เอาชุมชนอินทรีย์เป็นฐาน ทำงานร่วมกับเครือข่าย ใช้การจัดการความรู้ควบคู่กลยุทธ์ สร้างพัฒนาชุดเครื่องมือ เชื่อถือหลักสูตรชาวบ้าน เทียบความรู้ประสบการณ์สู่การยกระดับการศึกษา

       เมื่อวานนี้ ผอ. ศุภชัย  สกุลแก้ว ได้ประชุมพวกเราชาว กศน. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อรับทราบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องกับ กศน. โดยตรง ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดของนโยบาย และจุดเน้นแล้ว ทำให้ผมนึกถึงกรอบแนวคิดการขับเคลื่อนการดำเนินงาน กศน. ที่ผมได้นำเสนอเป็นวิสัยทัศน์ในการประเมินเพื่อต่อสัญญาพนักงานราชการเมื่อปี 2552 ซึ่งเมื่อนำเสนอเสร็จมันทีคำติดหูติดตามจากคณะกรรมการที่เข้ามาประเมินบางท่านบอกว่าสิ่งที่ผมนำเสนอไปนั้นเป็นเรื่องที่ผมฝัน...ไม่สามารถทำได้หรอก...ซึ่งกรอบที่ผมได้นำเสนอนั้นเป็นเรื่องของการดำเนินงาน กศน. หลังจากจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ขับเคลื่อนเรื่องชุมชนอินทรีย์ ของอดีตท่านผู้ว่าวิชม  ทองสงค์ ซึ่งผมได้เสนอกรอบการดำเนินงานดังนี้ครับ

 "เอาชุมชนอินทรีย์เป็นฐาน  ทำงานร่วมกับเครือข่าย  ใช้การจัดการความรู้ควบคู่กลยุทธ์  สร้างพัฒนาชุดเครื่องมือ  เชื่อถือหลักสูตรชาวบ้าน  เทียบความรู้ประสบการณ์สู่การยกระดับการศึกษา"

       นับย้อนหลังไป  3  ปี  ที่ผมได้นำเสนอแนวคิดนี้  ในหลายเวที  ทั้งระดับ กศน. อำเภอ และ กศน.จังหวัด หลายคนที่ฟังผมอาจพูดเหมือนกันว่าผมฝัน....หรือบางคนหนังหน่อยก็ว่า...ไอ้นี่มันบ้าไปแล้ว...แต่มาถึงวันนี้ผมว่าผมไม่ได้ฝัน...แต่ผมคาดการณ์๋ล่างหน้าได้ดีมากกว่า...ว่าไปแล้วก็เกิดจากการที่เราได้พัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจากการเป็นคุณอำนวยซึ่งปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบล....ประสบการณ์สอนงานเราจริง.... ผมเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินงาน ของ กศน. ซึ่งค่อยๆ โผล่แย้มออกมาตามแนวคิดของผมทีละขั้นจนถึงวันนี้มันออกมาตรงทั้งแผงเลย....

       สิ่งที่คิดอันดับแรกที่ได้รับนโยบายก็คือ....ทีนี้ได้สนุกกับการทำงานในแนวที่เราชอบ...เสียดายอย่างเดียวคือ...เราครูอาสาสมัครฯ ถูกสั่งให้นั่งสำนักงานเสียแล้ว...ทั้งที่เราอยากลงปฏิบัติงานในพื้นที่ในฐานะคุณอำนวยที่ลงไปจัดกระบวนการเรียนรู้...แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกคิดว่า...เสาร์-อาทิตย์ ก็นัดเวที ทำงานที่เรารักได้.... แต่สิ่งที่หนัีกใจก็คือไม่รู้ว่าบรรดาหัวหน้า กศน. ตำบล จะเอากับพวกเราหรือเปล่า...