เด็กชายคนหนึ่งอยู่ต่างจังหวัด เติบโตมาก็ปฏิบัติตนเหมือนกับเพื่อนๆ ได้เข้าเรียนในระดับที่สามารถสมัครงาน ได้งานอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ เป็นตำแหน่งงานที่ตนเองก็ได้เลือกเรียนมา ตัวเองเคยให้ความสนใจอย่างมากมาย ในยามที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งพื้นๆ
คนหนึ่งได้ทำงานด้านซ่อมคอมพิวเตอร์ แบบพวกลงโปรแกรมต่างๆ นี่ แรกๆ ก็แอคทีพดีนะ วันเวลาผ่านไปได้พบรักมีครอบครัว ความมุ่งมั่นสนใจในเรื่องราวของคอมพิวเตอร์แผ่วลง แต่กลับมีความขมีขมันกับงานไร่งานนาที่ครอบครัวรับผิดชอบ แบบนี้ก็มีและก็พบได้ทั่วไปนะ
ส่วนอีกรายก็จบด้านการเขียนโปรแกรมมา ซึ่งเป็นคณะที่หลายคนวาดฝันไว้ อยากเป็นอยากทำเมื่อหลายปีก่อน เมื่อเขาได้เข้ามาทำงานที่ตรงสาย แต่ดูก็เห็นเบื่องานกันไปทุกวี่ทุกวัน มาทำงานแบบแบบผ่านไปวันๆ หากแต่จะมีชีวิตชีวามากมายนะ หากได้คว้ากล้องไปถ่ายภาพ หรือไม่วันไหนว่างๆ ก็รับงานนอก ไปถ่ายภาพคู่บ่าวสาว ภาพสวยวันแต่งงาน นี่ก็ไม่ต่อยอดวิชาการด้านที่ตนเองจบมา ทั้งๆที่วันนี้ก็ได้เงินทุกเดือนจากการประกอบอาชีพตรงนี้ ในทุกขณะจิตนั้นฝันและอยากจะเปลี่ยนสายงาน อยากจะไปจบนิติศาสตร์ ไปเป็นตำรวจอะไรทำนองนั้น
เรื่องราวแบบนี้ มันคืออะไรกันน้า จะดีไหมหากเขามุ่งที่จะฝึกฝนวิชาการในสายของตนในเก่งกาจ เป็นที่พึ่งขององค์กร กลับกลายเป็นคนสำคัญขององค์กร ไม่ใช่คนที่ยิ่งอยู่กันไปนานๆ ก็ไม่คิดจะถามหา องค์กรเผชิญอุปสรรค์ใหญ่โต เราก็ไม่มีอะไรที่จะไปช่วยได้เลย เราไม่สำคัญเลย สถานการณ์แบบนี้ หากเป็นเรามันน่าอภิรมย์หรือเปล่า เราอยากจะเป็นแบบมืออาชีพหรือเป็นแบบคนพื้นๆ ที่มองหาได้ทั่วไป

มาดูคนสัญขององค์กรที่คิดเพื่อองค์กร
เรียกว่าการค้นหาตัวเองได้ไหมค่ะ
..
บางคนโชคดี มีความชัดเจน แต่เด็ก ก็่ทำงานนั้นด้วยความรักและสุขใจที่ได้ทำ
ส่วนที่ไม่ชัด ก็เลือกไปตามกระแสสังคม ตามคนรอบข้าง
ทำไปถึงรู้ว่า "ไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่ใช่ที่ของเรา"
ไม่ใช่งานนั้นไม่ดี ไม่ใช่ที่ทำงานไม่ดี
แค่ มันไม่ใช่ ทำได้อยู่ แต่จะให้รัก แล้วงานออกมาแบบมืออาชีพ..ยากค่ะ
..
เมื่อค้นพบตัวเองแล้ว
ต่อให้ทางที่เดินอยู่ ออกมาไกลแค่ไหน
ก็ยังไม่ละความคิด ที่จะไปเริ่มต้นใหม่