* * ต่อมามีนักวิชาการทหารเรือ คงจะตกงาน ระหว่างรอการเกษียณอายุ. พี่แกดันเสนอให้มีการเปลี่ยนยศจากดอกประดู่เป็นไม้หมอนแบบทหารอากาศ หรือแบบไปรษณีย์ไทย..ไหนๆก็เปลี่ยนแล้วทำไมลูกเพ่ไม่เปลี่ยนเพลงประดู่บาน..ไปเป็นไม้หมอนงามเสียเลยล่ะ ?ขณะเขียนเรื่องนี้ไม้กำลังขาดแคลนโดยเฉพาะไม้พยุง ! บางท่านบอกว่าเวลาไปต่างประเทศกลัวทหารต่างชาติจะไม่รู้จักว่าอั๊วะคือใคร ?เฉียด. ออกเสียงสูงอีกนิดสิ ! พวกนี้คงชอบอ่านนิทานอีสปจึงคิดว่าตัวเองโง่แล้ว..คนอื่นต้องโง่ตามไปด้วย.เขามีระดับชั้นยศแบบมาตรฐานอยู่แล้วศึกษาดูบ้างสิครับท่านถ้าไม่มีตำราผมจะบริจาคคู่มือนย.ให้สักเล่มสิเอ้า ! Marines Guide Book. ต้นฉบับเป็นหนังสือปกเขียวแต่นย.ไทยนำมาแปล. แล้วเปลี่ยนเป็นตำราเล่มเหลืองไงล่ะ ลืมหรือยัง ?
๓๐. โตนี่ฟางพาน้องสาวมาแวะถ่ายภาพ. - ที่อนุสาวรีย์นย. ปี ๒๕๕๕
เมื่อเข้าห้องเรียนแล้วนรจ.นย.ทุกคนต้องถอดเสื้อเขียวแขวนไว้ที่หลังห้อง ขอย้ำต้องแขวนให้เรียบร้อย.ผู้เขียนไม่ทำอะไรหรอกครับ.ครูฝึกต่างหากแกจะย่องมาดูเงียบๆ..แล้วเรียกเจ้าของเสื้อออกไปวิ่งรอบบก.ศูนย์ฯ วิ่งตัวเปล่าครับ.แต่ถ้าอยากถือเก้าอี้วิ่งด้วยก็ต้องนั่งหลับครับ..จึงจะได้รับโอกาสเช่นนั้น เห็นไหมมิใช่จะวิ่งกันง่ายๆ.ตอนนี้นักเรียนเพิ่งมาเหนื่อยๆยังไม่มีใครหลับหรอกครับ.ครูบางคนกว่าจะมาเข้าสอนก็ช้าไป ๑๐ - ๑๕นาที มิใช่เปิดโอกาสให้นร.หลับแต่อย่างใด?แต่ความเหนื่อยล้าต่างหาก..แหมยิ่งเด็กในวัยกำลังกิน-กำลังนอนด้วยล่ะก็..เออมันช่างหลับกันง่ายจริงๆ.หน.นร.ต้องเชคยอดและพร้อมรายงานเมื่อครูประจำวิชาเข้าห้อง.ทั้งหมดตรง นรจ.เสรี อินทวี หน.นร.ขอรายงานยอดนรจ.๙๒นาย -เวรโต๊ะ๕ไปร.พ.๗ คง๘๐นายพร้อม..ครูสั่งนั่งแล้วก็เริ่มเรียนกันไปเรื่อยๆ จนใกล้๑๑๓๐น. จึงเข้าแถวกลับมาที่กองร้อย.เพื่อฟังการปฎิบัติต่อไปของจ่าเวร.
