คุณpawineeได้เข้ามาตั้งคำถามต่ออาจารย์แหวว เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ ใน http://www.facebook.com/archanwell เวลา ๑๖.๐๐ น. โดยมีใจความว่า “สวัสดีค่ะอาจารย์แหวว หนูเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ วิชากฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งตอนปริญญาตรี และเนติบัณฑิตฯค่ะ"ขออนุญาตปรึกษาเรื่องการให้สัญชาติแก่บุคคลไร้สัญชาติ รวมทั้งไร้รัฐนะคะ" เรื่องมีอยู่ว่า นายรัก กองขันธ์ อายุ ๒๒ ปี เกิดที่ อ.สระใคร จ.หนองคาย ขณะเกิดมารดาไม่ได้ไปแจ้งเกิด และปัจจุบันมารดาของบุคคลดังกล่าวได้หายตัวไป ขณะนี้นายรักฯได้บวชเรียน และเขาเป็นบุคคลที่ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีใบสูติบัตร ไม่มีชื่อปรากฎในทะเบียนบ้านที่ใดเลย..เขาเคยไปขอแจ้งเกิดที่อำเภอ แต่อำเภอไม่รับรองให้ เขาจึงได้มาปรึกษาที่ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย ซึ่งหนูไม่รู้จะแนะนำเขาอย่างไรดี จึงขออนุญาตเรียนปรึกษาอาจารย์แหววค่ะ..กราบขอบพระคุณมากค่ะ”
--------
คำตอบ
--------
โดยหลักการ หากเขาไร้รัฐจริง รัฐไทยก็ต้องบันทึกเขาในทะเบียนราษฎรของเราค่ะ เรื่องสิทธิในสัญชาติไทยก็ต้องว่ากันอีกที
โดยวิธีการ (๑) สอบปากคำ รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิดและภายหลังการเกิดของเขาให้ได้ แสวงหาพยานเอกสาร พยานบุ...คคล พยานวัตถุเท่าที่จะเป็นไปได้ ดีที่สุด (๒) ทำคำร้องขอรับการบันทึกในทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.๓๘ ก) ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกรมการปกครองภายใต้ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (๓) หากอำเภอปฏิเสธ ก็คงต้องร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือศาลปกครองค่ะ
ข้อกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องก็คือ
- มาตรา ๓๘ วรรค ๒ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ และ
- ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ. ๒๕๔๘
- http://cdn.learners.in.th/assets/media/files/000/191/657/original_2548-Regulation4Stateless-Survey.pdf
ด้วยการรับรองสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายให้แก่นายรักในทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.๓๘ ก) ในเบื้องต้น จะทำให้นายรักมีอุปสรรคน้อยลงในการเข้าถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และกระบวนการพิสูจน์สิทธิในสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งจะได้ดำเนินการต่อไปตามข้อเท็จจริงอันเป็นจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐที่พิสูจน์ได้
นอกจากนั้น การรับรองนี้ย่อมหมายถึงการปฏิบัติการตามพันธกรณีระหว่างประเทศซึ่งผูกพันประเทศไทยตามข้อ ๖ แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘/พ.ศ.๒๔๙๑ และ ข้อ ๑๖ แห่งกติกาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางแพ่ง (พลเมือง) และทางการเมือง ค.ศ.๑๙๖๖/พ.ศ.๒๕๐๙
---------------------------