เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :
ขุดไข่แมงมัน
ไข่แมงมัน....ลักษณะจะคล้ายๆ กับไข่มดแดง แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า
หลายวันก่อน.... หลังจากทำงานเสร็จช่วงเช้า ช่วงบ่ายมีเวลาว่าง ก็เลยชวนเพื่อนบ้านอีก 3 คน ไปขุดไข่แมงมัน ซึ่งถือว่าเป็นอาหารชั้นยอด ที่หายาก และราคาแพงของชาวภาคเหนือ(ช่วงนี้ไข่แมงมัน กก.ละ 600 บาท)
วันนั้น....ผมและเพื่อนๆ พากันขุดไข่แมงมันได้ 2 หลุมหรือ 2 โพรง โดยแบ่งไว้กินคนละเล็กน้อย ที่เหลือก็นำไปขายเพื่อนำเงินมาแบ่งกัน ซึ่งวันนี้ค่อนข้างโชคดีมากที่ขุดพบหลุมใหญ่ทั้ง 2 หลุม ทำให้ได้ไข่แมงมันจำนวนมาก ซึ่งขายได้เงินทั้งหมด 2,040 บาท แบ่งกัน 4 คนได้คนละตั้ง 510 บาทแน่ะ ....สบายใจเฉิบ 555
----------------------------------------------------------
วันนี้....ผมก็เลยจะเล่าเรื่องราวของ "แมงมัน" ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ.......
อันว่าเจ้า "แมงมัน" นั้น ลักษณะจะคล้ายๆ กับ "แม่เป้งมดแดง" นะครับ แต่จะสีแดงและตัวใหญ่กว่า เวลานำไปคั่วหรือทอดในน้ำมัน เวลารับประทานจะมีรสชาติมันๆ ซึ่งจะอุดมไปด้วยโปรตีนและไขมัน
ทั้งนี้ ก่อนที่จะกลายมาเป็น "แมงมัน" ที่โตเต็มวัย และมีปีกบินได้นั้น จะต้องมีวัฏจักรการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ คือ
1. "แม่แมงมัน" (ซึ่งเป็นมดชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็กมากๆ จนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น สีส้มๆ เวลากัดจะคันมากๆ) จะทำการวางไข่ไว้ในโพรง
2. หลังจากแม่แมงมันวางไข่เสร็จแล้ว ไข่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะมีขนาดเล็กและฟักออกมาเป็นแม่แมงมันตัวเล็กๆ และส่วนที่สองซึ่งเป็นไข่ขนาดใหญ่(เหมือนไข่มดแดง)จะเจริญเติบโต กลายเป็นดักแด้ และเปลี่ยนเป็น "แมงมัน" ที่ตัวโตเต็มวัยและมีปีกบินได้
3. เมื่อฝนแรกมาถึงและดินเปียกน้ำ แมงมันที่โตเต็มวัยจะพากันกัดรูดินและโผล่ออกมาจากโพรง จากนั้นก็จะบินไปตอมแสงไฟ เพื่อทำการผสมพันธุ์กับแมงมันตัวผู้(ซึ่งเรียกว่า "แมงมันคา" ตัวสีเหลืองๆ มีขนาดเล็กกว่า และกินไม่ได้) หลังจากนั้นแมงมันตัวเมีย(เรียกว่า "แมงมันก่ำ") ก็จะสลัดปีกออก ขุดดิน และมุดเข้าไปอยู่ในดินเพื่อวางไข่ แล้วก็เสียชีวิตลง....ส่วนแมงมันตัวผู้นั้นกัดลิ้นตัวเองตายตั้งแต่ตอนผสมพันธุ์เสร็จใหม่ ๆ แล้ว 555
