การประชุมประธานเอเอฟเอสเขต ประธานศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์ ผู้ประสานงานเอเอฟเอสเขต ผู้ประสานงานศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์ และอาสาสมัครดีเด่น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 170
คน ประกอบด้วย
ประธานเอเอฟเอสเขต จำนวน 28 คน
ประธานศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์ จำนวน 2 คน
ผู้ประสานงานเอเอฟเอสเขต จำนวน 63 คน
ผู้ประสานงานศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์ จำนวน 10 คน
อาสาสมัครดีเด่น จำนวน 19 คน
อาสาสมัคร จำนวน
48 คน
วัตถุประสงค์ของการประชุม
1. เพื่อให้อาสาสมัครเอเอฟเอส
ได้รับฟังความรู้เที่เป็นประโยชน์จากวิทยากรเพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานเอเอฟเอสเขต
2. เพื่อให้อาสาสมัครเอเอฟเอส
โดยเฉพาะสมาชิกใหม่ได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกัน
3.
เพื่อให้อาสาสมัครเอเอฟเอสได้มีโอกาสพบเพื่อนชาวต่างประเทศที่เคยคุ้นเคยกันมาก่อนในงานกาลาดินเน่อร์
คุณสนั่น อังอุบลกุล
คุณสนั่น อังอุบลกุล
ประธานกรรมการมูลนิธิเอเอฟเอสประเทศไทย
กล่าวเปิดการประชุม สรุปใจความโดยรวมได้ดังนี้
เอเอฟเอสประเทศไทย ได้กำหนดวันประชุมอาสาสมัครครั้งนี้ ให้ตรงกับ
การเป็นเจ้าภาพงานกาลาดินเน่อร์ของผู้แทนทั่วโลก
เพื่อให้อาสาสมัครได้มีโอกาสร่วมงานด้วย
ซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์เอเอฟเอสโลก ที่อาสาสมัครได้มีโอกาส
ร่วมงานกาลาดินเน่อร์กับผู้แทนเหล่านี้
ทั้งนี้ได้กล่าวชื่นชมการทำงานอย่างเข้มแข็งของคณะอาสาสมัคร
และการส่งเสริม-สนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียนฯ
ส่งผลให้เอเอฟเอสประเทศไทยประสบความสำเร็จ
เป็นที่ยอมรับ-ยกย่อง-เคารพ จากสมาชิกทั่วโลก
พร้อมทั้งชื่นชมความสามารถของคุณอภิธัย
บุรณศิริ เปรียบเทียบได้กับยอดมนุษย์
รวมทั้งกล่าวสรุปข้อตกลงในการพัฒนางานจากการประชุม World Congress
2012 ได้ 3 ประเด็นหลักดังนี้
Sharpening
Focus
1. พัฒนาอาสาสมัครให้มีความเข้มแข็ง
2. สร้างสัมพันธภาพและวัฒนธรรม
3. พัฒนาโครงการใหม่ๆ ของเยาวชนและแลกเปลี่ยนอาสาสมัคร
ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกอยู่ 54 ประเทศทั่วโลก
ประเทศเกาหลีใต้ เป็นสมาชิกใหม่
มีหลายประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ
จึงรับอุปถัมภ์ได้น้อยราย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและจะช่วยพัฒนาให้กับประเทศอื่นๆ
ให้มีความสำเร็จโดยมีอุดมการณ์ในเรื่องวัฒนธรรมและความเข้าใจมนุษย์
ก่อให้เกิดความสันติสุขของโลก
การสร้างสัมพันธภาพในเรื่องวัฒนธรรมต้องอาศัยความเข้าใจ พูดคุยกัน
การได้มีโอกาสพบปะต่อหน้า( Face to Face)
เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีที่สุด
สามารถแบ่งปันข้อมูลและช่วยเหลือกันได้
คุณอภิธัย บุรณศิริ
คุณอภิธัย
บุรณศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเอเอฟเอสประเทศไทย
บรรยายในหัวข้อเรื่อง AFS World
Congress 2012 สรุปความได้ดังนี้
กล่าวขอบคุณอาสาสมัครเอเอฟเอสทุกท่านที่สละเวลามาร่วมประชุม
แม้จะจัดขึ้นเพียงวันเดียวก็ตาม
และอยากให้อาสาสมัครมาร่วมงานกาลาดินเน่อร์
การทำงานทุกฝ่ายต้องร่วมมือ-ร่วมใจ ไม่ได้แบ่งว่าเป็นงาน
Sending/ Hosting
การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในรูปแบบของ Training Workshop
ภายใต้ชื่อว่า International Hosting Conference 2012 and
Workshop เมื่อวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์
2555
ได้รับความสำเร็จเป็นที่น่าชื่นชม นับว่าเป็นเกียรติต่อเอเอฟเอสประเทศไทย
