จากผู้เต็มใจให้สู่ผู้เปิดใจรับ นำมาซึ่งความรู้สึกดีๆและความปิติในหัวใจ :กลายเป็นกัลยาณมิตรหัวใจสีเขียว:

 

     วันศุกร์แห่งชาติวานนี้ น้องสาวของคุณโอภาส ได้พาหนุ่มๆวิศวะ มข. สองนายมาชมสวนผักหวานข้าพเจ้าเองพึ่งได้รู้จักกับสองหนุ่มเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานที่ จ.ชัยภูมิด้วยกัน...

 

...ให้รู้สึกถูกชะตากับสองหนุ่ม อยู่สารคามและนครพนมแต่มาเรียนที่มข.(มหาวิทยาลัยขอนแก่น ป.โทปีสุดท้าย)...

 

...น้องสาวแฟนทำธุรกิจขายตรงบริษัทหนึ่ง ทั้งสองนายเป็นลูกทีม รายที่อยู่นครพนมที่บ้านปลูกยางพารา พ่อแม่เป็นเกษตรกรก็เลยต้องการให้ลูกเรียนสูงๆทำงานในห้องแอร์...

 

...แต่พอข้าพเจ้าได้ฟังคนรุ่นใหม่เปิดใจในมุมมองด้านการเกษตรก็รู้สึกดีใจที่หลายๆคนคิดว่าคนรุ่นใหม่คงไปไอทีหมด ไม่หันมาปลูกต้นไม้รักการเกษตรหรอก แต่พอได้ฟังแนวคิด"ทำงานในห้องแอร์เงินเดือนสูง แต่ชีวิตไม่มีอิสระเป็นลูกน้องเขาอยู่ดี" คงเป็นแนวคิดบวกต้นทุนชีวิต พอที่จะเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเองได้ง่ายอยู่...

 

...พอชมรอบสวนบวกเก็บยอดผักหวาน(ได้ทานผักหวานสดๆจากต้น2ครั้งหลงรักผักหวานเลยทั้งสองหนุ่ม วางแผนปลูกผักหวานของตัวเอง)...

 

...มีรถยนต์คันหนึ่งจอดคุยกันอยู่ถนนตรงหน้าบ้าน(ในใจคิดว่าคงจอดรถคุยกัน) แต่พอไม่นานรถยนต์คันดังกล่าวก็วิ่งช้าๆเข้ามาในสวน ลักษณะไม่ค่อยมั่นใจ คนขับเดินลงมาถึงได้รู้ว่ามาตามหาอุฑยานผักหวานป่านี่เอง คงหลงทางเลยสวนไปหลายรอบ แต่ก็ยังดีที่หากันจนเจอก่อนค่ำ(15.30 น.)...

 

...ข้าพเจ้าและทีมน้องสาวแฟนได้เข้าไปดูที่นาที่อยู่เลยสวนเข้าไปประมาณ2กม. แขกที่มาเยือนมาท่านเดียวก็เลยปล่อยให้คุยกับคุณโอภาสแบบเต็ม(วัยใกล้เคียงกัน)...

...กลับออกมาจากแปลงนาแขกก็ยังไม่กลับ คุยกันถูกคอ(ต้นไม้)ผู้รับปิติใจในสิ่งที่ได้รับ ประทับใจกับสิ่งที่เห็นกว่าจะออกจากกันทุ่มกว่าๆมืดสลัวๆ...

***เป็นอีกหนึ่งความอิ่มใจของผู้ให้เช่นกันที่ผู้รับเปิดใจรับ สำหรับกัลยาณมิตรผักหวานป่าสร้างป่า จากทีมหนุ่มๆวิศวะที่มาสวนวันนี้ ทำให้ท่านที่มาเยือนนึกถึงลูกของตัวเองด้วยเช่นกันกับแนวทาง ทางเลือกที่จะนำเสนอกับลูกหลาน***