จากการที่ผู้เขียน ได้ไปร่วมรับแนวคิด "การจัดสวัสดิการชุมชน" จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ สำนักงานใหญ่ ถนนนวมินทร์ กรุงเทพฯ โดยการชักชวนของครูมุกดา อินต๊ะสาร ระหว่างวันที่ ๔-๕ มกราคม ๒๕๕๓
โดยมีการต่อยอด ไปศึกษาดูงานของพระอาจารย์สุบิน จังหวัดตราด และพระอาจารย์มนัส จังหวัดระยอง พร้อมกับร่วมกันจัดทำหลักสูตรเพื่อนำมาอบรมแกนนำในส่วนที่พะเยารับผิดชอบอีก ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน อีก ๙ คืน ๑๐ วัน จนเป็นที่มาของข้อเสนอ ดังนี้
๑.ระดับพื้นที่
-
ให้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญและสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือร้อยคนทุกประเด็นเพื่อเป็นพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง และมีการพัฒนาศักยภาพคนในกลไกและคุณภาพสวัสดิการอย่างต่อเนื่อง
-
คัดเลือกแกนนำที่มีจิตสาธารณะมาเป็นที่ปรึกษากองทุน
-
สร้างกระบวนการวิเคราะห์ทางด้านการเงิน โดยมีงบดุลของกองทุนที่ชัดเจน เพื่อรองรับการสมทบงบประมาณ ๓ ส่วน ได้แก่ชุมชน-ท้องถิ่น-รัฐบาล หรือมีส่วนอื่นมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่
-
ขยายฐานสมาชิกทุกระดับให้เต็มพื้นที่ให้ครบ ๑๐๐% ในปี ๒๕๕๙
-
ขยายฐานสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกเรื่อง อย่างมีส่วนร่วมและสร้างความเป็นเจ้าของให้กับสมาชิกทุกคน
-
สื่อสารสร้างความเข้าใจให้สมาชิกและคนในชุมชนถึงเจตนารมณ์ของกองทุนอย่างถ่องแท้
-
พัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพของกองทุนทั้งระบบ คน ข้อมูล การจัดการการเงิน
-
วิเคราะห์สมดุลการเงินของกองทุนทุกปี มีธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน
-
ควรตั้งข้อบัญญัติท้องถิ่นทั้งระดับตำบลและจังหวัดสมทบกองทุนทุก ๆปี โดยสมทบจากงบกลาง และอุดหนุนโครงการพัฒนาศักยภาพของกองทุนตามที่กองทุนและสภาองค์กรชุมชนเห็นสมควร
-
เชื่อมโยงกองทุนสวัสดิการชุมชนสู่บำนาญประชาชนเพื่อสร้างมิติสัมพันธ์ของคนในชุมชนโดยมีการฝากและขอดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารของรัฐที่เก็บเงินฝากของกองทุน
๒.ระดับจังหวัด/ภาค
-
สนับสนุนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพของกองทุนสวัสดิการ
-
ให้ อบจ. สมทบหรือสนับสนุนเครื่องมือในการพัฒนาหรือหนุนเสริมการจัดสมัชชาเพื่อการพัฒนาคุณภาพหรือส่งเสริมและสนับสนันการสร้างคุณภาพสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลโดยมีการสมทบลงในตำบลทุกปี
-
ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตลอดจนให้รางวัลและเปิดโอกาสให้กับข้าราชการทุกหน่วยในพื้นที่ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยให้ประชาชนเป็นแกนสำคัญเอาวิถีชีวิตประชาชนเป็นตัวตั้งตามบริบทของตำบล
-
จัดเรื่องสวัสดิการชุมชนให้เป็นวาระของจังหวัด มีการสนับสนุนงบประมาณของจังหวัด(แผนพัฒนาจังหวัด) แก่กองทุนเพื่อการพัฒนากองทุนให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน
๓.ระดับนโยบาย
-
ให้รับสนับสนุน/สมทบงบประมาณจากภาษีที่ดินและดอกเบี้ย จากธนาคารของภาครัฐ เช่น ธกส., ธ.ออมสิน
-
สนับสนุน พรบ. "การออมเงินแห่งชาติ" เพื่อส่งเสริมการยกระดับและพัฒนาคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน
-
สนับสนุนนโยบายการทำบำนาญภาคประชาชนโดยมีกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อสร้างมิติสัมพันธ์ทางสังคม
-
จัดงบประมาณสมทบ ๑ ส่วนอย่างต่อเนื่องโดยผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยนำเงิน ๑% จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑๐๐%
-
ให้ธนาคารของรัฐ เช่น ธกส. ฯลฯ ให้ดอกเบี้ยพิเศษ ๔-๕% ให้กับเงินของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ฝากไว้, รับสมาชิกออมเพื่อบำนาญโดยใช้เงื่อนไขของกองทุนการออมแห่งชาติ(รับผ่านกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล), กระทรวงการคลังควรจัดเงินตอบแทนให้กับกองทุนสวัสดิการ ๒% ของงบกองทุนที่เก็บได้ให้กับกองทุน มาสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชน