
ปฏิจจสมุปบาท
หลักแห่งเหตุและผล
อวิชชา เป็นเหตุ สังขาร เป็นผล
สังขาร เป็นเหตุ วิญญาณ เป็นผล
วิญญาณ เป็นเหตุ นามรูป เป็นผล
นามรูป เป็นเหตุ สฬายตนะ เป็นผล
สฬายตนะ เป็นเหตุ ผัสสะ เป็นผล
ผัสสะ เป็นเหตุ เวทนา เป็นผล
เวทนา เป็นเหตุ ตัณหา เป็นผล
ตัณหา เป็นเหตุ อุปาทาน เป็นผล
อุปาทาน เป็นเหตุ ภพ เป็นผล
ภพ เป็นเหตุ ชาติ เป็นผล
ชาติเป็นเหตุ ชรา มรณ และโสก ปริเวท ทุกข โทมนัส อุปายาส เป็นผล
ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ เพราะอาศัยปัจจัยต่าง ๆ มีอวิชชาเป็นต้นดังที่กล่าวแล้วนี้
ปฏิจสมุปบาท จึงหมายความถึง ธรรมที่เป็นเหตุ ทำให้ผลธรรมเกิดขึ้นสม่ำเสมอพร้อมกันโดยอาศัยความพร้อมเพียงแห่งปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุน้ัน ๆ
การแสดงเหตุผล ตามนัยแห่งปฏิจจสมุปบาทน้ัน แสดงแต่เพียงให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในโลกนี้ล้วนแต่เป็นผลที่เกิดมาจากธรรมที่เป็นเหตุทั้งสิ้น ที่จะเกิดขึ้นเอง หรือมีผู้สร้างให้เกิดโดยไม่ได้อาศัยธรรมที่เป็นเหตุน้ันย่อมไม่มีเลย เมื่อมีเหตุมีปัจจัยครบบริบูรณ์แล้ว ผลก็ย่อมปรากฏขึ้นเป็นธรรมดา
ต้นเหตุของการเกิดสังขาร คือ อวิชชา
สังขาร คือ ความปรุงแต่งในการทำมหากุศล และรูปกุศล (ปุญญาภิสังขาร) ความปรุงแต่งในการทำอกุศล (อปุญญาภิสังขาร) ความปรุงแต่งในการอรูปกุศล (อเนญชาภิสังขาร)
อวิชชา คือ ความไม่รู้ ๘ ประการ ได้แก่
๑. ทุกฺเข อญาณํ ความไม่รู้ในทุกข์
๒. ทุกฺขสมุทเย อญาณํ ความไม่รู้เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
๓. ทุกฺขนิโรเธ อญาณํ ความไม่รู้ธรรมอันเป็นที่ดับแห่งทุกข์
๔. ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทาย อญาณํ ความไม่รู้หนทางให้เข้าถึงความดับทุกข์
๕. ปุพฺพนฺเต อญาณํ ความไม่รู้ใน ขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่เป็นอดีต
๖. อปรนฺเต อญาณํ ความไม่รู้ใน ขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่เป็นอนาคต
๗. ปุพฺพนฺตาปรนฺเต อญาณํ ความไม่รู้ใน ขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่เป็นอดีตและอนาคต
๘. อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ อญาณํ ความไม่รู้ในรูปนามที่เกิดขึ้นโดยอาศัยเหตุให้เกิดตามในปฏิจจสมุปบาท