ทุกคนหนีความตายไม่พ้นจำอย่างไรให้ตายดี
ในงาน HA National Forum ครั้งที่ 13
ที่ห้อง Grand Diamond ณ อาคาร IMPACT Forum เมืองทองธานี ในวันที่ 15 มีนาคม 2555 เวลา 10.30-12.00 น. มีการบรรยายเรื่อง
“การดูแลเพื่อการตายดี มิติหนึ่งของการดูแลสุขภาพองค์รวม (Good Dying Care: A Part of Holistic Health Care)”
พระไพศาล วิศาโล
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์
พญ.ลักษมี ชาญเวชช์
คุณพรวรินทร์ นุตรวงศ์
และคุณกนกวรรณ กนกวนาวงศ์ บ.อสมท. ผู้ดำเนินรายการ
คนสนใจฟังเป็นจำนวนมาก นำบรรยากาศและเนื้อหามาฝากค่ะ
พระไพศาล
ความตายเป็นธรรมดาของชีวิต เกิดแน่นอน ไม่ควรหลีกหนีหรือปฏิเสธแต่ควรเรียนรู้ ยอมรับความจริง เตรียมตัวเตรียมใจ เผชิญหน้ากับความตาย เมื่อวันนั้นมาถึง ไม่ใช่จุดสิ้นสุดแต่เป็นข้อต่อหนึ่งของกระบวนการเกิดดับ วัฏสงสาร ไม่มีที่สิ้นสุด
มันอยู่ทุกขณะของชีวิต
อยู่คนละด้านของเหรียญเดียวกัน ไม่ใช่คนละขั้ว มีในหนุ่มสาว ไม่มีข้อยกเว้น อยู่กับเราทุกลมหายใจ เซลเปลี่ยนแปลงไปรวบยอดตอนร่างกายใกล้แตกดับ
ความตายไม่ใช่แค่กายภาพ หัวใจหยุดเต้นแต่มีมิติจิตใจมาเกี่ยวข้อง
ความตายไม่ใช่เหตุแห่งทุกข์ ทัศนคติ ท่าทีของเราต่อความตายต่างหาก ตายไม่น่ากลัวเท่าการกลัวตาย
ตายไม่สร้างทุกข์ ตายไม่ใช่วิกฤติแต่เป็นโอกาสด้านจิตใจ นำพาผู้คนสู่ความสุขสงบโดยการยกระดับทางจิตใจ จิตวิญญาณ
ความตายมีหลายประเภท ตายดี ตายลำบาก
ตายที่ดีก็มี ตายอย่างสงบ เกิดปัญญา
ไม่ใช่ดูตอนตายเท่านั้น ก่อนตายเป็นอย่างไร
คุณภาพชีวิตดี-ตายดี
กระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิ ทุรนทุราย ตายไม่ดี
ปัจจุบันดึงความตายไว้ ใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ ประวิงความตาย ทุกข์ทรมาน ทางกายภาพ กระบวนการรักษายื้อ ไม่สนใจจิตใจ คุณภาพชีวิต ลดทอนเหลือกายภาพ มองข้ามจิตใจ พยายามทุกอย่างให้ความตายเกิดช้าที่สุด ทรมาน
ระบบสุขภาพมองความตายเป็นความล้มเหลวของทีมแพทย์ พยาบาล เสียหน้า
ในคนใกล้ตายดูแล มักให้เวลาน้อย ทำอะไรไม่ได้แล้ว จริงๆ เขาต้องการการพูดคุย รอยยิ้มหมอ
ทำความเข้าใจที่ถูกต้อง ดูแลกาย จิตใจ มาดูจิตใจ ต้องร่วมมือกัน 3ฝ่าย ทั้งผู้ดูแลและ ผู้ป่วยญาติในด้านร่างกาย จิตใจ
คุณค่าต่อชีวิตมีอิทธิพลมาก
ตายอย่างไร สงบหรือทุรนทุราย
เกิดผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคม ไม่ใช่แต่ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดการเปลี่ยนแปลง ตระหนัก เป็นไปได้
ตายดี ไม่ใช่แต่การอยู่ดีอย่างเดียว ตายดีด้วย
อยู่ดีอย่างเดียวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตายดีด้วย
ตายอย่างสงบ
เห็นความสำคัญของการทำความดี สร้างบุญ สร้างกุศล
นึกถึงความดี ไปอย่างสงบ ไม่มีความทุกข์ใจ หายเศร้าหมอง
และได้เข้าใจความสำคัญของการฝึกจิตใจ รับมือความเจ็บป่วย การตาย
ญาติให้ความสำคัญการดูแลด้านจิตใจของผู้ป่วย ทำให้มีประโยชน์ต่อจิตใจเข้าใจความตายถูกต้อง เปลี่ยนได้มาก