๓๑. ต่อมาจึงมาใช้ชุดลาย. โตนี่ฟางกับนย.อม. - ที่แค๊มป์เพ็นเดิลตั้นปี ๒๕๓๑
แถวรับประทานมื้อเที่ยง. ประมาณ๑๑๔๕ น. ระหว่างรอเวลาใครที่นั่งหลับ ไม่สนใจการเรียนก็จะถูกเรียกออกมาหน้าแถว ปล่อยม้าบ้าง. ถูกสั่งวิ่ง. ยึดพื้นบ้าง ฯ ใครที่อยู่ในกรอบมักจะโชคไม่ดีเพราะไม่มีโอกาสเหนื่อยกับใครๆเขา. เอ๊ะเขียนยังไง ! ได้เวลาก็จะเดินไปที่โรงเลี้ยงเหมือนปกติ ก่อนเข้าโรงอาหารนั้นนรจ.นย.ทุกนายต้องดึงข้อตามกติกาทุกครั้ง. เข้ามาแล้วนรจ.นย.ยังต้องเคารพกติกาเดิม ไม่คุยกันระหว่างทานอาหารไม่เสียงดัง ช้อนและจานต้องกระ ทบกันเบาที่สุดเพราะเมื่อใดจ่าเวรเริ่มหนวกหูละก็..ยังไงๆ เราคงต้องเหนื่อยกันอีก. กินแบบไม่ต้องเหนื่อยสักมื้อ ทำเป็นไหมล่ะ ? เอ้าตามใจเสียหน่อย ! เพราะเห็นเหนื่อยกันตั้งแต่เช้าแล้วมื้อนี้ถือว่า..ผมลืมเขียนถึงการทำโทษก็แล้วกัน.อิ่มแล้วก็กลับมาทำงานส่วนตัวที่กองร้อยบ้าง นอนพักเอาแรงกันบ้าง..ไม่ผิดกติกาใดใดนี่หว่า!ถ่ายได้ถ่ายไป อย่าเอาภาพไปลงในเน็ทก็แล้วกัน.ดูสิครับนอนกันแบบหมดสภาพจริงๆ สงสัยจะโดนกันหนักพอสมควร.

๓๒. เรื่องจริงครับ.นรจ.นย.นั้นถ้าว่างต้องงีบเอาแรงไว้ก่อน. - ข้างห้องน้ำรร.จ่านย. ปี ๒๕๑๐
* ในรูปนี้มีนรจ.มนัส ป. และนรจ.สุพัตร ส. ที่เหลือจำไม่ได้จริงๆว่าใครเป็นใคร ? ระหว่างที่นรจ.นย.หลายคนพร้อมใจกันแอบงีบนั้น ใครจะหลับลึกหรือหลับตื้นไม่สำคัญ..พอสิ้นเสียงปรี๊ด..ตามด้วยเตรียมตัวแถวหน้ากองร้อย..เสียงนี้สำคัญเหนืออื่นใดเพราะสามารถทำให้บรรดาพวกที่ชอบลักหลับ เอ๊ะเรียกผิดหรือเปล่า ? พุ่งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วนำตัวเองไปเข้าแถวให้เร็วที่สุด เมื่อหน.นร.สั่งจัดแถว..นิ่ง..เรียบร้อยแล้ว ใครมาหลังจากนี้ต้องทำโทษตัวเองก่อนเข้าแถว.ทหารนย.จะเรียกว่าระบบให้เกียรติตัวเองไม่ต้องให้ใครสั่งทำโทษ. Owner system. นักเรียนคนใดมาเข้าแถวช้า..หลังจากที่หน.นร.สั่งจัดแถว. ก็จะคว่ำหน้าลงไปทำการยึดพื้นและสก๊อตจั๊ม หรืออื่นๆตามที่คิดว่าเป็นเหนื่อยน้อยที่สุด เรื่องการอู้ก็มีครับ.เคยมีการทำโทษแบบง่ายๆแต่ถูกยกเลิกไปแล้วคือการบริหารนิ้ว. นับนิ้วนั่นเอง ! สามารถทำได้เป็นหมื่น..ก็แหมมันเหนื่อยตรงไหนกัน ? อ่านแล้วลองทำดูก็ได้น๊ะ. การปฎิบัตฺโทษหลังแถวนั้นถ้ามีนร. ออกมาทำโทษเอง หรือถูกครูสั่งก็ตาม บางนายอู้. ภาษาทหารเรียกว่า “ซึม” ออกมาทำท่ายึดพื้นด้วยการนอนลงไปแต่ไม่ยอมดันตัวขึ้นมา สักพักใหญ่จึงลุกขึ้นมาแล้วเดินกลับเข้าแถวโดยถือว่า..ปฎิบัติโทษเสร็จแล้ว. แม้ครูฝึกหรือจ่าเวรจะไม่รู้แต่เพื่อนนร.ในแถวรู้ดีครับก็แหมพี่แกลงไปนอนนิ่ง..เหมือนไอ้เข้กบดานเลยนี่นา..ยังไงๆเพื่อนๆก็ต้องรู้วันยังค่ำ !

