มีมหาลัยเอกชนจำนวนมากใน สรอ. ที่มีคุณภาพการศึกษาดี แต่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนแต่ประการใด
ลองอ่านดูตามลิงค์สิครับ

http://diplomaguide.com/articles/10_Colleges_and_Universities_with_0_Tuition.html


นอกจากรร.ทหารเสียแล้ว ส่วนใหญ่พวกนี้จะให้นศ.ทำงาน สัปดาห์ละ 10-20 ชม. เพื่อลดค่าใช้จ่าย

งานที่ทำมีหลายระดับตั้งแต่งานภารโรง ไปจนถึงงานดีๆ เช่น คอมพิวเตอร์

ส่วนเงินงบประมาณที่เหลือ ที่ต้องใช้ เช่น ค่าจ้างครู  ก็มาจากการบริจาคของประชาชน (ส่วนใหญ่พวกนี้จะเป็นกลุ่มศาสนา เท่ากับว่าเป็นมหาลัยวัด นั่นเอง)

 

การให้ทำงานเช่นนี้ ผมว่ามันได้นกสองต่อ คือ ลดค่าใช้จ่าย และเป็นการสร้างพฤติกรรมที่ดีให้กับเด็กนศ. คือทำให้ไม่มีเวลาเหลือไปเที่ยวเตร่สำมะเลเทเมา จบออกไปแล้วน่าจำกลายเป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป

 

มหาลัยผมเป็น ม.แห่งแรกในประเทศไทยที่บังคับการเรียนแบบ “สหกิจศึกษา”  (ลอกแบบมาจากม.บางแห่งในแคนาดา)  คือ นศ. ทุกคน ต้องออกไปทำงานกับองค์กรภายนอกเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา (ประมาณ 16 สัปดาห์) แต่ผมได้เสนอไว้ว่าการทำแบบนี้มันไม่ค่อยมี ปสภ. และยังทำให้เสียเวลาเรียนทฤษฎีอีกด้วย ถามว่าทำไมต้องไปฝึกงานแบบนี้ด้วย ในเมื่อจบออกไปแล้ว บริษัทเขาก็ต้องฝึกเด็กใหม่อยู่แล้ว (ที่ฝึกสหกิจศึกษามาก็ใช้อะไรไม่ได้ เพราะมันคนละบริษัทกัน) อีกทั้งการทำงานตลอดชีวิตก็เป็นการฝึกงานโดยปริยาย

 

การฝึกงานแบบ สหกิจศึกษานี้ น่าจะมีการทบทวนกันให้ดีว่า “ได้คุ้มเสีย” ไหม ก่อนที่จะเห่อทำตามกันไปหมดทั้งประเทศ

 

สิ่งที่ผมได้เสนอม.ของผมไว้ ก่อนที่ผมจะลาออกจากการเป็นผู้บริหารระดับสูง คือ ทำไมเราไม่ให้เด็กฝึกงานภายในมหาลัยไปเสียเลย  โดยให้สะสมชม. ทำงานในม. ให้ครบ จึงจะสามารถจบการศึกษาได้  คือ ให้ทำงานในม. ของเราเองนี่แหละ ในตำแหน่งต่างๆ เช่น เป็นคนตรวจการบ้าน ภารโรง พนักงานห้องสมุด ฯลฯ   ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดรายจ่ายของม. แล้ว เด็กยังมีรายได้ และลดเวลาสำมะเลเทเมาลงไป   ...ยังเป็นการสร้างสมพฤติกรรมแห่งความดีงามอีกหลายอย่างจากการทำงาน เรียกว่า ได้ ได้ ได้ หลายต่อ และหลายฝ่ายมาก

 

สังคมประเทศชาตินั่นแหละจะได้มากที่สุด เพราะจะได้บัณฑิตที่จบออกไปแล้ว มีตีนที่ติดดิน

...คนถางทาง (๘ มีนาคม ๒๕๕๕)