..ผมกำลังพิจารณาเปรียบเทียบว่า การศึกษาสำหรับอนาคต ที่จะทำให้นิสิตมีทักษะสำหรับอนาคตนั้น จะเริ่มจากการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ก่อน หรือว่า เริ่มจากวิธีการเรียนรู้ของนิสิตก่อน... แรกๆ ผมคิดว่าในระดับมัธยมต้องเริ่มจากครูก่อนซึ่งผมกำลังพยายามอยู่ ส่วนในระดับมหาวิทยาลัย ต้องเริ่มจากวิธีการเรียนรู้ของนิสิตก่อน (เพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยเปลี่ยนยากมาก).... แต่มาถึงวันนี้.... ผมเริ่มลังเลว่า อะไรจะง่ายกว่ากันซะแล้ว..... ฮา

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 14:00 - 16:00 น. ฝ่ายกิจการนิสิต จัดให้ตัวแทนนิสิตได้พบผู้บริหารคณะวิทยาศาสตร์ โดยปกติจะเรียนเชิญหัวหน้าภาควิชาเข้าพบด้วย แต่ปีนี้ ผมในฐานะที่รับผิดชอบโครงการ อยากจะลด "ความเกรงใจ" อีกมุมหนึ่งคือ "เพิ่มพื้นที่ปลอดภัย" ให้กับตัวแทนนิสิตให้สามารถกล่าวพาดพิงถึงได้ง่ายขึ้น จึงได้จัดให้บรรยายกาศเป็นแบบ KMI (Knowledge Management Inside) ซึ่งผมเข้าใจว่า บรรยายกาศแบบนี้เกิดจากการนำ ข้อดีของ KM มารวมกับกระบวนการหรือเทคนิคแบบ จิตตปัญญาศึกษา...ซึ่งผลการดำเนินการ (จากการประเมินด้วยตนเอง) ตอน 30 นาทีสุดท้ายของรายการน่ะ "ใช่เลย" ... แม้ว่า 30 นาทีแรก..บรรดาผู้นำนิสิตของเราจะ "เฉย" จนเกือบจะ "เฉา" กันไปทั้งวง...ฮา

ต่อไปนี้เป็นผลสรุปที่ผมสลับกลับเรียงตามความประทับใจ หรือตรงใจของผมจากมากที่สุดไปหามาก จนถึงเรื่องที่ขอนำฝากให้ผู้บริหารได้พิจารณาต่อไป ดังนี้ครับ

  1. นิสิตไม่น้อยมีพื้นฐานความรู้ไม่เพียงพอ จึงอยากจะขอให้ทางคณะ จัดโครงการปรับพื้นฐานก่อนเรียนชั้นปี 1 ของทุกรายวิชา ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงคณิตศาสตร์/ อยากให้มีการทดสอบพื้นฐานความรู้ของนิสิตก่อนเริ่มเรียนปีหนึ่ง และมีแผนกลยุทธ์ในการปรับปรุงพื้นฐานสำหรับนิสิตที่ได้คะแนนน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
  2. อยากให้คณะ จัดสอนเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ภาษาไทย การเขียนหนังสือราชการ การเขียนโครงการ การทำโครงงาน และการเขียนงานวิชาการ ฯลฯ
  3. อยากให้คณะ จัดโครงการหรือกิจกรรมส่งเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษ ให้มากขึ้น 
  4. อยากให้ทางคณะ จัดตั้งศูนย์นิสิตช่วยเหลือนิสิต เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ แบ่งปันกัน ตลอดทั้งติดต่อสอบถาม ปรึกษาหารือปัญหาด้านการเรียน ทุนการศึกษา ฯลฯ
  5. ต้องการโต๊ะที่นั่ง ม้าหินอ่อนรอบๆ บริเวณโรงอาหาร (ลานประลอง) และด้านหลังของอาคารชีวภาพ ให้มากขึ้น เพื่อนั่งอ่านหนังสือและรับประทานอาหาร
  6. ต้องการรถบัสประจำคณะ นอกจากจะทำให้สามารถทำกิจกรรมพัฒนานิสิตได้สะดวกและประหยัดงบประมาณแล้ว การพัฒนาบุคลากรซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในมหาวิทยาลัย การบริการวิชาการซึ่งต้องรองรับนักเรียนมากที่สุดในแต่ละปี เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่สมควรที่ผู้บริหารจะนำมาพิจารณา
  7. ต้องการปลั๊กไฟและอินเตอเน็ตที่จุดต่างๆ รอบๆ คณะให้มากขึ้น
  8. ต้องการให้เครื่องกรองน้ำดื่มฟรี ตามจุดต่างๆ ที่สำคัญ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ผู้นำนิสิตกล่าวถึงเหมือนอยากฝากให้คณาจารย์เราพิจารณา เช่น อาจารย์สอนเร็วไป สอนไม่ตรงสาขา อาจารย์นัดสอนวันหยุด ห้องน้ำอาคาร SC2 ใช้ไม่ได้หลายห้อง คอมพิวเตอร์ห้อง SC1-104 ใช้ไม่ได้หลายเครื่อง ลานจอดรถจักรยานยนต์น้ำท่วม ไม่อยากให้จัดตารางสอบให้มีวิชาเอกบังคับอยู่ในวันเดียวกัน ปรับปรุงแอร์ห้อง SC2-102, 103, 107, 108 เพราะมีเชื้อรา

หลังจากงานผู้นำนิสิตพบผู้บริหารแล้ว ผมมีข้อสังเกตว่า นิสิตส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับตัวในเรื่องการเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมสู่ศตวรรษใหม่เท่าใดนัก...ผมกำลังพิจารณาเปรียบเทียบว่า การศึกษาสำหรับอนาคต ที่จะทำให้นิสิตมีทักษะสำหรับอนาคตนั้น จะเริ่มจากการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ก่อน หรือว่า เริ่มจากวิธีการเรียนรู้ของนิสิตก่อน... แรกๆ ผมคิดว่าในระดับมัธยมต้องเริ่มจากครูก่อนซึ่งผมกำลังพยายามอยู่  ส่วนในระดับมหาวิทยาลัย ต้องเริ่มจากวิธีการเรียนรู้ของนิสิตก่อน (เพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยเปลี่ยนยากมาก).... แต่มาถึงวันนี้.... ผมเริ่มลังเลว่า อะไรจะง่ายกว่ากันซะแล้ว..... ฮา