๓๓. อาคารพักชั้นเดียวของรร.จ่านย.รุ่นที่๑๑ - ปี๒๕๑๐
เพื่อนที่เห็นก็ได้แต่เฉยไว้..เพราะถ้าพูดมาก..เดี๋ยวเพื่อนจะเกลียดเอาเปล่าๆ. ส่วนการแถวบ่ายนั้นจะใช้เวลาไม่มากนัก ก็เหมือนแถวทั่วๆไป. เพราะมีการประกาศข่าวสาร การประกาศโทษตามปกติ. แล้วจึงแยกย้ายเข้าห้องเรียน. นร.บางคนคิดว่าถึงเวลาแอบหลับกันอีกแล้ว..เพราะด้านหลังห้องจะเป็นโต๊ะของจ่าเวรนร.และหน.ห้อง.เป็นโต๊ะยาวข้างใต้มีที่ว่างมากเคยมีเพื่อนนรจ.แอบเข้าไปนอนบ่อยๆ..เขาขอร้องไม่ให้เอ่ยนามครับ. ก่อนการแถวบ่ายอยากเขียนถึงภารกิจของศูนย์การฝึกนย. ให้ท่านได้ทราบกันสักนิดดังนี้ :
* ที่ศูนย์การฝึก กรมนาวิกโยธินแห่งนี้ มีหน้าที่จัดการเรียนการสอนรวมทั้งการฝึกให้กับหลักสูตรต่างๆที่กรมนาวิกโยธินต้องดำเนินการ ตั้งแต่ระดับต้นๆไปจนถึงระดับสูงสุดดังนี้ :
๑. หลักสูตร รร.จ่านาวิกโยธิน. ใช้เวลาเรียนและฝึกหนึ่งปีเต็ม ทั้งภาคที่ตั้ง - ภาคสนามและภาคทะเล.ระหว่างฝึกหัดศึกษาก็จะมีงานนอกสถานที่ หรือทำกิจกรรมร่วมด้วยเช่น การแสดงดริลทีม การนำกำลังไปวิ่งสวนสนามที่หน้าพระรูปฯในวันสาบานธงของเหล่าทัพ. การแข่งขันกีฬาทร. ฯ
๒.หลักสูตรจ่าตรีกองประจำการ.ประมาณสามเดือน.นักเรียนจะมาจากพลทหารกองประจำการที่ครบกำหนดปลดประจำการแล้ว แต่มีความประสงค์ที่จะขอสมัครรับราชการต่อเนื่อง ดังนั้นทหารทุกนายจะต้องมาฝึกอบรมด้านความรู้ในการรบในป่า. การดำรงชีพในป่า การยกพลขึ้นบกและการนำหมู่ขนาดเล็กเข้าตีข้าศึก อันเป็นพื้นฐานของทหารนาวิกโยธินเสียก่อน.