แมงมัน....มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยนะครับ แต่นิยมบริโภคกันมากทางภาคเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นอาหารชั้นเลิศ ที่หายาก และราคาแพง
ความจริง....ที่อีสานบ้านผม(ศรีสะเกษ) ก็มีแมงมันอยู่เยอะมาก แต่ชาวบ้านที่นั่นไม่กินกัน ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า "กินไม่เป็น" หรือ "อาจจะไม่รู้ว่า...กินได้" ก็ได้นะครับ
หลายปีก่อน....ผมกลับไปเยี่ยมบ้านที่ศรีสะเกษตอนต้นฤดูฝนพอดี คืนหนึ่งฝนตก แมงมันพากันมาตอมไฟเต็มไปหมด ผมก็เลยเก็บเอามาทอดน้ำมัน โดยได้ชวนให้ญาติๆ ได้ลองชิมดู ซึ่งต่างก็บอกว่ารสชาติอร่อยดี แต่พอผมบอกให้กินเยอะๆ เขาก็ไม่ยอมกิน ได้แต่พากันยิ้มและมองหน้าผมอย่างแปลกๆ....คิคิคิ
(ชาวอีสานกิน "กะปอม" หรือกิ้งก่า แต่ไม่กิน "แมงมัน"....ส่วนชาวเหนือกิน "แมงมัน" แต่ไม่กิน "กะปอม"....ดูเหมือนจะ "กลับด้าน" กันนะครับ)
สำหรับ "ไข่แมงมัน" นั้น สามารถนำไปทำเมนูอาหารได้หลายอย่างนะครับ เช่น ตุ๋นใส่ไข่ ดองไข่แมงมัน จ่อมไข่แมงมัน ผัดกับผัก ยำไข่แมงมัน(ทำเหมือนยำไข่มัดแดง) ใส่ไข่เจียว และแกงผักหวานป่ากับไข่แมงมัน เป็นต้น ซึ่งล้วนมีรสชาติที่สุดยอดทั้งสิ้นเลย
ไหนๆ ก็ไหนๆ....วันนี้ก็เลยนำรูปตอนขุดไข่แมงมันมาฝากด้วยนะครับ ขอเชิญทุกท่านทัศนาได้ ณ บัดนี้เลย แอน แอ่น แอ๊น!
นักธรณีวิทยา ....ผู้เชี่ยวชาญในการขุดแมงมันประจำหมู่บ้าน
กำลังทำการขุดหาไข่แมงมันอย่างเอาเป็นเอาตาย 555
มดจิ๋วสีแดงๆ ที่เห็น คือ "แม่ของแมงมัน" ซึ่งกำลังพากันออกมาจากรูที่อยู่ในดิน
หากพบมดออกมาจากรูจำนวนมากเช่นนี้ แสดงว่าใกล้จะขุดถึงโพรงที่มดจิ๋ววางไข่เอาไว้แล้ว
พบโพรงหรือหลุมไข่แมงมันแล้ว
ไข่แมงมันหลุมนี้ มีมูลค่าประมาณ 1,000 บาท
ไข่แมงมัน....ซึ่งในอนาคตจะกลายเป็น "แมงมัน"(ตัวคล้ายๆ แม่เป้งมดแดง)
ซึ่งจะบินออกมาตอมไฟเพื่อผสมพันธุ์กันตอนต้นฤดูฝน
นักธรณีวิทยาอาวุโส(555)...กำลังใช้ทัพพีตักไข่แมงมันออกจากหลุมอย่างระมัดระวัง
ไข่แมงมันที่ตักขึ้นมาจากหลุมแบบสดๆ
แปลก...แต่จริง......แม่แมงมัน(มดจิ๋ว)ตัวเล็กนิดเดียว
แต่ไข่กลับใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มเลย (คล้ายๆ กับมดแดง)
ตักใส่กระสอบ เพื่อไม่ให้ไข่แมงมันแตก
นักธรณีวิทยาและนักกีฏโภชนารุ่นเยาว์....กำลังกรองและล้างไข่แมงมัน
