นานๆ..ผมจะเจอคำถามที่ “กวน” ซักที ..ผมชอบคำถามกวนๆ แบบนี้มาก วันนี้เลยขอตอบ เท่าที่สติปัญญาระดับ “อาจารย์” (อ้วก) จะคิดออก

วันก่อน (ประมาณ ปลายมค. ๒๕๕๕) ผมเขียนบทความลงบลอกเรื่อง “ ทัวร์อีสาน เยี่ยมหมู่บ้านเสื้อแดง” ..มีท่านผู้อ่านรายหนึ่งเขียนถามในบอร์ดว่า ....อาจารย์คะ ถามจริงๆนะคะ ไม่ได้ลองภูมิหรือกวน..อาจารย์คิดอย่างไรกับคำว่าเท่าเทียมคะ และแท้จริงแล้วคนเราเท่าเทียมกันได้ในเรื่องใด และในเรื่องใดที่ยังไงก็ไม่เท่าเทียม

นานๆ..ผมจะเจอคำถามที่ “กวน” ซักที ..ผมชอบคำถามกวนๆ แบบนี้มาก วันนี้เลยขอตอบ เท่าที่สติปัญญาระดับ “อาจารย์” (อ้วก) จะคิดออก (ธ่อ..ผมอจ.วิดวะนะ ไม่ได้จบปัดยาหรือจิดวิดยามาจากไหน)

ตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ ถ้ามี”ความเท่าเทียม” ที่ไหน (หรือไม่มีความแตกต่าง)  มันก็ไม่มี “การไหล”  เช่น ถ้าไม่มีความแตกต่างของความสูง น้ำก็ไม่ไหล (จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ)  ถ้าน้ำไม่ไหลมันก็ขัง มันก็เน่าเหม็น

ถ้ามีความเท่าเทียมของอุณหภูมิร่างกายและสิ่งแวดล้อม มันก็ไม่เกิดการไหล (ถ่ายเท) ของความร้อนจากร่างกายสู่บรรยากาศ เราก็จะร้อนมาก จนคนเราก็จะตาย และเน่า ในที่สุด  ก็เกิดความเท่าเทียมระหว่างอภ.ร่างกายเรากับธรรมชาติ

โลกเป็นบริวารของดวงอาทิตย์(แดด)  มีความไม่เท่าเทียมด้านความร้อน ซึ่งทำให้เกิดการให้ความอุ่นและแสงสวางแก่โลกเราจากดวงแดด  ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ ถ้าโลกเท่าเทียมดวงแดด เราจะมีชีวิตจนมาคิดเรื่องความ “เท่าเทียม” ได้ไหม

ยังมีตัวอย่างอีกมาก...ผมสรุปแบบอจ.วิดวะว่า “ความไม่เท่าเทียม” เป็นสิ่งจำเป็นใน “การไหล”  ซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งการดำรงอยู่เสมอ

เอาอีกตัวอย่างก็ได้ ..หัวใจออกแรงบีบเต้นก็เพื่อสร้างความไม่เท่าเทียมด้านความดัน ทำให้เลือดสามารถสูบฉีดส่งสารอาหาร (ที่สกัดจากความเข้มข้นที่ไม่เท่าเทียมกันของสารอาหารในกระเพาะ) ไปสู่อวัยวะในส่วนต่างๆได้

 

...ชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยความไม่เท่าเทียมแท้ๆ ...ถ้าปอด ม้าม ตับ ไต ไส้ พุง ออกโรงมาเดินขบวนประท้วงกันหมด แถมเผาหัวใจที่ทำหน้าที่เป็น "อำมาตย์" หลักในการหล่อเลี้ยงอวัยวะอื่น แล้วถามว่าชีวิตนี้มันจะดำรงอยู่ได้ไหม

ระบบ ชั้นวรรณะของอินเดีย ที่คนส่วนใหญ่ดูหมิ่นนั้น ความจริงมีอะไรดีๆมากนัก ส่วนระบบคอมมิวนิสต์ที่คิดกันมานั้น (และนิยมกันมากในหมู่ “ปันยาชน” ช่วงหนึ่ง) โดยหวังจะให้เท่าเทียมกันหมด  แล้ววันนี้อยู่รอดไหม  ที่อยู่รอดเห็นมีแต่พวกคณะกรรมการบริหารพรรค ที่อ้วนฉุ ใส่สูตนั่งห้องแอร์เย็นฉ่ำ มีพลขับชูคอในรถลิมูซีนกันหมด

หมาในกับเสือ ใครจะอยู่รอดได้นานกว่ากัน ในขณะที่หมาไนหากินเป็นหมู่ มีหัวหน้าฝูงที่ได้สิทธิมากกว่าสมาชิกกลุ่มในหลายด้าน (โดยเฉพาะการได้กินก่อนใครจากการล่า)  ส่วนเสือเท่าเทียมกัน ต่างคนต่างหา   มด ผึ้ง ก็มีราชินี มีมดทหาร มดงาน  ส่วนแรม (แพะภูเขา) ตัวผู้ต้องออกกำลังชนเขากันให้หมด ผู้ชนะเลิศรอบสุดท้ายคือผู้แข็งแรงสุดที่ได้สิทธิในการผสมพันธุ์แพร่เสปิร์มออกไปให้ตัวเมียทุกตัวในฝูง

 

ส่วนต้นหญ้าดูเหมือนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมดในการถูกแทะเล็มกินโดยกวาง เก้ง ควาย ซึ่งเป็นอาหารของเสืออีกต่อ

 

คนเราจะเลือกใช้ระบบไหนดี ...หญ้า ควาย แรม หรือ เสือ หรือว่าต้องคิดค้นระบบ “คน” ขึ้นมา ที่ไม่เหมือนใครเลย

 

และพอเป็นระบบ “คน” แล้ว ต้องถามต่อว่า คนเรามีกี่สายพันธุ์ พันธุ์ไทยเราจะไปลอกเอาระบบ ปชต. ฝรั่ง มาใช้ทั้งดุ้นแบบที่กำลังเห่อเหิมกันในวันนี้ได้ไหม แล้วมันจะไปรอดไหม หรือว่าจะสูญพันธุ์แบบไดโนในที่สุด

 

“อาจารย์” วิดวะอย่างผมคงคิดได้แค่นี้แหละครับ หึหึ

 

...คนถางทาง (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)