๓๔. หมู่เชิญธงนรจ.นย. - เดินนำหน้าแถวใหญ่เสมอ. ปี ๒๕๑๐
๓.หลักสูตรเลื่อนฐานะชั้นจ่าเอก. ข้าราชการทุกหน่วยของกรมนาวิกโยธินระดับจ่าเอกที่มีขั้นเงินเดือนถึง และสามารถสอบเลื่อนฐานะเป็นพันจ่าได้แล้ว จะต้องผ่านหลักสูตรนี้ประมาณ ๓ เดือน พอจบแล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบเลื่อนฐานะได้ในปีนั้นทันที.หลายคนยังมีไฟพอเรียนจบใหม่ๆพี่แกทำเป็นเข้มเอาจริงเอาจัง ใครมาชวนไปไหนดูสิ !พี่แกปฎิเสธหมด.ขอเฝ้าถ้ำจำศีล.สามปีผ่านไปสอบไม่ได้มักจะทิ้งตำรากันเลย..ไม่เอา..เมาดีกว่า..การสอบแต่ละปีนั้นสมัครกันเกือบพันคน เอาจริง๒๐-๓๐ตำแหน่ง. เป็นเด็กนายบ้าง คนขับรถผบ.บ้าง จึงทำให้ทหารนย.หลายคนท้อถอย..ยศไม่ขึ้นก็ขอให้เงินเดือนขึ้นไปเรื่อยๆก็พอ..จึงมีคำว่าจ่าแก่ หรือเรียกให้สุภาพว่าจ่าอาวุโส.ปัจจุบันนักวิชาการทหารเรือจึงจัดให้มีเครื่องแบบแสดงว่า..จ่าท่านนี้.เป็นจ่าแก่หรือจ่าอาวุโส. โดยไม่ต้องสวมเครื่องแบบชุดกลาสีต่อไปแล้ว มีการนำชุดกากีแบบพันจ่ามาทดแทนแต่ยังไงก็แทบมองไม่ออกถ้าไม่เห็นยศ บั้ง.ที่แขนซ้าย.แบบนี้น่าชมว่าเชย. ใครที่ยังไม่แก่จัดก็ขยันดูตำราบ้างน๊ะ แต่ถ้าจะให้สบายใจก็คิดเอาว่ายังไงๆก่อนเกษียณอายุต้องได้เป็นพันจ่าแน่ๆ..โชคดีน๊ะจ่า..ถ้าสอบได้จะถูกส่งไปอบรมที่รร.พันจ่ายศ.ทร. กรุงเทพฯ ในหลักสูตรนร.พันจ่า - ปัจจุบันมีการเปิดหน่วยแยกคือ รร.พันจ่า ยศ.ทร.ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่. รร.พลทหาร. เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณของกองทัพ และเป็นการประหยัดเวลาในการเดินทางของผู้ที่เข้ารับการอบรม.
๓๕. ก่อนการฝึกดรีลทีม มันต้องทดลองกำลังกันก่อน. - หน้ากองร้อยรร.จ่า.นย. ปี ๒๕๑๐.
๔.หลักสูตรเลื่อนฐานะชั้นพันจ่าเอก. ใครผ่านหลักสูตรนี้จึงจะมีสิทธิสอบเลื่อนขั้นเป็นนายทหารสัญญาบัตร ถ้าสอบได้จะถูกส่งไปอบรมที่รร.พันจ่ายศ.ทร.กรุงเทพฯ ในหลักสูตรพันจ่านักเรียน. ปัจจุบันมีการเปิดหน่วยแยกรร.พันจ่า ยศ.ทร. ที่รร.พลทหาร. เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ.
๕.หลักสูตรชั้นนายเรือ.ผู้บังคับหมวด. * ขอข้ามเพราะเป็นการเรียนระดับสูง.
๖. หลักสูตรชั้นนายนาวา.ผู้บังคับกองร้อย. ** ขอข้ามเพราะเป็นการเรียนระดับสูง.อย่างน้อยก็สูงกว่าข้อ ๕.
