นี่เป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาที่ขาดการวิเคราะห์ผลได้ผลเสียก่อนตัดสินใจ
"การยกเลิกการใช้ไม้เรียวสำหรับครู"
สาเหตุ ครูใช้ไม้เรียวเป็นเครื่องมือในการทำร้ายร่างกายเด็ก
วิธีการแก้ไข ห้ามครูทั้งประเทศใช้ไม้เรียวเป็นเครื่องมืออีกต่อไป
ผลที่ได้ ครูยังคงมีการใช้กำลังทำร้ายร่างกายเด็กอยู่ แต่เปลี่ยนวิธีการแทน
วิเคราะห์ปัญหา ปัญหาคือ ครูบางคนซึ่งเป็นส่วนน้อย ทำร้ายร่างกายเด็กเกินสมควรแก่เหตุในการสั่งสอน
วิเคราะห์ไม้เรียว ไม้เรียวเป็นเครื่องมือที่ครูใช้ในการควบคุมห้องเรียน ประโยชน์ของไม้เรียวคือทำให้ครูสามารถบังคับให้เด็กตั้งใจเรียนได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาศึกษาเทคนิควิธีการดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ซึ่งทำให้ผู้สอนมีเวลาในการศึกษาหาความรู้ในส่วนของเนื้อหาที่ตนสอนได้อย่างเต็มกำลัง
ผลกระทบที่เกิดจากมาตราการห้ามใช้ไม้เรียว : ครูประสบปัญหาอย่างมากในการควบคุมห้องเรียนให้เกิดความสงบและบรรยากาศที่เหมาะแก่การเรียน เมื่อเด็กไม่กลัวครู ทำให้เด็กบางส่วนเกิดพฤติกรรมไม่สนใจเรียนเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับเทคนิคการสอนเดิมๆของครูที่ไม่เร้าความสนใจเด็กด้วยแล้ว ก็ทำให้เด็กมีความรู้ลดน้อยลง แต่ไม่มีผลถึงเด็กที่มีความตั้งใจเรียนอยู่แล้ว
เมื่อครูยังไม่พร้อมที่จะปรับตัวหาเทคนิคการสอนใหม่ๆ จะเกิดอะไรขึ้น คงเดาได้ไม่ยากจากประสบการณ์ตอนเป็นนักเรียนของทุกคนคือ วิชาไหนที่น่าเบื่ออยู่แล้ว ก็ยิ่งพาให้ไม่สนใจเรียนเข้าไปใหญ่เพราะครูทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่นหรือว่าสั่งสอน
ดังนั้นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือ การลงโทษเฉพาะรายไป
สำหรับประเด็นที่อยากให้ครูพัฒนาเทคนิควิธีการสอนที่ดึงดูดความสนใจเด็กตามคอนเส็บที่ว่า learn + เล่น = เพลิน ให้ได้ผลนั้น ควรจะเป็นประเด็นในระยะยาว
เช่นการให้ความรู้กับผู้สอนถึงเทคนิควิธีการสอนที่เหมาะสมกับแต่ละเนื้อหาวิชาให้เด็กอยากเรียนเหมือนกับยากเล่นนั้น คงต้องหาผู้ช่วยคิดเทคนิคและวิธีการสอนคู่ขนานไปกับครูผู้สอนเพราะลำพังเพียงแค่ภาระการสอนของครูในปัจจุบันก็แทบทำให้ครูไม่มีเวลาพัฒนาความรู้อยู่แล้ว ถ้าให้ครูผู้สอนต้องหาเทคนิควิธีการสอนใหม่ๆด้วยตนเองแล้ว เกรงว่า คุณภาพด้านเนื้อหาจะด้อยลงไปด้วย
นี่ก็เป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดเพียงอย่างนึง จากคนเพียงไม่กี่คน ที่ส่งผลกระทบถึงคนอีกหลายในวงกว้าง ซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์ศึกษาถึงสาเหตุและมุ่งแก้ไขให้ตรงกับสาเหตุที่แท้จริง
เป็นประเด็นที่น่าฉุกคิดมากครับ