ที่วิทยากรซึ่งเป็นอาสาสมัครจากทุกภาคส่วนสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ในระดับ
International ได้เป็นอย่างดี การประชุม World Congress
เสร็จสิ้นลงในช่วงเที่ยงของวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์
2555 และมีการส่งมอบ Symbolic
ให้กับเอเอฟเอสประเทศฝรั่งเศสที่จะรับเป็นเจ้าภาพในปี 2014
ได้แนะนำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาอาสาสมัคร
และคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ คนใหม่คือ คุณรัชนีกร ภู่สุโข
คุณสุรวัฒน์
ชมภูพงษ์
คุณสุรวัฒน์
ชมภูพงษ์ กรรมการมูลนิธิเอเอฟเอสประเทศไทย
บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง ‘ วัฒนธรรม การสื่อสาร และความเข้าใจ ’
ขอสรุปใจความสำคัญดังนี้
กล่าวขอบคุณผู้บริหารที่ให้การสนับสนุนงานเอเอฟเอส
และอาสาสมัครทุกท่านที่ทำงานด้วยจิตอาสา เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติ
*** ... การสร้างชาติคือการสร้างเด็ก สร้างเยาวชน
ให้มีความรู้ -มีความสามารถ ...***
วัฒนธรรม เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง
การสื่อสารเป็นการสร้างความเข้าใจ
จะสื่อสารอย่างไรให้เขามีความเข้าใจ
เพราะความเข้าใจมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
วัฒนธรรมไทย ยังยึดมั่นกับเรื่องความกตัญญู กตเวที
แต่ถูกสั่นคลอนด้วยความไม่เข้าใจ
จึงต้องหันกลับมาดูด้านการสื่อสารให้มีความเข้าใจให้ตรงกัน
ลักษณะของคนไทยในสังคมปัจจุบัน
พร้อมที่จะเข้าใจ
และพร้อมที่จะไม่เข้าใจ
ฟังแต่ไม่ได้ยิน
มองแต่ไม่ได้เห็น
ชี้ทั้งๆที่ไม่รู้
แต่คนที่รู้กลับไม่ชี้
มนุษย์แบ่งเป็น 2 ด้าน
1. เปลือก
หากมองกันแค่เปลือก ก็เห็นแต่เปลือก
ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง จึงเป็นช่องทางให้พวก 18
มงกุฏไทยทำงานกันได้อย่างสะดวก
เพียงแต่แต่งเปลือกให้ดูงาม
2. แก่น
มีหลัก-สาระ ใช้ความคิดอย่างสมเหตุ-สมผล
เคารพความคิดของผู้อื่น แต่ต้องคำนึงถึงส่วนรวมเป็นใหญ่
สังคมโลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลง
จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาให้ทันการ ในปี
2558 จะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ต้องพัฒนาใน 3
ประเด็นหลัก
1. ภาษา
2. การสร้างเครือข่าย
3.
การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม
คุณรัชนีกร
ภู่สุโข ผู้อำนวยการฝ่าย ฯ อดีตคุณครู
และลาออกมาทำงานในสำนักงานมูลนิธิเอเอฟเอสประเทศไทยเป็นเวลา 7
ปี ได้กล่าวถึงการริเริ่มก่อตั้งเอเอฟเอสเขตขึ้นเมื่อ 20
กว่าปีที่ผ่านมา โดยได้ความคิดมาจาก อาจารย์ประจวบ ชำนิประศาสน์
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิง หเสนี)
2 ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
มองเห็นความสำคัญของครู-อาจารย์
ซึ่งเป็นผู้มีส่วนช่วยสนับสนุนในการพัฒนาเยาวชน ปัจจุบันมีเอเอฟเอสเขตจำนวน
81 เขต และศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์ จำนวน 15
ศูนย์
โครงการจัดประชุมสัญจรประจำภาคต่างๆ
ภาคใต้ จังหวัดตรัง วันที่ 30 มีนาคม -1 เมษายน
2555
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น 6-8 เมษายน
2555
ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 20-22
เมษษยน 2555
ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ 27-29 เมษายน 2555
**********
ช่วงภาคค่ำ คณะอาสาสมัครผู้เข้าร่วมประชุมฯ ได้ร่วมงาน AFS World Congress 2012 Gala Dinner Night กับคณะผู้เข้าร่วมประชุมงาน World Congress 2012 รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติอื่นๆ ประมาณ 400 กว่าคน

