ปัญหาการสร้างอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันของคนในชุมชน

จากกระแสของยุคโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดพัฒนาการ และการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบต่างๆ มากมาย ทุกคนทุกประเทศต่างให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวิถีชีวิต และสังคมทั้งในทางที่ดี และในทางที่ไม่ดี เพราะเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย และซับซ้อนมากขึ้น บวกกับการมีเครื่องอำนวยความสะดวกสบาย มีระบบคมนาคมที่ดี และการขนส่งที่สะดวกมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนได้รับความสะดวกสบายในดำรงชีพ จึงทำให้ผู้คนต่างก็ไขว้ขว้าหาเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อตอบสนองตนเองและทำให้ตนเองทันต่อกระแสของความทันสมัย และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหยุด
ในปัจจุบันกระแสของการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ที่ก่อให้เกิดให้การเปลี่ยนแปลง กำลังเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งในทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มีผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพในการพัฒนา
ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวนั้นจะต้องอาศัยปัจจัยหลายประการในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นคน เทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เหมาะสมและสมดุลในการพัฒนา ปัจจัยดังกล่าวล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะต้องใช้ในการพัฒนาอย่างถูกต้อง สมดุล ปลอดภัย และเกิดผลกระทบน้อยที่สุด ปัจจัยอีกอย่างที่สำคัญ คือ การมีส่วนร่วม การระดมพลังสร้างสรรค์ และการสร้างอนาคตร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว
จากการที่ได้เข้าไปศึกษาชุมชนบ้านกันมัน ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ปัญหาในการพัฒนาที่พบเจอบ่อยครั้ง คือ ปัญหาของคนที่ขาดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ขาดการระดมพลังสร้างสรรค์ และการสร้างอนาคตร่วมกันของคนในชุมชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดูแลในท้องถิ่น ซึ่งในชุมชนมีคนเพียงบางส่วนที่ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ในการพัฒนาคนจึงเป็นปัจจัยหลักและสำคัญต่อการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวที่กล่าวมาจะต้องเกิดจากคนในชุมชนมีส่วนร่วม มีการปฏิสัมพันธ์และการปฏิบัติที่ดี มีการยอมรับ เห็นคุณค่า และให้เกียจติต่อกัน มีการระดมแนวคิดร่วมกันคิดค้นหรือหาวิธีการให้บรรลุเป้าหมาย มีการระดมพลังในการทำงานร่วมกัน และร่วมกันสร้างอนาคตร่วมกัน กระบวนการระดมความคิดและผลึกพลังสร้างสรรค์อย่างเป็นขั้นตอนจะทำให้เกิดพลังสร้างสรรค์และไร้ขอบเขตในการพัฒนา เพื่อให้ได้เป้าหมายที่ตรงต่อความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง และได้แนวทางในการพัฒนาที่ตรงจุด ชัดเจน มีประสิทธิภาพศักยภาพ และเหมาะสมกับชุมชนมากที่สุด
ปัญหาของคนเป็นปัญหาที่หาแนวทาง และวิธีการแก้ไขยากที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละบุคคลที่มีความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญในการพัฒนาเพียงน้อยนิด เพราะต่างคนต่างให้ความสำคัญกับเรื่องของตนเอง และต้องดิ้นรนในสิ่งที่ตนเองอยากได้อยากมีตามกระแสมากกว่าการที่จะเข้ามาร่วมกันในการพัฒนา มองว่าเรื่องของการพัฒนามันเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก และคิดว่าไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของตน
ยิ่งในปัจจุบันสังคมที่เป็นอยู่ส่วนใหญ่ในชุมชนเริ่มที่เป็นสังคมครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเพื่อนบ้านด้วยกันอยู่ เป็นสังคมต่างคนต่างอยู่ มีการหาผลประโยชน์ให้กับตนเองเป็นส่วนใหญ่ มองเห็นความคิดของตนเองเป็นที่ตั้งไม่สนใจผู้อื่น สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวทำลายของกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก จะเกิดการพัฒนาที่ดีไม่ได้หากคนในชุมชนยังไม่ให้ความสนใจการพัฒนาชุมชนของตนเองให้ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

อ้างอิง

  • สนธยา พลศรี. ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2547
  • การพัฒนาชุมชน, กรม. การพัฒนาชุมชน. กรุงเทพฯ : กรมการพัฒนาชุมชน