การประดิษฐานพระพุทธศาสนาจากลังกาทวีปในดินแดนประเทไศทยสมัยวัฒนธรรมทวารวดี
โดย บัณทิต ลิ่วชัยชาญ อรุณศักดิ์ กิ่งมณี วงศ์ฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา สุภาพร บำรุงวงศ์ และคณะ
สำนักพิมพ์สมพันธ์ จำกัด
การประดิษฐานพระพุทธศาสนาจากลังกาทวีปในดินแดนประเทศไทยสมัยวัฒนธรรมทวารวดี เป็นรายงานการวิจัยที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ให้คนไทยได้รับรู้เรื่องราวความเป็นมาถึงความสัมพันธ์ไทย – ลังกา โดยเฉพาะเรื่องการประดิษฐพระพุทธศาสนาในดินแดนประเทศไทย ซึ่งแต่เดิมเราให้ความสำคัญหรือหลักฐานที่อยู่ในช่วงรัฐสุโขทัย (ราว ๘๐๐ ปี ที่ผ่านมา) รายงายวิจัยเล่มนี้แสดงให้เห็นว่า ไทยเรารับพระพุทธศาสนาจากลังกามาตั้งแต่สมัยวัฒนธรรมทวารวดี (ราว พุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา) มาแล้ว
รายงานการวิจัยเล่มนี้ได้แบ่งเป็นบทไว้ ๕ บทคือ
บทที่ ๑ บทเริ่มต้นของวัตถุประสงค์ตามรูปแบบงานของวิจัยทั้วไป
บทที่ ๒ พระพุทธศาสนาและศิลปกรรมเนื่องในพระพุทธศาสนาสมัยวัฒนธรรมทวารวดี เป็นการพูดถึงการประดิษฐพระพุทธศาสนาในสมัยวัฒนธรรมทวารวดี ที่มาจากอินเดียและศรีลังกา พูดถึงรูปแบบทางศิลปกรรม ประติมากกรม สถาปัตยกรรมในประเทศไทย
บทที่ ๓ พระพุทธศาสนาและศิลปกรรมเนื่องในพระพุทธศาสนาในลังกาทวีป จำแนกคือ การประดิษฐพระพุทธสาสนาลังกาทวี ศิลปกรรมแบบอนุราธปุระและโปโลนนารุวะ
บทที่ ๔ การประดิษฐานพระพุทธศาสนาจากลังกาทวีปในดินแดนประเทไศทยสมัยวัฒนธรรมทวารวดี ประกอบด้วย หลักฐานต่าง ๆ ที่นำมาสนับสนุนการ คณะวิจัยได้ใช้หลักฐานที่พบในประเทศไทยคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็นลายลักษณ์ หลักฐานลายลักษณ์อักษร เช่น จารึกถ้านารายณ์ พุทธศตวรรษที่ ๑๒ อักษรปัลลวะ ภาษามอญโบราณ จ.สระบุรี, จารึกเนินสระบัว ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ? อักษรขอมโบราณ ภาษาเขมร ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต จ.ปราจีนบุรี, จารึกบนธรรมจักรศิลา อักษรปัลลวะ ภาษาบลี พุทธสตวรรษที่ ๑๒ จ.นครปฐม จารึกรองฐานธรรมจักร อักษรปัลลวะ ภาษาบาลี พุทธศตวรรษที่ ๑๒ จ.นครปฐม, จารึกซับจำปา ๑ อักษรปัลลวะ ภาษาบาลี พุทธศตวรรษที่ ๑๒ จ.ลพบุรี หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น พระพุทธรูปแสดงวิตรรกะสองพระหตถ์ หลังพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ลงมา, ใบเสมาสลักภาพพิมพาพิลาป พุทธศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๕ เมืองฟ้าแดดสงยาง จ.กาฬสินธุ์, ชิ้นส่วนประติมากรรมจำหลักลายนูนต่ำหม้อปูรณะฆฏะ ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๘ จ.นครปฐม อีกทั้งความเชื่อเรื่องการสร้างพระพุทธไสยาสน์ การบูชา การสร้าง สัญลักษณ์มงคลรอยพระพุทธบาทเป็นต้น และคติการบูชาพระศรีมหาโพธิ์
งานวิจัยะอัดแน่นไปด้วยหลักฐานทางประวัติสาสตร์และโบราณคดีที่จับต้องต้องมีตัวตนอยู่ให้เห็นในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีทีมงานที่ปรึกษาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่สำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีเช่น อาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร, ศ.ดร ผาสุก อินทราวุธ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ทางด้านโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ดร.นันทนา ชุติวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ศรีลังกา, เทิม มีเต็ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านจารึก กรมศิลปากร, ผศ.ดร เชษฐ์ ติงสัญชลี ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและอินเดียศึกษา ฯลฯ
งานวิจัยด้านโบราณคดีเล่มนี้ ทั้งหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์และไม่เป็นลายลักษณ์ หลักฐานที่เป็นตำนาน คัมภีร์ต่าง ๆ เข้ามาประกอบการเขียน จึงอ่านแล้วรู้สึกสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ เพลิดเพลินไปกับการชมภาพประกอบพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ รู้สึกเหมือนเดินทางไปชมวัตถุสถานตามที่คณะวิจัยได้ไปถ่ายภาพมา ซึ่งสถานที่บางที่เดินทางไปยากยิ่ง ภาพบางภาพหาชมยาก โบราณวัตถุบางชิ้นบุคคลทั่วไปไม่อาจถ่ายภาพได้ นับว่าเป็นหนังสือที่คุ้มค่ากับการเป็นเจ้าของ เพราะไม่ใช่แค่อ่านเอาความรู้หรือละสมอย่างเดียว อาจนำไปต่อยอดในการทำงานวิจัยสำหรับผู้สนใจได้อีกด้วย
จึงแนะนำสำหรับผู้สนใจวิชาโบราณคดีหาซื้อไว้เป็นหนังสือสามัยประจำบ้านอีกหนึ่งเล่มครับ
วาทิน ศานต์ สันติ
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ห้องสมุด มหาวิทยาลัยรามคำแหง