ไข่แมงมันที่ล้างเสร็จแล้ว
ถ้วยเล็กๆ นี้ ขายถ้วยละ 25 บาท
ตุ๋นไข่ใส่ไข่แมงมัน+ก้านฟักทอง+ต้นหอม.....อร่อยมากๆ

แมงมันที่โตเต็มวัย
(เอื้อเฟื้อภาพโดย http://www.siamensis.org/board/9171.html)

แมงมันกำลังไต่ขึ้นมาจากโพรง เพื่อบินไปตอมแสงไฟและผสมพันธุ์
โดยมีแม่(มดตัวเล็ก สีแดงๆ)ออกมาส่งเต็มไปหมด
(เอื้อเฟื้อภาพโดย http://www.siamensis.org/board/9171.html)

แมงมันทอดกรอบ.....สุดยอดเมนูที่หายากและราคาแพง
(เอื้อเฟื้อภาพโดย http://www.siamensis.org/board/9171.html)
เพลง "แมลง"
ร้องโดย "ทาทา ยัง"
สังเกตได้ไงคะว่าที่ตรงไหนคือรังของแมงมันน่ะค่ะ ตอนเป็นเด็กเคยเก็บแมงมันตามสวนตอนที่มันบินออกมาน่ะค่ะ ซึ่งจะเห็นตัวแม่อยู่ และแมงมันก็จะออกจากรูมา แต่ตอนที่มันยังเป็นไข่นี่ไม่รู้หากันยังไงค่ะ ขอบคุณค่ะ
:)
พี่ครับ...
ผมต้องไปถามชาวบ้านของผมแล้วว่า...ภาคอีสานเรามีหรือเปล่า
เหมือนไข่มดแดงบ้านผมจังครับ
น่าจะอุดมไปด้วยโปรตีน
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ ..ปริม ทัดบุปผา...
-วิธีสังเกตว่าตรงไหนมี "แมงมัน" ก็คือ
1. ตอนหน้าฝน ถ้าหากตรงไหนมีแมงมันบินออกมาจากรูดิน แสดงว่าตรงนี้มีโพรงแมงมันอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องรอจนถึงเดือน ม.ค.-มี.ค. ถึงจะสามารถขุดได้และไข่จะ "เต้ง" หรือโตเต็มที่
2. ประสบการณ์....จะทำให้รู้ว่าตรงไหนมีแมงมันอาศัยอยู่ โดยให้สังเกตว่าตรงนั้นต้องเป็นบริเวณที่น้ำไม่ท่วมหรือมีจอมปลวกอาศัยอยู่
3. เดาสุ่ม.....สำหรับคนที่มีประสบการณ์น้อย ก็จะทำการเดาสุ่ม คาดเอาว่าตรงนี้ตรงนั้นน่าจะมี จากนั้นก็ลงมือขุดหลุมหาแมงมัน โดยให้สังเกตว่าตรงนั้นมีแม่แมงมัน(มดตัวเล็กๆ)อยู่หรือเปล่า ถ้ามี ก็ขุดหาจนกว่าจะเจอ ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลาขุดเป็นวันเลยทีเดียว...แต่ถ้าหากขุดหลายหลุมแล้ว แต่ไม่เจอแม่แมงมัน ก็แสดงว่าตรงนั้นไม่มีแมงมันอยู่ ก็ต้องย้ายไปขุดตรงจุดอื่นแทน
ตอนแรกๆ ผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะครับ แต่พอหลายปีเข้า ก็เริ่มมีความเชี่ยวชาญ และหลายครั้งที่สามารถชี้จุดที่แมงมันอยู่ได้อย่างตรงเผง โดยไม่ต้องเสียเวลาขุดหานานมากนัก
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและทักทาย
สวัสดีครับ คุณหมออดิเรก(ทิมดาบ)
-ที่ภาคอีสานมีเยอะแยะเลยนะครับ คุณหมอ!
