น้ำมันหอมระเหยสารสกัดจากพืชสมุนไพร
“พื้นฐานบ้านเราคือชาวบ้าน” ที่นำคำกล่าวนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้เข้ากับกระแสสังคมไทยเราในปัจจุบัน ที่ให้ความสนใจกับเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้านกันเป็นอย่างมาก ด้วยว่าประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านทรัพยากรชีวภาพและสิ่งแวดล้อมสูงประเทศหนึ่งในโลก ความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆก็ได้สั่งสมและสืบทอดกันต่อมาเป็นภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นที่ได้จากความเข้าใจคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านเหล่านี้มีประโยชน์ และหากได้มีการนำมาพัฒนาผสมผสานกับวิทยาการสมัยใหม่อย่างเช่น ความรู้เกี่ยวกับยา และสมุนไพรต่าง ๆ ที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
รู้จักน้ำมันหอมระเหย
น้ำมันหอมระเหย เป็นสารอินทรีย์ที่มีองค์ประกอบสลับซับซ้อน ได้จากการสกัดน้ำมันที่พืชสมุนไพรสร้างขึ้น โดยเก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ ของพืชสมุนไพร เช่น เมล็ด ดอก ใบ ผล เปลือกลำต้น หรือที่รากและเหง้า เป็นต้น
ลักษณะทั่วไป เป็นของเหลว ใส ไม่มีสีหรือมีสีอ่อน ๆ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ระเหยได้ง่ายที่อุณหภูมิปกติ เมื่อได้รับความร้อนน้ำมันจะระเหยได้ดียิ่งขึ้น
กลิ่น ของน้ำมันหอมระเหยจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปขึ้นกับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในพืชสมุนไพรแต่ละชนิด เช่น น้ำมันตะไคร้หอม ประกอบด้วยgenaniol, citronella และ borneol ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติในการไล่แมลง หรือน้ำมันตะไคร้ประกอบด้วย citral, linalool และgeraniol ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติช่วยในการขับลม แก้จุกเสียด
เป็นต้น
น้ำมันหอมระเหยที่สำคัญที่ประเทศกลุ่มยุโรปนำเข้า คือน้ำมันจากตะไคร้หอม สหรัฐอเมริกานำเข้าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มมากที่สุด รองลงมาคือ น้ำมันจากมะนาวตลาดญี่ปุ่นมีการบริโภคน้ำมันหอมระเหยประมาณ 10%
ของโลก และส่วนมากจะนำเข้า
การใช้น้ำมันหอมระเหย
มีการใช้น้ำมันหอมระเหยมาตั้งแต่ 4000 ปีก่อนคริสตกาลในพิธีกรรมทางศาสนา โดยการเผาส่วนต่าง ๆ ของพืชสมุนไพรเช่น เนื้อไม้ ยางไม้ ทำให้เกิดกลิ่นหอมและรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำมันหอมระเหยในการบำบัดรักษาโรค โดยศาสตร์ด้านนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในอียิปต์ ชาวอียิปต์จะใช้พืชสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมเพื่อมาทำน้ำมันนวด ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว น้ำหอม และเครื่องสำอาง รวมทั้งใช้ในกระบวนการทำมัมมี่ในประเทศไทยเองก็มีการใช้กลิ่นหอมจากสมุนไพรเป็น ยาหอมยาดม อาหาร อบสมุนไพร หรือนำมาปรุงแต่งรสอาหาร มาเป็นเวลานานแล้วเช่นกันการใช้น้ำมันหอมระเหยในการบำบัดรักษาโรคหรือที่เรียกว่าสุวคนธบำบัด (aromatherapy) เป็นธุรกิจการให้บริการรูปแบบ-
