บุคลิกที่ดีสำหรับคนยุคใหม่

บุคลิกที่ดีสำหรับคนยุคใหม่

            คนหนุ่มสาวยุคใหม่นี้รูปร่างหน้าตาดูสวยงามดีกันไปหมดทุกคน ไปไหนมาไหนทำให้ดูเพลินจำเริญตาไม่น่าเบื่อ ไม่รู้เป็นเพราะว่ามนุษย์เรามีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนทำให้ความไม่สวยไม่งามด้านสรีระค่อยๆ หดหายไปจากโครโมโซมหมดแล้ว หรือว่าเป็นเพราะคนหนุ่มสาวยุคนี้เขาเรียนรู้วิธีตกแต่งร่างกายกันเป็นอย่างดี ยังไงก็ไม่ทราบ แต่ผลลัพธ์ก็คือ ทำให้ดิฉันรู้สึกสนุกกับการไปไหนมาไหนมากขึ้น เพราะว่าจะได้พบเห็นคนสวยๆ งามๆ อยู่ตลอดเวลานั่นเอง

แต่หลายครั้งก็พบว่า คนสวยๆ งามๆ นั้น หลายคนก็เป็นคนที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย ถามใครๆ ดูก็ได้ความตรงกัน นั่นเป็นเพราะคนหนุ่มสาวส่วนหนึ่ง มัวแต่สนใจเรื่องความงามของหน้าตา เนื้อตัว เสื้อผ้า หน้า ผม จนพากันลืมความงามด้านกิริยา วาจา ใจ ไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ความสวยงามที่มีนั้นกลับกลายเป็น “สวยแต่รูป จูบไม่หอม” ไปเสีย คะแนนนิยมที่ใครต่อใครแอบให้ในใจเกือบเต็มสิบเมื่อแรกเห็น ก็จำต้องถดถอยลงมาเหลือคาบเส้นเมื่อได้สัมผัสใกล้ชิดยิ่งขึ้นในเวลาต่อมา

หนุ่มสาวเหล่านี้คงลืมไปว่า “บุคลิกภาพที่เหมาะสมกับวัย” เป็นส่วนสำคัญในการเสริมเสน่ห์และสร้างเอกลักษณ์ให้แต่ละคนดูโดดเด่นขึ้นมาได้เป็นอย่างดีที่สุด

บุคลิกภาพ ไม่ใช่แค่แต่งตัวดี

มีความเข้าใจผิดว่า การแต่งกายดีๆ ก็ทำให้บุคลิกภาพดีได้แล้ว ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น การแต่งกายดูดีเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพต่างหาก ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะต่อให้คุณแต่งกายดีวิเศษแค่ไหน หากถ้อยคำหรือการกระทำของคุณมันไม่ชวนฟังชวนดูเอาเสียเลย เครื่องแต่งกายก็ช่วยไม่ได้ค่ะ ต่อให้คุณแบกยี่ห้อ 20 ดีไซน์เนอร์เอกของโลกไว้ก็เถอะ

ในทางที่ถูกคือ เมื่อคุณแต่งกายดีงาม คุณควรรู้ตัวเสมอว่าคนทั่วไปจะให้ความสนใจกับคุณเป็นพิเศษอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การแต่งกายดีต้องเป็นสิ่งที่เตือนใจคุณให้ระวังกิริยาวาจาให้มากขึ้น ไม่ใช่ทำให้คุณปล่อยตัวตามสบาย นึกจะพูดจะทำอะไรก็ทำโดยไม่ยั้งคิด เพราะมั่นใจว่า “ฉันแต่งตัวดี” อย่างนั้นต้องบอกเลยว่า คุณมีโอกาสพลาดได้มากทีเดียว