เพียงแต่ทางโน้นเข้าใจว่ามันมีพิษและกินไม่ได้เท่านั้นเอง(โดยเฉพาะที่ศรีสะเกษบ้านเกิดผม)
ผมคิดว่าทางโน้นน่าจะหาง่ายกว่าทางนี้ด้วยซ้ำนะครับ เนื่องจากไม่เคยมีใครขุดหามาก่อน เลยทำให้แมงมันสามารถแพร่เผ่าพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ
-หากผมจำไม่ผิด ดูเหมือนทางอีสานเรา จะเรียก "แมงมัน" ว่า...."แมงก้นต่ง" นะครับ
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและทักทาย
เคยกินที่เป็นแม่แมงมันแล้ว ทอดกรอบ...แซ่บหลาย
เพิ่งรู้ว่าขุดไข่แมงมันมากินก็ได้
เดี๋ยวนะคะ หาทิชชูก่อน.....แค่เห็นเมนูก็น้ำลายหยดแล้วค่ะ
ขอบคุณนะคะ
สวัสดีครับ คุณหมอ ทพญ.ธิรัมภา
-ที่อีสานบ้านเรา เรียกว่า "แมงก้นต่ง" นะครับ น่าเสียดายที่พี่น้องบ้านเราไม่ค่อยนิยมกินกัน ทั้งๆ ที่มีอยู่เยอะมากๆ
-ที่ภาคเหนือนิยมกินกันทั้งตอนที่เป็น "ตัวแมงมัน" และตอนที่เป็น "ไข่แมงมัน" นะครับ แถมยังมีราคาค่อนข้างแพงอีกต่างหาก ช่วงนี้ไข่แมงมันราคา กก.ละ 600 บาทนะครับ
-ตัวแมงมันจะคล้ายๆ กับแม่เป้งมดแดงนะครับ ส่วนไข่ก็จะคล้ายๆ กัน แต่ไข่แมงมันจะใหญ่และใสกว่า แถมมีรสชาติที่อรอ่ยกว่ามากเลยนะครับ
-โอกาสหน้า ว่างๆ จะไปสอนวิธีขุดหาไข่แมงมันให้กับชาวสระใครนะครับ คิคิคิ
สวัสดีครับ อาจารย์ชำนาญ เขื่อนแก้ว
-ผมรู้สึกเสียดายนะครับ ที่แถวๆ บ้านเกิดของผม(ศรีสะเกษ)เขาไม่รู้จักและไม่กินแมงมันเลย ทั้งๆ ที่เป็นอาหารอร่อยและอุดมไปด้วยโปรตีนชั้นเลิศ แถมยังมีอยู่เป็นจำนวนมากอีกต่างหาก....น่าเสียดายจริงๆ
-แมงมันจะออกช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับน้ำฝนนะครับ ถ้าฝนแรกของฤดูตกมาเร็ว แมงมันก็จะออกมาเร็ว แต่ถ้าฝนตกช้า แมงมันก็จะออกช้าตามไปด้วยครับ ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ทั้งนี้เพราะว่าหากฝนตกมาจะทำให้ดินเปียกชุ่ม แมงมันก็สามารถที่จะกัดดินเพื่อขยายรูให้ใหญ่ขึ้นและสามารถขึ้นมาจากโพรงดินได้ แต่ถ้าหากฝนไม่ตก ดินจะแข็ง แมงมันจะกัดดินลำบาก และออกมายากครับ
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและช่วยเพิ่มเติมความคิดเห็น
คุยกับเพื่อนที่เชียงใหม่ ทีไร บอกว่า จะไปขุดแมงมัน
เพิ่งจะเห็นวันนี้ล่ะค่ะ แมงมัน หน้าตาเป็นอย่างไร
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ คุณครูอ้อย แซ่เฮ
-"แมงมัน" มีอยู่ทุกภาคนะครับ แต่ที่นิยมบริโภคกันมากก็คือที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะภาคเหนือตอน
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ไข่แมงมันกำลังโตเต็มที่ แถมยังราคาแพงอีกต่างหาก ก็เลยมีการขุดหาไข่แมงมันกันอย่างแพร่หลาย
จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเวลาคุณครูโทรไปหาเพื่อนทีไร เพื่อนถึงบอกว่า "จะไปขุดแมงมัน" ทุกที 555
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมและทักทาย
เหมือนไข่มดแดงนะคะ เคยเจอตลาด เค้าขายนิดเดียว แพงมากๆ เค้าชอบเอาไปยำ
แต่ไม่กล้าหม่ำค่ะ เหมือนอีกแมงแถวบ้านใต้
ป๋าเคยไปขุดแมงกุดจี่ ป๋าต้องชอบมากมาย กับ ไข่แมงมัน ขอบคุณเน่อเจ้า
แมงมัน ลำขนาดแต้ๆ เด้อเจ้า
เห็นแล้วอยากกิน ที่ลำปางหากินยากละค่ะ
ส่วนใหญ่นิยมเอามาดองค่ะ
แมงมัน แถบ ชุมแพ ขอนแก่น บ้านผมก็ไม่รู้จัก
ที่รู้จักจะเป็นเหมือนตั้กแตน หน้าเกี่ยวข้าวจะมีเยอะ เรียกกันว่า แมงมัน เหมือนกัน
ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นไข่เจ้าตั้กแตนที่ว่านี้ ที่แท้เป็นไข่มด แปลกดีแท้...