๗.หลักสูตรรบพิเศษ. แขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก. ทหารนย.เรียกว่ารีคอน.-Recon.หลักสูตรนี้คล้ายๆกับหลักสูตรเสือคาบดาบหรือแรงเยอร์ทหารบก.-Ranger.แต่หนักไปทางการรบสะเทินน้ำสะเทินบก ก่อนจะเปิดหลักสูตรอย่างเป็นทางการ ทางนย.จะแจ้งไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง แล้วจะมีการกำหนดวันทดสอบร่างกายในการเข้าเรียน นักเรียนที่มาเรียนหลักสูตรนี้ในระยะแรกมีการแบ่งการฝึกทบ. ทร. ทอ.และตำรวจ.เช่นปีนี้เป็นหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตร ปีหน้าเป็นหลักสูตรชั้นประทวน ต่อมาคงพบข้อดีและข้อเสียจึงนำมารวมกันทั้งสองประเภท เวลาเข้าเรียนนักเรียนจะไม่มียศเพื่อสะดวกและครูฝึกไม่ต้องอึดอัดใจ เคยมีหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำ เวลาจ่าครูฝึกสั่งทำโทษนักเรียนซึ่งเป็นนายทหารสัญญาบัตรพี่แกไม่ยอมปฎิบัติโทษ แถมยังตะโกนสวนมาดังดังว่า..อั๊วะเป็นนายทหารเว้ย ! จ่าครูฝึกเตะโครมเข้าให้.ไม่รู้ว่าออกหัวหรือออกก้อย.

๓๖.ลาดตระเวนนย.- บุกขึ้นฝั่งไม่ถอยหลังกลับ ชีพไม่ดับ..นาวิกโยธิน.
ดังนั้นใครที่มาเรียนหลักสูตรประเภทนี้ จึงไม่มีการติดยศขณะที่เป็นนักเรียน..กรมนาวิกโยธินได้เปิดทำการสอนหลายรุ่นแล้ว และมีนักเรียนทุกเหล่าทัพจบกันไปแล้วกว่า๑,๐๐๐ คน ปัจจุบันนี้มีการจัดงานเลี้ยงที่เรียกกันว่างานคืนสู่เหย้าหรือรีคอนไน๊ท์ - Recon Night.จัดขึ้นที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินทุกปี ในคืนวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ของทุกปี ไม่ทราบว่ายังขาดการประสัมพันธ์หรืออย่างไร ? ศิษย์เก่ายังมากันไม่มากเท่าที่ทางหน่วยประมาณการไว้ ผู้การกองมีของผมบอกว่ารุ่นยู ที่เข้ารับการฝึกมาร่วมงานเพียงสองชีวิตเท่านั้น ! ยังดีที่ไม่ขาดทุน. ไม่เหมือนงานชมรมศิษย์เก่านรจ.นย.มากันแน่นพอสมควร แม้ผู้เขียนเพิ่งจะมีส่วนร่วมในงานพบปะสังสรรค์ของชมรมทหารนอกราชการในพื้นที่สัตหีบ. เป็นครั้งแรกก็ตาม. เมื่อก.พ.๕๕ที่ผ่านมา. ยอมรับว่างานนี้ผู้คนมาร่วมมากกว่างานใดใด เพราะทหารนอกราชการนั้นในพื้นที่สัตหีบ มีทั้งนย.-กร.และหน่วยข้างเคียงและมิได้แบ่งว่าใครมาจากนักเรียนจ่า หรือมาจากพลทหาร แถมยังเปิดกว้างให้ครอบครัวมาร่วมวงด้วย จึงมีผู้ร่วมงานคับคั่งกว่างานอื่นๆที่เกี่ยวกับทหารและข้าราชการในพื้นที่.
๓๗. ได้รับการประดับปีกแล้ว ต้องฉลองกันหน่อยน๊ะ. - หน้าบก.นย. ขอบคุณภาพจากเน็ทนย.
