วันอังคาร ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
กราบสวัสดีค่ะครู
การที่เราละเลย ละทิ้งอะไรสักอย่างที่ดี กว่าเราจะกลับมาทำใหม่นี้ยากจังเลยนะคะครู เห็นนิสัยแย่ ๆ ตนเองที่มักจะละเลย “หน้าที่” ก็ยากที่จะยอมรับ ละเลย กับปล่อยวาง ใจคนละแบบเลยนะคะครู ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อย ยิ่งว่าด้วยเรื่องศีล ช่วงนี้ศีลมีกี่ข้อ ๆ ดูจะละเลยหมดเลยค่ะ การงานก็ละเลยศีลข้อ ๒ ก็ด่างพร้อย เริ่มรู้สึกกับตนเองว่า ไม่ค่อยทำงาน วันนี้มีแต่งานประสาน แต่ก็ดูจะยักแย่ยักยันในความรู้สึกหนูเองค่ะ เป็นอาการ ไม่ค่อยอยากทำ มานึก ๆ ก็เหมือนตอนที่ครู ให้ทำกับข้าว ชัด ๆ ก็ คือ “ต้มจืด” ใช่ว่าหนูไม่เคยทำ แค่ไม่เคยทำต้มจืดหัวไชโป๊ ข้างในก็จะเป็นอาการเครียด ๆ ต้าน ๆ ไม่อยากทำ ไม่อยากเตรียม แต่ระหว่างที่อยู่ในวัดตั้งใจกับตนเองว่า
“จะตั้งใจเชื่อฟังครูอย่างไม่มีเงื่อนไข”
ทำแรก ๆ ก็ฝืน ๆ ขุ่น ๆ แล้วก็ออกมาแบบไม่แน่ใจ ๆ อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง ทำกับข้าวทุกวันจะรอลุ้นการประเมินผล
มาครานี้ รู้สึกว่า งานที่จะทำเป็นงาน “ตามใบสั่ง”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หนูต้องวิ่งหนีแน่ ๆ เลยค่ะ ประมาณว่า “ฉันไม่ทำ”
ครานี้ หยุดพิจารณา แต่ถ้าต้องตอบแบบตามใจกิเลสก็ “ไม่ทำ”
ครานี้พยายามกับตนเองว่า “ลองดูนะ” ครูค่ะ สารภาพค่ะ มีทั้งความกลัวความล้มเหลว กลัวความยุ่งยากและความขี้เกียจ เห็นแล้วก็ต้องก้าวต่อไปใช่ไหมค่ะครู อย่าให้กิเลสมันลากลงต่ำ เสียงครูย้ำเตือนหนูเสมอว่า
“รู้ว่าเป็นกิเลสก็จะยังเชื่อมันเหรอ”
ส่วนใหญ่ข้างในใคร่ครวญกับตนเองว่า “จะเอาไงดี จะไปทำงานเสาร์ อาทิตย์นี้ หรือจะไปวัด”
ใจไม่อยากไปวัดเลย อย่างที่ครูชี้ให้เห็น “มันเป็นกิเลส”
ไปก็คงจะยังไม่สามารถปลดล็อคได้ ทำได้ดีที่สุดกับตนเองก็คือ “อดทน”
จึงส่งข้อความผ่าน sms ปรากฏตังค์หมด ว่าจะออกไปเดิมก็ยังไม่สะดวก เข้า FB มาเจอครู จึงส่งข้อความส่วนตัวไป
ได้กำลังใจกลับมาด้วยความเมตตาของครู
ครูค่ะ ศิษย์ยังอยู่ในสภาวะเพียงแค่อดทน แล้วก็เชื่อฟังครูค่ะ แต่ยังไม่สามารถเกิดปัญญา ได้โปรดให้อภัยศิษย์โง่ ๆด้วยเจ้าค่ะ
ทำงานวันนี้ไม่ค่อยมีอะไรมากเป็นงานประสาน จึงนั่งอ่านงานเตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อ พอเลิกงาน แวะซื้อของ กลับถึงบ้านข้างในก็ยังไม่ค่อยนิ่งเย็นค่ะ นั่งอ่านบันทึกเกี่ยวกับจังหวัดที่จะติดตามครูไปทำงาน ยอมรับว่ากลัว แต่ก็จะพยายามให้ดีที่สุด อย่างที่ครูให้โอกาสค่ะ
เย็น ๆ พี่สาวโทรมาบอกว่า “ป้าอาการหนักแล้ว อาจจะไม่พ้นคืนนี้”
หนูตั้งสติกับตนเอง แล้วก็คุยกับพี่สาวคนโตลูกป้า ดูเหมือนญาติเริ่มทำใจกันมาพักหนึ่งแล้ว ว่าจะทำให้ดีที่สุด และให้ท่านไม่มีห่วง ไม่ทรมาร พอวางสายได้ทบทวนกับตนเอง “สิ่งที่กำลังให้เห็นคืออะไรนะ” ญาติ ๆ ป่วยแล้วก็ค่อย ๆ จากไปทีละคนสองคน ทั้งที่ เตรียมใจมาก่อนและไม่ได้เตรียมใจมาก่อนก็มี แล้วหนูหล่ะ ครูค่ะ หนูแทบไม่ระลึกเลยว่า “หนูจะตาย” จนป้ามาป่วยหนักก็มานึกได้ทีหนึ่ง ค่ะยังประมาทมาก ศีลข้อ ๕ ด่างพร้อย
กว่าจะงัดตนเองมานั่งเขียนได้ ครูค่ะ เห็นแล้วว่ายาก แต่ก็จะพยายามค่ะ......