สวัสดีครับ คุณ Poo
-ไข่แมงมัน สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่างนะครับ
แต่ที่อร่อยที่สุด ก็คือ แกงใส่ผักหวานป่า นะครับ....สุดยอดเลยละครับ
-วัฒนธรรมการกินของแต่ละภาคไม่เหมือนกันนะครับ
ป๋าของคุณปูอาจจะเคยขุดแมงกุ๊ดจี่ไปกินก็จริง
แต่ก็ไม่แน่ใจนะครับว่าจะรู้จักแมงมันหรือกินแมงมันเป็นหรือเปล่า
เหมือนกับที่พี่น้องทางอีสานชอบกินกะปอม แต่กลับไม่กินแมงมันเลย
และชาวเหนือกินแมงมัน แต่ไม่นิยมกินกะปอมเลย....ทั้งๆ ที่เป็นสุดยอดอาหารทั้ง 2 อย่างเลย 555
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ
สวัสดีครับ คุณกอหญ้า
-ช่วงนี้เป็นช่วงท้ายๆ ของฤดูการขุดหาไข่แมงมันแล้วนะครับ เลยอาจจะหาได้ยากและมีราคาแพง
ผ่านจากช่วงนี้ไปแล้ว ไข่แมงมันก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นดักแด้หรือตัวอ่อนของแมงมัน ซึ่งเขาไม่ค่อยนิยมกินกันมากนัก เพราะว่าไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
ประมาณเดือน พ.ค.-มิ.ย. แมงมันที่โตเต็มที่ถึงจะออกมาจากรูดิน แล้วก็บินไปตอมแสงไฟ ซึ่งเป็นอีกช่วงหนึ่งที่สามารถจะนำไปกินได้ และสามารถสร้างรายได้ให้กับคนที่จับไปขายได้อย่างดีเลยทีเดียว
-ยินดีที่ได้รู้จักกับชาวลำปางหนา...ครับ 555
สวัสดีครับ คุณ พ.แจ่มจำรัส
-ที่ภาคอีสานบ้านเฮา เรียก "แมงมัน" ว่า "แมงก้นต่น" นะครับ
มีอยู่เยอะแยะไปหมดเลย โดยเฉพาะตอนต้นฤดูฝน แมงมันจะพากันบินออกมาตอมแสงไฟเป็นจำนวนมาก ตามเสาไฟข้างทางบางแห่งมีมากเป็นกาละมังเลยนะครับ
แต่น่าเสียดายที่ทางโน้นกินไม่เป็นและไม่รู้จัก ก็เลยไม่กินกัน และพลอยทำให้ไม่มีรายได้จากการขายแมงมันขึ้นมาด้วย....น่าเสียดายจริงๆ ครับ
-แมงมัน...กินและขายได้ ทั้งในช่วงที่ยังเป็นไข่ และช่วงที่กลายเป็นแมงมันโตเต็มวันแล้วนะครับ ราคาแพงมากๆ ด้วยครับ ตก กก.ละ 600-800 บาทเลยทีเดียว
-สักวัน....ผมว่าจะพาชาวเชียงใหม่ไปตระเวณขุดไข่แมงมันแถวภาคอีสาน แล้วนำมาขายที่เชียงใหม่นะครับ คงจะสนุกและมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว 555
เค้าไม่รู้จักก็ดีแล้วค่ะ
จะได้กินแบบไม่มีคนแย่ง.....55555
แต่ทางใต้ไม่มีค่ะ
