...
บันทึกนี้มีเรื่องเล่ารายทางที่ผ่านพบขณะเดินทางแอ๋วเหนืออยู่ในช่วงขาล่องลงใต้ครับ
เป็นอันว่าเราจากเมืองเวียงพิงค์ผ่านเมืองลำพูนเข้าเขตเมืองลำปางแล้วมุ่งลงมาที่เมืองตากแม้จะเป็นเมืองเหนือที่ดูอุดมสมบูรณ์ แต่ยังคงเห็นความแห้งแล้งของฤดูกาล เพราะต้นไม้ใบหญ้าแห้งกรอบ
เราไปจอดรถที่เขื่อนภูมิพลไปดูความแข็งแรงของเขื่อนครับยังคงสภาพดีอยู่ไม่มีวี่แววว่าเขื่อนแตกนะครับ

แล้วเราต่อลงมาผ่านเมืองกำแพงเพชร มาแวะทานข้าวที่เมืองนครสวรรค์ประเภทตัวใครตัวมัน
แล้วเราผ่านเข้าเมืองชัยนาททะลุออกมาเมืองสิงห์บุรีมาโผล่เมืองอ่างทองแล้วผมเองก็หลับไหลลืมตื่นแม้รถจะทำหน้าที่ผ่านไป
เข้าเขตอยุธยามาถึงปทุมธานี ผ่านนนทบุรี เลยกรุงเทพ ฯ เข้าเขตนครปฐมทะลุมาเมืองสมุทรสาคร ล่องลงผ่านเมืองสมุทรสงครามเข้าเขตเมืองเพชรบุรีผ่านเมืองประจวบคีรีขันธ์แล้วเข้าเขตเมืองชุมพรเห็นท้องฟ้าสว่างมาจอดรถที่เมืองไชยาลงไปล้างหน้าล้างตา
แล้วแวะรับพระธรรมจากสวนโมกเพื่อคารวะครูบาอาจารย์ที่เคยสอนบรรยายหลักพุทธธรรมให้ฟังเมื่อครั้งลงมาปฏิบัติธรรมในปี พ.ศ. 2529

ตรงนี้หน้าต่างเปิดไว้ช่วงตี 5 ผมเคยมาแอบดูท่านอาจารย์พุทธทาส ท่านนั่งพิมพ์งานด้วยพิมพ์ดิดเครื่องเดิม ๆ เสียงดังเป๊าแป๊ะ ๆ เห็นถึงวิถีธรรม ความขยัน ทำปัจจุบันขณะให้ถึงพร้อมเลยนะครับนี่...
ไปชมที่เดิม ๆ เคยท่องไป...

นี่คือลานโบสถ์ธรรมชาติห้ามกวาดใบไม้ช่วงฤดูนี้เพื่อรักษาความสมดุล

นี่ศาลาหินโค้งที่ผมเคยนั่งฟังท่านเจ้าคุณอาจารย์บรรยายธรรม...

เหมือนมาได้รับแจกดวงตาแห่งธรรมอีกครั้งนะครับนี่...

อ้าว กลับถึงใต้แล้วนี่ครับ คราวนี้
สวัสดีครับ คุณ โสภณ เปียสนิท
ค่ำคืนนี้อยู่เมืองหาดใหญ่ครับ ยามเย็นถึงค่ำมีสายฝนโปรยปรายลงมาหนาเม็ด เย็นสบาย ๆ
พอหันลงมาทางใต้เห็นป่าไม้สดเขียว...ธรรมชาติสดชื่นครับ..อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