หูย...ได้ยินเรื่อง “เงินฝืด” แล้วหัวใจตกไปถึงตาตุ่ม
อันที่จริงไม่ว่าสัญญาณเศรษฐกิจจะหันเหไปทางไหน ไม่ว่าเงินเฟ้อ, เงินฝืด,
มีสภาพคล่อง หรือ
ตึงเปรี๊ยะ ตัวแทนคนจนอย่างคนสมถะก็ตื่นเต้นไปงั้นแหละ เพราะทุกวันนี้ก็หลังชนฝา หน้าเศร้าหมอง ไม่มีเงินให้จับจ่ายใช้สอย ฟุ่มเฟือยอะไรหนักหนาอยู่แล้ว
ชาตินี้จึงต้องขยันทำบุญทำกุศลไว้มากๆ เผื่อชาติหน้ามีจริงจะได้คาบช้อนเงินช้อนทอง หรือตะเกียบเพชรมาเกิดกะเค้าบ้าง จะได้ไม่ต้องชีช้ำกะหล่ำปลี ใกล้สิ้นเดือนก็เหมือนสิ้นใจ อย่างทุกวันนี้ไง
แต่ถึงจะจนหรือฐานะปานกลาง ก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ในเมื่อชีวิตไม่สิ้นก็ควรดิ้นกันต่อไป ขืนมัวแต่เป็นลิงอมลูกท้อ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาได้หรอก
สู้มีชีวิตยืนหยัดไว้ต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจผันผวนกันดีกว่า
เกริ่นมาตั้งนาน ในใจงี้อยากเล่า ถึงความคิดเชิงบวกเพื่อสร้างกำลังใจ ให้คุณผู้อ่านทั้งหลาย มีทัศนคติที่ดีกับการวางแผนทางการเงิน นั่นเอง
ในคอลัมน์มันนี่ (That can lead you to financial well-being) บอกว่า ไม่ว่าคุณจะหกล้ม หรือตีลังกา ทางการเงินมามากน้อยแค่ไหน ขอให้ลบ ความทรงจำที่แย่ๆ หรือไม่น่าปลาบปลื้ม เรื่องเงินทองไม่พอใช้ หรือมีเท่าไหร่ก็ใช้ซะหมด.. ไปซะเถิด
เพราะเดี๋ยวจะยกประโยคดีๆ มาแนะนำ ให้ท่านผู้เจริญแล้วทั้งหลาย จดไว้ในความทรงจำ ชนิดที่ว่า ถ้าคุณสามารถท่องในใจ ได้ทุกวันด้วยยิ่งเจ๋ง
ประโยคดีๆ ที่อยากเล่าสู่กันฟัง เช่น
* ฉันสนุกกับการเก็บเล็กผสมน้อยและค่อยๆเรียนรู้เรื่องการใช้เงิน และการลงทุนอย่างถูกวิธี มาก กว่าแค่ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ
* ไม่ว่าฉันจะมีเงินตอนนี้อยู่เท่าไหร่ ฉันหวังให้มันมีเพิ่มพูน มากกว่าจะใช้ จ่ายแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
* แม้รู้ว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่อย่าลืมว่าสมัยนี้น่ะ เงินทองเป็นของหายาก เช่นกัน
* สมการง่ายๆในการดูแลตัวเองก็คือ 1. อย่ามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ และ 2. บัตรเครดิตมีไว้ใช้ยามจำเป็น ถ้าไม่อยากตกเป็นทาสบัตรพลาสติก ก็อย่าใช้ซี้ซั้ว เข้าใจ๋.
อันที่จริงไม่ว่าสัญญาณเศรษฐกิจจะหันเหไปทางไหน ไม่ว่าเงินเฟ้อ, เงินฝืด,
มีสภาพคล่อง หรือ
ตึงเปรี๊ยะ ตัวแทนคนจนอย่างคนสมถะก็ตื่นเต้นไปงั้นแหละ เพราะทุกวันนี้ก็หลังชนฝา หน้าเศร้าหมอง ไม่มีเงินให้จับจ่ายใช้สอย ฟุ่มเฟือยอะไรหนักหนาอยู่แล้ว
ชาตินี้จึงต้องขยันทำบุญทำกุศลไว้มากๆ เผื่อชาติหน้ามีจริงจะได้คาบช้อนเงินช้อนทอง หรือตะเกียบเพชรมาเกิดกะเค้าบ้าง จะได้ไม่ต้องชีช้ำกะหล่ำปลี ใกล้สิ้นเดือนก็เหมือนสิ้นใจ อย่างทุกวันนี้ไง
แต่ถึงจะจนหรือฐานะปานกลาง ก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ในเมื่อชีวิตไม่สิ้นก็ควรดิ้นกันต่อไป ขืนมัวแต่เป็นลิงอมลูกท้อ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาได้หรอก
สู้มีชีวิตยืนหยัดไว้ต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจผันผวนกันดีกว่า
เกริ่นมาตั้งนาน ในใจงี้อยากเล่า ถึงความคิดเชิงบวกเพื่อสร้างกำลังใจ ให้คุณผู้อ่านทั้งหลาย มีทัศนคติที่ดีกับการวางแผนทางการเงิน นั่นเอง
ในคอลัมน์มันนี่ (That can lead you to financial well-being) บอกว่า ไม่ว่าคุณจะหกล้ม หรือตีลังกา ทางการเงินมามากน้อยแค่ไหน ขอให้ลบ ความทรงจำที่แย่ๆ หรือไม่น่าปลาบปลื้ม เรื่องเงินทองไม่พอใช้ หรือมีเท่าไหร่ก็ใช้ซะหมด.. ไปซะเถิด
เพราะเดี๋ยวจะยกประโยคดีๆ มาแนะนำ ให้ท่านผู้เจริญแล้วทั้งหลาย จดไว้ในความทรงจำ ชนิดที่ว่า ถ้าคุณสามารถท่องในใจ ได้ทุกวันด้วยยิ่งเจ๋ง
ประโยคดีๆ ที่อยากเล่าสู่กันฟัง เช่น
* ฉันสนุกกับการเก็บเล็กผสมน้อยและค่อยๆเรียนรู้เรื่องการใช้เงิน และการลงทุนอย่างถูกวิธี มาก กว่าแค่ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ
* ไม่ว่าฉันจะมีเงินตอนนี้อยู่เท่าไหร่ ฉันหวังให้มันมีเพิ่มพูน มากกว่าจะใช้ จ่ายแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
* แม้รู้ว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่อย่าลืมว่าสมัยนี้น่ะ เงินทองเป็นของหายาก เช่นกัน
* สมการง่ายๆในการดูแลตัวเองก็คือ 1. อย่ามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ และ 2. บัตรเครดิตมีไว้ใช้ยามจำเป็น ถ้าไม่อยากตกเป็นทาสบัตรพลาสติก ก็อย่าใช้ซี้ซั้ว เข้าใจ๋.