หรือไม่รู้จักก็ไม่รู้นะค่ะ
สงสัยจังค่ะแม่มันตัวเล็กกัดเจ็บ
แล้วที่ที่วางไข่ตัวขนาดใหนค่ะ
และที่ดองมันเป็นแบบใหนมีให้เห็นหรือเปล่าค่ะ
สวัสดีครับ คุณครู Bonnie
-ที่จริง "แมงมัน" มีอยู่ในทุกภาคของประเทศไทยนะครับ รวมทั้งที่ภาคใต้ด้วย คิดว่าคุณครูและพี่น้องทางใต้คงจะเคยเห็นบ่อยๆ เพียงแต่อาจจะไม่รู้จัก และไม่ทราบว่า "กินได้" เท่านั้นเอง
-แม่แมงมันที่วางไข่ไว้ในโพรง ก็คือ "มดจิ๋วตัวเล็กๆ" ที่เห็นในรูปด้านบนนะครับ ตัวสีส้มๆ เวลากัดจะรู้สึกคัน แต่ไม่เจ็บหรือปวดเหมือนโดนมดคันไฟกัดนะครับ
ตอนแรก....ไข่จะมีขนาดเล็กมากๆ จนมองตาเปล่าแทบจะไม่เห็นนะครับ พอนานๆ ไป ไข่ก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นดักแด้ และกลายเป็นแมงมันโตเต็มวัย ที่มีปีกและบินได้
-เสียดายจังเลยครับ ที่ผมไม่มีภาพ "ดองไข่แมงมัน" หรือ "แมงมันจ่อม" มาให้ชมด้วย
สำหรับวิธีการทำ "แมงมันจ่อม" นั้น มีขั้นตอนการทำ ดังนี้นะครับ.....
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วก็เอาเกลือใส่
2. นำน้ำเกลือที่ต้มเสร็จแล้วมาเทใส่ถ้วย แล้วก็ปล่อยให้เย็นสนิท
3. นำไข่แมงมัน(ไข่ขนาดเล็กๆ เท่าเมล็ดงา)ที่ล้างสะอาดแล้ว มาเทใส่ในถ้วยน้ำเกลือ จากนั้นก็เอาถุงพลาสติกหรือพาชนะอื่นครอบไว้ประมาณ 4-5 วัน
เมื่อครบกำหนดก็จะได้แมงมันจ่อมหรือแมงมันดอง ซึ่งมีรสชาติมันๆ เค็มๆ เปรี้ยวๆ โดยก่อนจะรับประทาน ก็ให้หั่นผักชีหรือหัวหอมใส่เข้าไปด้วย จากนั้นก็ลงมีรับประทานได้เลยครับ.....อร่อยมากเลยทีเดียว
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน
สวัสดีค่ะคุณอักขณิช
เป็นตาแซบหลาย น่าอร่อย น่าทานมากค่ะ ชอบเมนูตุ๋นใส่ไข่ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
สวัสดีครับ พี่ถาวร
ไม่ทราบว่าพี่อุ้มเคยทานไข่แมงมันบ้างหรือยังเอ่ย?
ที่อีสานบ้านเฮา เรียกว่า "แมงก้นต่ง" นะครับ มีอยู่เยอะแยะเลย
เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่า "กินได้" เท่านั้นเอง
ไม่งั้นก็จะเป็นแหล่งโปรตีนและขุมทรัพย์ในดินที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของพี่น้องบ้านเฮาเลยนะครับ
เสียดาย....เสียดายจริงๆ