เมื่อสมัยที่ผมมีโอกาสได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผมได้สังเกตกล่องสี่เหลี่ยมรูปทรงยาว มีด้านเปิดหนึ่งด้าน ด้านยาวด้านหนึ่งมีกระจกเงาติดอยู่ ด้วยความสงสัยจึงถามอาจารย์ จึงได้คำตอบว่าสิ่งนั้นคือ "Mirror Box" ในการใช้ทำ "Mirror Therapy" ภาพในหัวถึง Mirror Therapy ได้ผุดขึ้นมาในหัวอย่างคร่าวๆ แล้วก็จบลงไป จากนั้นผมก็ได้ยินเรื่อง Mirror Therapy มาเรื่อยๆ จากการนำเสนอกรณีศึกษาของเพื่อนๆ จนกระทั้งใน Class Semina in OT II ก็ได้มีการกล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง แต่ก็ยังคงเป็นข้อสงสัยถึงหลักการการทำงาน และการนำไปใช้ทางคลินิก......
สำหรับ Mirror Neuron” หรือ “เซลล์สมองกระจกเงา” เป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนอง ต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ของมนุษย์ เช่นการตอบสนองต่อการมองเห็น การได้ยิน การได้เห็นภาพ และการได้กลิ่น ตัวกระตุ้นที่เรารับผ่านประสาทสัมผัส โดยเฉพาะผ่านการกระทำของผู้อื่น นี่จึงเป็นแนวคิดของการนำการรักษาด้าน Mirror Therapy มาประยุกต์ใช้ เพื่อใช้กระจกเงา ในการ Feedback ภาพให้เกิดการเรียนรู้ในสมอง
โดยเริ่มแรกนั้น Mirror Therapy ถูกนำมาใช้ในผู้ป่วย Amputee เพื่อรักษาอาการ Phantom limb pain จากนั้นก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ในผู้ป่วยอัมพาต ดังที่เห็นในปัจจุบัน เช่น การให้ผู้ป่วยดูการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนที่ดี ชมภาพวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนต่างๆ จากนั้นให้ผู้ป่วยจินตนาการภาพตามว่าตนสามารถเคลือนไหวข้างที่อ่อนแรงได้ แต่วิธีที่นิยมกันมากที่สุดคือ การทำ Mirror Box Therapy โดยการนำแขนข้างอ่อนแรงสอดเข้าในกล่องกระจก จากนั้นให้ใช้แขนและมือข้างดีในการทำกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดภาพสะท้อนในกระจกเงา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับข้อมูลสะท้อนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของตนเอง ซึ่งเชื่อว่าภาพที่ได้รับจะส่งผลต่อ Mirror Neuron ช่วยทำให้แขนข้างอ่อนแรงเกิด Motor relearning และกลับมาเคลื่อนไหวได้
ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่า Mirror Box Therapy นั้นได้รับความนิยมในการนำมาประยุกต์ใช้อย่างมากในผู้รับบริการอัมพาต ลมีงานวิจัยรองรับถึงผลดีของการฝึกทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถ้ามีโอกาสผมจะนำมาเล่าต่อไปบันทึกครั้งต่อไปนะครับ
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
กีรติ....กีร์รักทุกคน