๘.หลักสูตรส่งทางอากาศ. หลักสูตรนี้แม้ทางกรมนาวิกโยธินจะเปิดมาได้ไม่นานนัก แต่ถือได้ว่าเป็นหลักสูตรหนึ่งในกองทัพเรือ ที่ได้สร้างพนักงานหญิงหลายสิบคนให้เด่นดัง มีชื่อเสียงจากการแข่งขันกระโดดร่มภายในและนอกประเทศ หลายคนได้เข้ารับราชการจนเป็นนายทหารหญิงที่กองทัพเรือไปแล้ว การเปิดเรียนก็คล้ายๆกับหลักสูตรที่ต้องใช้แรงในศูนย์การฝึกนย.เพียงแต่ระยะเวลาสั้นกว่าเท่านั้น ! การทดสอบก็มีสะกอร์หลายแบบเช่นชายเล็ก ชายกลาง ชายใหญ่จะดึงข้อต่างกันตามอายุแถมยังลดราคาให้ทหารหญิงด้วยน๊ะ..ไม่ต้องดึงข้อเพียงแต่จับบาร์เดี่ยวแล้วห้อยตัวไว้ให้ได้ตามที่กรรมการกำหนด แต่ละรุ่นจึงมีทหารหญิงเรียนจบมาด้วยเสมอ. ใครอกเล็กได้เปรียบเพราะไม่ต้องแบกน้ำหนัก.หนูชอบค่ะครูขา. ส่วนการทดสอบในน้ำถ้าใครว่ายน้ำไม่ได้ทางรร.อนุญาตให้ลอยคอหรือพยุงตัวในน้ำด้วยน๊ะ..แต่อย่างน้อยต้องลอยคอได้ถึง ๑๕ นาที.เพื่อรอเรือเร็วมาช่วยขณะทำการกระโดดร่มลงน้ำ. อันหลังนี้เขาว่าคนอ้วนจะได้เปรียบ. แต่เดิมทหารนย.ต้องไปเข้ารับการศึกษากับกองทัพบกที่ศูนย์สงครามพิเศษ พอทางนย.เปิดหลักสูตรมีทหารบก-เรือ-อากาศและตำรวจมาเรียนกันเนืองแน่น นอกจากทหารไทยแล้วยังมีทหารนย.อม.มาฝากเรียนด้วยน๊ะ สี่บอกไห่ !

๓๘. เออเราลงได้สวยเหมือนกันน๊ะ. ขอบคุณภาพจากเน็ทนย.
มีข้าราชการจากนอกหน่วยมาขอกระโดดเทียบ เพื่อเอาปีกนย.ไปประดับหน้าอกด้วยน๊ะ เพราะหลักสูตรของนย.จะเน้นที่การกระโดดลงน้ำ เท่านั้นยังไม่พอเคยมีคนอเมริกันกลุ่มใหญ่เหมากันมาจากสหรัฐฯ มาขอกระโดดด้วย เพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่าที่บ้านเขา..
๙. หลักสูตรพับร่ม. เพิ่งเปิดสอนได้ไม่นาน ขออภัยที่ไม่มีรายละเอียดมาเขียนให้ทราบ. ใครอยากมาเรียนก็ลองไปซื้อร่มสามตอนจากหาดใหญ่..มาลองพับลองหุบดูก่อนก็ได้น๊ะ..ไม่ผิดกติกา.
๑๐.หลักสูตรภาษายาวี.หลายปีก่อนใครที่มีโอกาสไปเรียนภาษายาวีและภาษาเขมรจะต้องเข้ารับการอบรมที่ศูนย์ภาษาทร.กรุงเทพฯเท่านั้น ! ต่อมาได้มีการประหยัดงบประมาณด้วยการส่งครูไปสอนถึงที่เช่นที่ห้องเรียนของศูนย์การฝึกนย.หลวงต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงหรือค่าสอนให้ครูเพียงคนเดียวแต่นร.ที่เข้ามาเรียนไม่สามารถเบิกเงินใดใดได้เลย..เพราะถือว่าเป็นการปฎิบัติงานตามปกติ..
