ตอน 7.05น. เป็นเวลาที่เรามาถึงช่องนนทรี ที่ๆ นัดญาติทางธรรมไว้ แล้วก็ได้เดินทางล่องใต้ พวกเราถึงร้านรับลม ประจวบฯ กันตอน 10.40น. แล้วก็ทานข้าวกันร่วมกับกัลยาณมิตรท่านอื่นๆ ที่จะต้องมาอยู่ร่วมกันอีกเจ็ดคืน อาหารที่นี่อร่อยมาก ของหวานเป็นเต้าฮวยนมสดรสชาติดี แล้วก็เดินทางกันต่อจนถึงชุมพร ถึงเวลาประมาณ 13.45น.
แว๊บแรกที่เห็นสวนประไพธรรมเป็นอะไรที่อึ้งไปเลย เราไม่เคยไปวัดป่า ไม่เคยไปสถานที่ปฏิบัติธรรมอื่นนอกเหนือจากกรุงเทพฯ ที่นี่เป็นที่ๆ เงียบ สงบ ร่มรื่น อากาศดี มีต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด มีบ่อน้ำ อยู่รอบๆ หลายบ่อ มีปลาผุดขึ้นมาหายใจอยู่เรื่อยๆ เสียงนก จิ้งหรีดเรไร ผลัดกันร้องระงม
แล้วก็ได้เวลาเข้าห้องพัก ห้องพักของโยคีหญิงจะอยู่ชั้นล่างของหอปฏิบัติธรรมมีหลายห้อง อยู่ห้องละ 10 คน เราเลือกห้องที่ใกล้ห้องน้ำ เพราะว่าจะได้ลุกไปห้องน้ำได้สะดวกตอนกลางคืน คอร์สที่เราไปมีเพื่อนนักปฏิบัติกว่า 50 ชีวิตเลย มีทั้งวัยรุ่น คุณแม่ คุณลุง-ป้า คุณตา-ยาย หลากหลายวัย แต่จะหนักไปทางคุณป้ากับคุณยายซะเยอะ อาจจะเป็นเพราะชื่อคอร์สด้วยล่ะมั้ง คนหนุ่มสาวมักจะคิดว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว การศึกษาหรือเผชิญหน้ากับความตายเป็นเรื่องของคนแก่ ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตด้วยความประมาท
เวลา 15.30น. ก็ได้เวลารวมกันที่หอปฏิบัติธรรม ได้พบกับพระอาจารย์คเชนทร์ซึ่งจะมาเป็นพระวิปัสนาจารย์สั่งสอนความรู้ต่างๆ ให้ พระอาจารย์ท่านเป็นคนมีอารมณ์ขันมาก ต่อมาท่านก็เปิดประวัติของยุวพุทธฯ แล้วก็สวนประไพธรรมให้ดู สวนนี้จริงๆ แล้วเป็นของคุณยายประไพ แต่ท่านยกให้เป็นที่ปฏิบัติธรรม เนื่องจากความศรัทธาหลังจากได้เข้าคอร์สปฏิบัติธรรมของคุณแม่สิริที่ศูนย์ 1 แล้วพี่อ้อย(คุณพี่เลี้ยง) ก็ได้บอกระเบียบในการอยู่ร่วมกันตลอดแปดวันให้ฟัง สำหรับการมาปฏิบัติครั้งนี้ผู้ปฏิบัติสามารถเลือกได้ว่าจะถืออัฎฐศีลหรืออาชีวัฎฐมกศีล และพี่อ้อยก็บอกว่าคงอยู่ดูแลได้แค่สองวันเพราะแม่พี่อ้อยต้องเข้ารับการผ่าตัด แล้วก็แจ้งว่าพระอาจารย์ไพศาลท่านจะมาวันจันทร์ที่ 6
เวลา 16.30น. พระอาจารย์คเชนทร์ก็เล่าเรื่องที่ท่านไปโปรดญาติโยม เพื่อส่งจิตพวกเค้ากลับบ้าน ท่านให้คำแนะนำว่า ถ้าหากมีญาติหรือผู้ป่วยใกล้ตายให้เราไปยืนล้อมรอบเตียงของเค้า ร่วมกันทำสมาธิ ขออโหสิกรรม แต่ห้ามร้องไห้โดยเด็ดขาด!!!! เพราะว่าจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผิดทำให้จิตดับไปด้วยความไม่สงบ ซักพักพระอาจารย์ท่านก็ปล่อยไปพักทานข้าวเย็น ทำสรีระกิจ ก่อนที่จะขึ้นกรรมฐาน
เวลา 18.00น. พอได้เวลาอันเหมาะสมพระอาจารย์ท่านก็พาทำวัตรเย็นและสมาทานกรรมฐาน จากนั้นก็แสดงธรรมเทศนา พร้อมกับสอนหลักธรรมต่างๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติ ความหมายของกรรมฐาน ประเภทของกรรมฐาน อารมณ์กรรมฐาน แล้วก็สอนวิธีการพุทธานุสติ พอถึงเวลา 20.30น. พระอาจารย์ท่านก็ให้ไปพักผ่อนกัน
พอถึงห้องพักก็ยังไม่ง่วงเลย มันยังหัวค่ำเกินไปสำหรับคนทำงานแบบเรา แต่ยังไงก็ต้องทำใจหลับให้ได้เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่ตีสี่ คืนแรกเรารู้สึกหลับๆ ตื่นๆ เหมือนถูกกระตุกจากความฝันบ่อยๆ ...TBC