมชนให้เข้าถึงชาวบ้านได้จริง โดยเริ่มต้นที่ 25 แห่งที่เป็น ICT ชุมชนแนวหน้า เข้ามาช่วยดำเนินการร่วมกัน สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ ICT เป็นเครื่องมือให้เข้าถึงเด็กได้จริง คือ “คน” และถ้าเป็นประตูไปถึงเด็กเยาวชนก็อาจจะได้เฉพาะบริเวณเด็กที่ใกล้โรงเรียน แต่ถ้าติดอาวุธให้ครู ก็จะได้เด็กจำนวนมาก และทำให้เกิดความยั่งยืนได้ด้วยการสร้างเครือข่ายครูและเด็กที่สสค.มีอยู่ไว้กับศูนย์ไอซีทีชุมชนที่กระจายตัวทั่วประเทศ”
        ครูลักขณา เครือวัลล์ ครูนาฏศิลป์โรงเรียนอนุบาลชุมชนบางบ่อ (ศุภพิพัฒน์รังสรรค์) จ.สมุทรปราการ หนึ่งใน “ว่าที่ครูสอนดี” เปิดใจถึงการเรียนไอซีทีว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครูยุคศตวรรษที่ 21 แม้กระทั่งการเรียนการสอนนาฏศิลป์ที่ใครอาจเข้าใจว่าเป็นศาสตร์ยุคโบราณ แต่ลืมนึกไปว่า “ดนตรี” เป็นภาษาสากล ทำให้เป็นจุดแข็งในการเรียนรู้ร่วมกันบนโลกออนไลน์
       “นาฏศิลป์ดนตรีอาจพิเศษกว่าการเรียนรู้แบบอื่นเพราะมีความเป็นสากล ไม่ได้ยึดติดอยู่กับกระดาษเพียงแผ่นเดียว การเรียนจึงเริ่มจากการประยุกต์ใช้รูปแบบการฝึกสอน เทคนิค ท่วงทำนอง และการนำเสนอที่แตกต่างกัน ทำให้เด็ก และครูผู้สอน ต้องตื่นตัวตลอดเวลา ฉะนั้นครูต้องพยายามดึงตัวเองเข้าหาไอซีทีให้มากขึ้น เพราะเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนของลูกศิษย์ และใช้ในการพัฒนาศักยภาพครูเองด้วย” ครูลักขณาเล่า 
        ครูลักขณา ยังกล่าวด้วยว่า “ การมาร่วมอบรมครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ตัวเอง เหมือนเราก้าวขึ้นบันไดขั้นที่ 1 ถ้าไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีคนเปิดประตูรับ มันก็ไม่ได้ ตัวเองเคยลงทุนซื้อโน๊ตบุ้คไว้ที่บ้านเป็นปีแล้วแต่ไม่เคยเปิด รู้สึกกลัวไม่ค่อยกล้าสัมผัส แต่พอได้มาเรียนพื้นฐานกับเพื่อนครูที่ไม่เป็นเหมือนกัน แล้วทำได้ มีอีเมล เฟสบุ๊คของตัวเองก็เริ่มรู้สึกสนุก ต่อไปจากที่เคยให้เพื่อนครูรุ่นใหม่เปิดหาข้อมูลอัพเดตในอินเตอร์เน็ตก็มั่นใจว่า ต้องทำเองได้”         
        ส่วนครูวิชิต คำหย่อน วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา อีกหนึ่ง “ว่าที่ครูสอนดี” ผู้สอนเด็กขาดโอกาส จ.นครราชสีมา กล่าวถึงการสมัครมาอบรมไอซีทีครั้งนี้มีความตั้งใจที่จะเปิดโลกตัวเองในห้องเรียนออนไลน์ อยากจะรู้ว่าว่าสังคมของครูออนไลน์เป็นอย่างไรบ้าง เพื่อกลับไปพัฒนาตัวเอง และยกระดับการเรียนการสอนทั้งในห้อง และนอกห้องที่มักได้จากประสบการณ์ตรง
        “ผมสอนวิชาโยธา ก่อสร้างและสถาปัตยกรรม ในระดับปวช.และปวส. ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน วัสดุอุปกรณ์ การคำนวณความคุ้มค่าราคา ฉะนั้นการค้นหาข้อมูลพื้นฐานในการวิเคราะห์จึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งแต่ก่อนจะมีหนังสือที่ประมวลราคาพื้นฐานในแต่ละปีออกมา แต่ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว เพราะมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สงคราม การเกิดภัยธรรมชาติ ต่างๆเล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบทั้งสิ้น ในฐานะครูผู้สอนจึงต้องเรียนรู้ที่จะประยุกต์ใช้ไอซีทีให้เป็นประโยชน์” ครูวิชิตกล่าว และสรุปว่า
       “หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผมรู้สึกคิดตรงกันกับดร.กฤษณพงษ์ (กีรติกร) ประธานกรรมการสสค.คนที่ 2 ที่ให้เกียรติกล่าวขอบคุณพวกเราแทนเด็กว่า เราเปรียบเหมือนครูแม่ข่ายที่จะช่วยขยายงานในพื้นที่ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนั้น ผมก็คิดว่า เป็นโอกาสดีที่ครูที่ผ่านการฝึกอบรม ต้องกลับไปทำงานกันต่อเป็นเครือข่าย โดยเฉพาะการเรียนการสอนยุคใหม่ที่แม้จะมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษาอยู่บ้าง แต่ให้ขอคิดว่า แม้ลูกศิษย์หรือครูจะจนเงิน แต่ต้องไม่จบปัญญาในการพัฒนาตัวเอง!”