๑๓๐๐ น.ช่วงบ่ายจะเรียนถึงสามโมงเย็น หลังจากนั้นเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้งบ้าง ฝึกวิธีป้องกันตัวในสนาม Hand to hand Combat. ร.อ.บุญทรง เชี่ยววิทย์ ร.น. และจ.อ.เสมอ นัยนาท รุ่นพี่หนึ่งปี. เป็นครูฝึกสอนและจะใช้สนามหญ้าหลังศูนย์การฝึกนย.ต่อมาครูได้เกษียณยศพลเรือตรี และนาวาเอก. ตามลำดับ.

๓๙. ชุดฝึกดรีลทีม. - หน้าหาดเตยงาม.ปี ๒๕๑๐.
ช่วงใดว่าง..ครูศักดาก็จะเริ่มนำอาวุธประจำกาย มาให้นรจ.นย.ทำท่าควงบ้าง วันทยาวุธแบบดรีลทีมบ้าง ที่นรจ.นย.ทุกคนไม่ค่อยพลาดก็คือ..นำปืนเอ็มวันมาคาบแล้ววิ่งไปรอบๆแถวสาเหตุเพราะ..สอนเท่าไรไม่ยอมจำ.ทำปืนหล่นบ้างโอ๊ยหลายสาเหตุ..แต่นรจ.นย.ทุกรุ่นต้องควงปืนยาวได้..ไม่ได้โม้ ! ทุกสิ่งทุก อย่างนั้นแม้เราไม่เคยทำหรือเคยฝึกกันมาก่อน แต่พอทำบ่อยๆเข้า ถูกทำโทษบ้าง..มันก็จะเป็นไปเองครับเช่นการฝึกหัดท่ารำปืน - ควงปืนต่างๆนั้น พอฝึกกันจริงๆเราทำได้หมดครับ..จะดีหรือไม่ขึ้นกับประสบการ. พอจบเป็นจ่าใหม่แล้วเราถูกเชิญไปแสดงโชว์หลายครั้งหลายแห่ง จำได้ว่าเราเคยไปแสดงเปิดงานประจำจังหวัดระยอง และจันทบุรี แม้จะเหนื่อยแต่สนุกครับ คิดถึงการแสดงครั้งแรกของเรายังขำกันได้เสมอ เพราะหัวแถวเดินหันไปแล้วท้ายแถวยังเดินไปอีกทางหนึ่ง.แต่คนดูคงไม่ทราบหรอกครับว่า.เราแสดงผิด..ถึงทราบก็ไม่เป็นคดีความแต่อย่างใด ? หมดอายุความไปแล้ว.นรจ.นย.๑๑ทุกนายคิดถึงครูศักดา ทุกครั้งที่แสดงจบ. แม้ว่าท่านจะคอยจ้ำจี้จ้ำไชพวกเราเสมอ เรายังนึกย้อนหลังไปถึงวินาทีแรกที่ครูพูดหน้าแถวว่านรจ.นย.ทุกนายต้องสามารถควงปืนยาวได้แม้ว่าแรกๆ..จะไม่มีใครอยากจะเชื่อก็ตาม.เอาเข้าจริงๆ..สีทำได้ฮ่า. ด้านหลังภาพเป็นเกาะไก่เตี้ย ที่นรจ.นย.ทุกรุ่นต้องว่ายน้ำไปเพื่อนำหินก้อนเล็กกลับมาคนละ ๑ ก้อนระหว่างการต้อนรับน้องใหม่.ทุกรุ่น.

๔๐. เกาะไก่เตี้ย. - ที่นรจ.นย.๑๑ว่ายน้ำไปเก็บก้อนหิน. ปี ๒๕๑๐ ขอบคุณภาพจากเน็ท.