การบริการทางสุขภาพ การรักษาตอนนี้เปรียบกับการยื้อชีวิต ผู้ป่วยทุกข์มากขึ้น
ตายบ้าน ตายวัด
ระบบสุขภาพเปลี่ยนแปลงไปถ้าเตรียมตัวตายดี
ชีวิตผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ไม่เอาแต่เสพสุข
ไม่ยึดมั่นถือมั่น หากตักตวง สะสม ยึดมั่น ชีวิตก็ทุกข์ที่ต้องสูญเสีย
คน“ลืมตาย” มักสะสมทรัพย์ เสพสุข อำนาจ ทำใจไม่ได้ เกิดการเอาเปรียบ ทำลายสิ่งแวดล้อม การเข้าใจเรื่องความตายเปลี่ยนทิศทางสังคมได้มาก
ปัจจุบันดู ความสำเร็จ สนุก สุข หนุ่มสาว กลัวแก่เจ็บตายเพราะความตายเป็นปฏิปักษ์ต่อ 4 อย่างนี้
ความสำเร็จ สนุก สุข หนุ่มสาว จริงๆไม่ใช่สาระ เอาไปไม่ได้
จำเป็นต้องแก้ทัศนคติทางสังคม
ปฏิบัติดีต่อชีวิต สุขภาพ สังคมอย่างไร
วิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต สปสช.ควรพูดเรื่องความตายด้วย ในโรงเรียนแพทย์ สื่อมวลชน เด็กควรเข้าใจเรื่องการตายดี การาตายดีเป็นสิทธิของทุกคน
นพ.โกมาตร
ศรัทธาในท่านพุทธทาส
ความตาย ต้องตายก่อนตาย รอใกล้ตายเตรียมไม่ทัน ต้องให้คุ้นเคย ความตายเป็นโอกาส
สมัยก่อนมองเป็นวงกลม วัฏสงสาร หมุนเวียนมา เกิดกี่ภพกี่ชาติ เวียนว่ายตายเกิด มีชาตินี้ชาติหน้า มีความหวัง มุ่งทำความดี
สมัยนี้สังคมมองเวลาเป็นเส้นตรงจึงมักจะตักตวง
ตายดีแต่ก่อนเรียกตายโหง
หลายกรณีเกิดประเด็นทางจริยธรรม
จึงต้องมีเกณฑ์การตายขึ้น
พญ.ลักษมี
ในการทำงานพบว่าบางครั้งผู้ป่วยพร้อม ญาติไม่พร้อม
ผู้ป่วย สังคม ครอบครัว
การสร้างความเข้าใจกับครอบครัวผู้ดูแล
ภาวะเจ็บป่วยที่คุกคามชีวิต เริ่มป่วยเริ่มดูแลแบบpalliative care จัดกิจกรรม คิดบวก ไม่ซึมเศร้าที่จะได้เจอระยะสุดท้าย
ผู้ป่วยเป็นปัจเจกบุคคล
อาจารย์พรวรินทร์
การกอดมีพลัง
เล่าเรื่องยายมาเฝ้าตาที่ป่วย หมอจะให้กลับยายยังไม่พร้อม อาจารย์พรวรินทร์ได้กอดยาย และนัดกอดทุกวัน ต่อมายายพาไปเยี่ยมตา ยายได้กอดตาและกอดทุกวันจนวันหนึ่งยายพร้อมจะพาตากลับบ้าน อาจารย์ได้ช่วยเหลือให้ได้เตียงรพ.ไปด้วย ยายดูแลตา กอดทุกวัน ด้วยความมุ่งมั่น ให้กำลังใจ จนตาเสียชีวิตอย่างสงบ ตายท่ามกลางความรัก ยายก็ใจสงบ ขอบคุณอาจารย์พรวรินทร์
อาจารย์เล่าถึงการดูแลสามีที่ป่วยเป็นมะเร็งใช้ การกอดเป็นพลัง จนอาการดีมาจนถึงปัจจุบัน
ข้าพเจ้าฟังบรรยายด้วยความสนใจ
วิทยากรแต่ละท่านถ่ายทอดเนื้อหาได้กินใจ
ฟังแล้วได้แรงบันดาลใจดีๆ นำมาคิดเตือนตน
-ดูแลผู้ป่วยคำนึงถึงจิตวิญญาณให้มากๆ มีโอกาสให้รีบช่วยเหลือ ไม่มีอะไรนอกเหนือหน้าที่ ยังมีบทบาทอิสระอีกมากที่พยาบาลทำได้
-ดูแลลูก ดูแลแม่ดีๆ ห่วงใย ใส่ใจ ให้เวลา คำนึงถึงจิตใจจิตวิญญาณ
-ดูแลผู้ป่วย ดูแลคนรอบข้างเหมือนญาติมิตร
-ความตายใกล้ตัว ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน มุ่งทำความดีไว้
-ตายก่อนที่จะตาย
สวัสดีค่ะน้องnamsha.
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ
เรื่องนี้น่าสนใจมากค่ะ ได้ตระหนัก ไตร่ตรอง มองตนและได้แรงบันดาลใจดีๆจากเรื่องกอด วิทยากรถ่ายทอดได้ดีมากค่ะ