....
หมาตัวใหญ่ นอนแน่นิ่งข้างถนน
มันสงสัย ทำไมมันถึง รู้สึกเจ็บปวดซะเหลือเกิน
ไร้เรี่ยวแรง ที่จะขยับตัว
หลังเสียงกึกก้องกัมปนาท
ดังปังงงงงงงงง!!!!.........
เสียงเครื่องยนต์ กระทั่ง เสียงร้องเอ๋งเอ๋งงงงงง... เอ๋งงงงงง ....
มันก็ยังสับสน เสียงของใครกัน ร้องด้วยความเจ็บปวดสุดชีวิต
เด็กน้อยยืนรุมล้อม พลางมอง ชี้บอกเพื่อนเพื่อน
"รถชน-หมาข้างถนน" นอนแน่นิ่ง
"ตาย-หรือ-ยัง" พลางไต่ถาม
"ไม่รู้ มันนอนนิ่ง ไม่กล้าจับ" อีกคนในกลุ่มตอบ
เด็กน้อยกลุ่มนี้ พากันจ้องมองหมา
ด้วยไม่รู้ว่า จะต้องทำอะไรให้มากไปกว่านี้
คำว่า ตายอย่างหมาข้างถนน
ความหมายชัดเจน ด้วยภาพ ข้างหน้า
ฉัน ผ่าน มา
แค่ผ่าน มาพบ นับแต่นั้น หมาตัวนี้ ก็เป็นของฉัน
ของฉัน ตราบจนวัน ที่มันตาย ฉันผู้ซึ่ง เกลียดหมา
ฉันกับเพื่อนเพื่อน น้องน้องที่ทำงาน ที่มีจิตใจเมตตารักสัตว์
หมั่นมาดูแล ให้ข้าว ให้น้ำ ให้อาหาร
แม้ว่า น้องน้องบางคน ไม่มีเงินมากมาย
แต่ก็เจียดเงิน ซื้ออาหารหมาแช่แข็ง จากร้านสะดวกซื้อ
มาให้ ด้วยจิตที่อยากให้ แบ่งปันสัตว์ผู้ร่วมโลก
ฉันอุ้มเอามัน ไปไว้ที่โรงเก็บรถ มันกองเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่ที่นั่น
อีกทั้งมันก็ไม่รู้ไม่เข้าใจว่า ทำไมสองขาหลัง ถึงเดินไม่ได้
มันก็ยังเขยกลากขา ไปหน้าเรือนจำ ( ก่อนโดนรถชน มันหลง
มาจากไหนไม่รู้ มาอยู่เรือนจำ และเดินตรวจทุกคืน กับ รปภ. )
ไม่ว่าวันฝนตก วันแดดออก
มันคิดว่า มันไม่เป็นอะไร วันแล้ว วันเล่า ที่มีคนอุ้มกลับมา พร้อมคำบ่น
เนื่องจากเป็นหมาพันธุ์ไหน ฉันก็ไม่รู้ ที่ตัวใหญ่มาก
การอุ้มมัน จึงเป็นการลากซะมากกว่า ฉันเป็นคนอุ้มมันบ่อยที่สุด
เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะมันนิสัยเสีย
อ้าปากเขี้ยวขาววับ งับทุกคนที่เข้ามาใกล้
ยกเว้นฉัน ผู้ที่คอยทำแผล ล้างแผลเน่าเน่า เช้า เที่ยง เย็น
ที่เป็นรูเท่ากำปั้น หยอดยากันหนอน ป้อนข้าว ป้อนน้ำ สามเวลา
มีอยู่วันหนึ่ง ฉันจำได้ ฝนได้เทลงมาอย่างหนัก
ประมาณทุ่มกว่ากว่า ฉันพักผ่อนในกระท่อม
รู้สึกสังหรณ์ใจ ว่า "กี้" จะเป็นอะไร หรือเปล่า
รีบตากฝน ไม่กางร่ม วิ่งออกไปดู
ปรากฏว่า มันนอนอยู่กลางถนน ตากฝน เปียกม่ะล่อกม่ะแล่กทั้งตัว หนาวสั่น
โชคร้ายจริงจริง ที่ไม่มีน้องคนไหน ผ่านมาเห็น ในช่วงเวลานั้น
ไม่น่าเชื่อ พอมันเห็นฉัน สายตาของมันก็เศร้าสร้อยลงทันที
เหมือนสำนึกผิด ที่คลานออกมา แล้วทำให้ฉัน ต้องมาลำบาก
ฉันรู้สึกสะเทือนใจ นี่หมา มันมีอารมณ์เศร้า สำนึกผิด ได้ขนาดนี้เชียวหรือนี่!!
ฉันสอดแขนใต้สองขาหน้า
อุ้มมันกลับมา อย่างลำบาก ทั้งหนัก ทั้งฝนตก ก็อย่างว่า
ตัวมันใหญ่ แม้ว่า หลังจากโดนรถชน
จะตัวเล็ก ลงมากแล้วก็ตาม
กระทั่ง วันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เวลา 11.00 น. ฉันเอาข้าว ไปให้
ปรากฏว่า มันนอนแน่นิ่ง ไม่ขยับตัวแล้ว
แถม แมลงวันยังบินวน ตอมหึ่ง
มันเลือกวันไป ฉันเชื่อว่า
ชาติหน้า มันต้องเกิดมาเป็น คน
และ "ไม่โดนรถชน อย่างเช่นชาตินี้ อีก
"
มอบแด่ " กี้ " หมา ลาดตระเวณเรือนจำ
.......................................