ขณะเขียนเรื่องนี้ไม่ทราบว่า..มีการยกเลิกกันไปหรือยัง ? อ๋อต้องให้มีนร.ตายเสียก่อนจึงจะยกเลิก..ผมเขียนเองครับตามที่มือ พาไป.ใครเคยมาเที่ยวที่นี่จะเห็นว่าเวลาน้ำลงเต็มที่ ท่านสามารถเดินไปถึงเกาะไก่เตี้ยได้อย่างปลอดภัย สมัยนั้นโลกยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก.. ถ้ามาที่นี่ท่านจะต้องเห็นต้นเตยขึ้นเต็มชายหาด มากมายจริงๆครับ. จนได้ชื่อว่าเตยงาม.และกลายเป็นชื่อหาดมาจนถึงทุกวันนี้.ปัจจุบันแม้จะมองไปทางไหนแทบจะไม่เห็นต้นเตยแล้วก็ตาม..อ่านถึงตรงนี้..ใครอยากมาเที่ยวก็รีบมาน๊ะครับเพราะปัจจุบันไป-มาสะดวก อาหารการกินและที่พักก็สะดวก * ข้อสำคัญอย่ามาช่วงเทศกาลหรือสัปดาห์ที่มีการหยุดยาว จะผิดหวังสิครับ ! เตรียมตัวและเตรียมเงินมาก็พอแล้วครับ.. ที่ห้องอาหารเตยงามนี้ถ้ามีสมาชิกในโต๊ะเป็นข้าราชการทหารเรือ..ทางสโมสรจะลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว. ถ้าจะว่าดีก็ต้องดีแน่ๆเพราะเขาลดราคาถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์.แต่ถ้าทางสโมสรไม่ได้ลดหรือลดด้วยวิธีเอาเปรียบลูกค้าล่ะก็ยังไงๆก็ไม่ดีหรอกครับ..สู้ไม่ลดเลยดีกว่า..ลูกค้าไม่ต้องเสียอารมณ์. มีเพื่อนนายทหารของผู้เขียนเล่าว่า..วันก่อนพี่แกไปนั่งดื่มที่นั่น พอดูราคาอาหารแล้วก็สั่งอาหารทะเลมาหลายรายการ * สมมุติว่าปลาเก๋าราดพริกที่ละ๓๐๐ บาท ต้มยำโป๊ะแตก ๒๐๐ บาท รวมแล้ว๕๐๐บาท.ถ้าลด๒๐% ต้องจ่ายจริงเฉพาะอาหาร ๔๐๐ บาท น้ำ-น้ำแข็งหรืออื่นๆไม่ลด.
*ที่จริงจะลดราคาหรือไม่ ไม่สำคัญนักหรอก แต่บางครั้งมันภูมิใจเพราะสมาชิกจะได้รู้ว่าการมารับใช้ชาตินั้น..นอกจากจะมีสวัสดิการที่ดีแล้วยังได้ลดอีกหลายเปอร์เซ็นต์จากร้านค้าในค่ายทหาร มิฉนั้นทหารอเมริกันเขาจะมารับใช้ชาติกันหรือ ? ดูสิทหารของเขาอยากมารับใช้ชาติกันมากเพราะมีสวัสดิการที่ดีกว่าทหารเรามาก แต่บางครั้งเวลาได้ยินนายทหารห-ญ่-า-ยพูดออกสื่อแล้วเศร้าใจ..พี่แกพูดไม่อายเลยว่าทหารไทยจะต้องเข้มแข็งและสวัสดิการดีเท่าเท่ากับทหารต่างชาติที่เจริญแล้ว. เคยเห็นทหารอเมริกันกินอาหารไหมว่า..๑ มื้อที่๑คนกินนั้นบ้านเรากินได้เกือบทั้งบ้าน ว่างๆไปดูทหารไทยกินบ้างน๊ะ..หมูพล๊าสติคยังลอยอยู่เต็มถาดเลยครับ วันไหนปล่อยทหารกลับบ้าน.นอกตาราง. เงินค่าเสบียงไปอยู่ในกระเป๋าใครหรือค-ร๊-า-บ ? ..ผู้การ..
ถึงท่านผู้อ่าน..ตอนนี้ได้แก้ไขตามที่แจ้งไว้แล้ว ข้อความอาจคล้ายกันแต่ลำดับจะต่างกัน
ขออภัยในความไม่สะดวก
โตนี่ - ฟาง.
๑๗ มี.ค.๕๕