คีเลชั่นกับอมัลกัม (amalgam) ที่ใช้อุดฟัน

 

    ปัจจุบันจะเห็นการโฆษณาการทำคีเลชั่นตามสถานพยาบาลและสื่อต่าง ๆ และบอก สรรพคุณต่าง ๆ มากมาย จนประชาชนทั่วไปหรือแม้กระทั่งแพทย์ด้วยกันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าคีเลชั่น ดีจริงหรือไม่ บทความนี้เป็นข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่จะช่วยตอบปัญหานี้ได้

คีเลชั่น(chelation) และโรคออทิสติก (autism)

คือ การขจัดโลหะหนักที่เป็นพิษออกจากร่างกาย โดยตัวกระทำ

คีเลชั่น(chelating agent) จะไปจับกับโลหะหนัก เกิดเป็นสารประกอบที่ร่างกายจะขับออกได้ทางไตหรือตับ

           ในการศึกษาระยะแรก ๆ ของโรคออทิสติก มีแนวความคิดว่า การสะสมของสารปรอทจะ เป็นสาเหตุของโรคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับวัคซีนที่มี thimerosal  ซึ่งมีสารปรอทเป็น ส่วนประกอบ จึงได้มีการศึกษาทางการแพทย์ในความเกี่ยวข้องนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลการศึกษา  พบว่าสารปรอทในวัคซีนเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นโรคออทิสติก นอกจากนี้ก็ยังไม่พบ  ความสัมพันธ์กับการเกิดโรคนี้้กับสารปรอทจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น อมัลกัม (amalgam) ที่ใช้อุดฟัน อย่างชัดเจน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีการศึกษาทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือใด ๆ พิสูจน์ได้ว่า การทำคีเลชั่นจะสามารถรักษา หรือลดความรุนแรงของโรคออทิสติกได้  นอกจากนี้ CaNa2EDTA ไม่ใช่เป็นสารที่เหมาะสมที่จะใช้ในการคีเลขั่นของสารปรอท ตัว

           กระทำคีเลชั่นที่เหมาะสมในการเป็นพิษจากปรอทคือ dimercaprol และ  succimer พิษจากโลหะหนักอื่น ๆมีผู้ป่วยจำนวนมากที่มีอาการอ่อนเพลีย ประกอบกับมีความกลัวเกี่ยวกับการได้รับโลหะหนักจากสิ่งแวดล้อม และได้รับคำโฆษณาว่า “คีเลชั่น”  สามารถขับโลหะหนักออกจากร่างกายได้ จึงมารับการรักษานี้  

แต่ตามความเป็นจริง คีเลชั่น มีประโยชน์เฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีโลหะหนักอยู่ในร่างกายเป็น  จำนวนมากจนเกิดความเป็นพิษ ในกรณีที่มีโลหะหนักในร่างกายไม่มาก ตัวกระทำคีเลชั่นก็จะจับ กับโลหะเหล่านัน้ ได้น้อยมาก ไม่สามารถขับออกร่างกายได้ นอกจากนีจ้ ากที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า CaNa2EDTA  จับโลหะหนักได้บางชนิดเท่านัน้ ไม่ใช่จับกับโลหะหนักทุกชนิด