บุคลิกที่เหมาะสม ต้องดูกาลเทศะ

คนหนุ่มสาวมักมีไฟในการทำสิ่งต่างๆ อยู่มาก ความคล่องตัวจึงค่อนข้างสูง หนำซ้ำความมั่นใจก็สูงยิ่งขึ้นไปอีก จึงมีโอกาสทำผิดได้ง่าย เนื่องจากความกล้าตัดสินใจอย่างชนิดรวดเร็ว เฉียบขาดนั่นเอง ดิฉันจึงอยากขอให้คุณหนุ่มสาวไฟแรงทั้งหลายช่วยคิดใคร่ครวญให้ดีก่อนทำอะไร ด้วยว่าเป็นกาลเทศะใด หรือว่ามีใครอยู่ใกล้หรือเกี่ยวข้องด้วยบ้าง

บ่อยทีเดียวที่พบว่า ความมั่นใจของคนๆ หนึ่งกลับเป็นสิ่งทำลายบุคลิกภาพของเขาลงในสายตาของบุคคลอื่นรอบตัว คุณๆ คงเคยพบเห็นหนุ่มสาวที่อยู่ในวงสนทนาของผู้ใหญ่แล้วมักจะพูดแทรก หรือคอยร่วมแสดงทัศนะอยู่ตลอดเวลา บางคนถึงขั้นผูกขาดวงสนทนาไว้ให้เป็นเวทีปราศรัยส่วนตัวเลยก็มี อย่างนี้ก็เสียคะแนนเรื่องกาลเทศะไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เลยล่ะค่ะ เพราะว่าวงสนทนาของผู้ใหญ่มักเป็นไปเพื่ออรรถรสในการสนทนาสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งโดยมากจะมีประสบการณ์หรือความเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก่อน หลายเรื่องมีแง่มุมที่ “รู้กัน” อยู่เฉพาะในวงผู้ใหญ่

การที่คนรุ่น “จูเนียร์” ได้มีโอกาสนั่งในวงสนทนาของบรรดา “ซีเนียร์” นั้น เป็นเวลาที่ควรจะฟังให้มากกว่าพูด เพื่อเก็บสะสมประสบการณ์ แนวคิดแง่มุมของ “ซีเนียร์” ทั้งหลาย จะได้ประโยชน์และได้รับความนิยมมากกว่าการอวดฉลาด กระโดดเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว ความคิดแบบ “จูเนียร์” นั้น มักจะไม่เข้าประเด็น...ก็ไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดเท่ากับผู้ใหญ่ทั้งหลายนี่คะ จะไปออกความเห็นได้เข้าท่าเข้าทางง่ายๆ ก็ผิดไปล่ะ...เป็นเหตุให้ทั้งวงต้องหยุดมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ย้อนให้ “เด็กๆ” ที่ไม่รู้ความฟัง บ่อยๆ อย่างนี้ก็ทำเขากร่อยกันจนเข็ดไปเลย...ก็ต้องเข้าใจนะคะว่า ทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่ค่อยชอบ

ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นสำหรับคนหนุ่มสาว แต่ต้องอยู่คู่กับความพอดีหรือความเหมาะสมด้วย การฝึกตัวเองให้คุ้นเคยกับความพอดี ทำได้โดยเริ่มจากการใส่ใจผู้อื่นรอบตัวให้มากขึ้น หมั่นสังเกตอารมณ์ ความรู้สึกของเขา ให้ความเคารพกับผู้อื่นให้มากเหมือนกับที่เคารพตัวเอง แล้วคุณก็จะค่อยๆ พบจุดที่เป็นความพอดีได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยการพัฒนาบุคลิกภาพที่เหมาะสมให้คุณด้วย

ดิฉันเชื่อว่า พลังของคนหนุ่มสาวนั้นมีความหมายมากสำหรับโลกในวันพรุ่งนี้ การที่คนหนุ่มสาวจะฝึกตนให้รู้จักความเหมาะควรเสียแต่ในวันนี้ ย่อมบ่งชี้ได้ว่า โลกในวันข้างหน้าของเราจะเป็นโลกแห่งความพอเหมาะพอดี ไม่ขาดๆ วิ่นๆ อย่างในทุกวันนี้