Vincenzo Morini ,
the president of AFS
Intercultural Programs & CEO,

Eugene
Absolom, the National Director of AFS
Interculture South Africa, Allan
Russell , National Council Chair of AFS Intercultural
Program

อาสาสมัครจากประเทศลัตเวีย /
คุณนิตยา สารรัตน์
พิธีการดำเนินการไปตามลำดับขั้นตอนตามที่กำหนดไว้อย่างดีเยี่ยม
สร้างความประทับใจต่อผู้เข้าร่วมประชุมนานาชาติจาก 51
ประเทศทั่วโลก
นับว่าเป็นเกียรติประวัติของเอเอฟเอสประเทศไทย
ในการจัดประชุมระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แสดงถึงพลังแห่งศักยภาพอันยิ่งใหญ่ที่น่าภาคภูมิใจ


สาธิตการแกะสลักผัก-ผลไม้
/ การแสดงโขน
นำเสนอศิลป-วัฒนธรรมไทย หลายรูปแบบ
ทั้งการแกะสลักผัก-ผลไม้
การแสดงโขน การแสดงศิลปร่ายรำของภาคต่างๆ
การเฉลิมฉลองประเพณีลอยกระทง สาธิตมวยไทย การรำดาบ
ฯลฯ นับว่าได้ประโยชน์หลายชั้น
ทั้งการเผยแพร่ศิลป-วัฒนธรรมไทยและโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศไทย





กิจกรรมหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบมากๆคือ
การสัมภาษณ์นักเรียนชาวต่างชาติจำนวนหลายสิบคน จากหลายสิบประเทศ...ทุกคนล้วนรักและผูกพันกับครอบครัวชาวไทย
และเพื่อนๆ จนไม่อยากกลับประเทศของตน
และแสดงความสามารถในการใช้ภาษาไทยสื่อสารได้อย่างน่าเอ็นดู
Dato’
Mahadzir Lokman, an
Emcee และนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติ
ผู้เขียน...ขอขอบคุณ ” เอเอฟเอสประเทศไทย
” ที่หยิบยื่นโอกาสอันดีงาม ให้ได้เรียนรู้
–ได้เห็น-ได้สัมผัสกับบรรยากาศของงานคุณภาพระดับมาตรฐานสากล
จึงสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ตรงอันมีค่ายิ่งไปสู่เพื่อนร่วมงาน
และเยาวชนได้อย่างถ่องแท้
***...
ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ
... ***
เป็นงานชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ของงานจิตอาสาระดับนานาชาติที่น่าชื่นชมค่ะ ขอให้กำลังใจ
*** ...ขอขอบคุณ " พี่ใหญ่ "
มากนะคะ สำหรับดอกไม้แห่งกำลังใจ ...งานจิตอาสาช่วยให้รู้สึกอิ่มเอมใจ...จริงแท้เลยนะคะ...***

***... ขอขอบคุณ น้อง ดร.ขจิต
และ อาจารย์ธนิตย์
มากนะคะ...***
สรุปได้ยอด บรรยายได้เยี่ยม เผยแพร่ได้ฉับไวเช่นเคย
ข้าน้อยขอคารวะ หนึ่งจอกชาเขียว
จาก ติ๋ม นครพนมค่ะ
*** ...ขอบคุณสาวนครพนม " คุณติ๋ม " หลายๆเด้อออ! ...เปิดอ่านได้ทันอก-ทันใจดีแท้เชียวจ้า...คิดฮอดเจ้าหล๊ายหลาย ... ***

ยกย่องให้เป็นนักเขียนนักบรรยายขั้นเทพ สรุปได้ครบถ้วนกระบวนความ สุดยอดค่ะ
***... ขอบคุณนะคะ...คุณ Wanpen ที่รักยิ่ง....ขอส่งความรัก- ความสุข-ความสดชื่นเนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ นี้ให้จากใจค่ะ...***

***... ขอขอบคุณ..." คุณพี่ไก่ "