ใหม่ในประเทศไทย ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการผ่อนคลายความเครียด ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยจะมีผลต่อระบบของร่างกายเกือบทุกส่วน กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะกระตุ้นสมองส่วนที่มีผลต่ออารมณ์ การสูดดมน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้เข้าถึงการสมดุลของอารมณ์ที่เป็นสุข ซึ่งมีผลในการบำบัดโรคที่เป็นปัญหาทางร่างกาย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับความเครียด คุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยแต่ละกลิ่นจะมีประโยชน์แตกต่างกัน เช่น คาร์โมไมล์ กุหลาบ ไม้จันทร์ ช่วยให้คลายกังวล ส่วนสาระแหน่ มะกรูด ตะไคร้ ส้ม กระดังงา จะช่วยลดอาการประสาทตึงเครียด กระตุ้นร่างกายและจิตใจทำให้รู้สึกสดชื่น ท่านผู้สนใจสามารถรับบริการสุวคนธบำบัด ได้จากสถานเสริมความงามและแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมุ่งเน้นการใช้วิธีธรรมชาติบำบัด เช่น นวดหน้า นวดตัว นวดฝ่าเท้า ขัดผิว เป็นต้น
การสกัดน้ำมันหอมระเหย
การที่จะได้น้ำมันหอมระเหยไม่ใช่ทำได้โดยง่ายในทันทีแม้พืชจะสร้างน้ำมันและเก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ แต่กรรมวิธีที่จะได้มาซึ่งน้ำมันหอมระเหยจะต้องผ่านกรรมวิธีที่เรียกว่า “การสกัด”ซึ่งสามารถทำได้ 5 วิธีคือ
1. การกลั่น (distillation)เป็นวิธีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายเนื่องจากเป็นวิธีที่ประหยัด
โดยการให้ไอน้ำผ่านพืชสมุนไพรที่จะสกัดน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในหม้อกลั่น น้ำมันหอมระเหยจะถูกสกัดออกมาพร้อมกับไอน้ำซึ่งจะผ่านไปตามท่อ และถูกทำให้เย็นตัวเป็นของเหลวเก็บไว้ในขวด น้ำมันหอมระเหยจะแยกตัวออกจากชั้นน้ำ ทำให้สามารถที่จะนำออกมาใช้ได้ง่าย น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้โดยวิธีนี้ได้แก่น้ำมันไพล น้ำมันตะไคร้ เป็นต้น
2. การสกัดด้วยน้ำมันสัตว์ (extraction by animal fat)วิธีนี้จะใช้กับน้ำมันหอมระเหยที่ระเหยได้ง่ายเมื่อกลั่นด้วยไอน้ำ วิธีนี้จะใช้เวลานานเนื่องจากต้องแช่พืชสมุนไพรไว้ในน้ำมันหลายวันเพื่อให้น้ำมันดูดเอากลิ่นหอมออกมา น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้โดยวิธีนี้ ได้แก่ น้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิ ดอก
กุหลาบ เป็นต้น
3. การสกัดด้วยสารเคมี (solvent extraction)วิธีนี้จะได้น้ำมันหอมระเหยที่มีความเข้มข้นสูง แต่คุณภาพไม่ดีเนื่องจากจะมีสารอื่นปะปนออกมาด้วย การสกัดแบบนี้จะได้น้ำมันหอมระเหยที่เรียกว่า absolute oil วิธีนี้จะใช้กับพืชสมุนไพรที่ทนความร้อนสูงไม่ได้ เช่น มะลิ และหลังจากการสกัดต้องระเหยสารละลายที่ใช้เป็นตัวสกัดออกให้หมด ซึ่งสารละลายที่นิยมใช้เป็นตัวสกัดคือ แอลกอฮอล์__
4. การคั้นหรือบีบวิธีนี้จะทำให้น้ำมันที่อยู่ในเปลือกของผลไม้ เช่นเปลือกพืชตระกูลส้ม ออกมา แต่น้ำมันหอมระเหยที่ได้จะมีปริมาณน้อยและไม่บริสุทธิ์
5. สารสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เหลวโดยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เหลวที่ความดันสูงผ่านพืชสมุนไพร ซึ่งวิธีนี้จะมีต้นทุนการผลิตที่สูง แต่จะได้น้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพดี และมีความบริสุทธิ์สูง