การที่เราวิ่งตามกระแสแฟชั่นต่าง ๆ ทำให้เราต้องขวนขวายหาทางเพื่อให้ได้ “เงิน” มาซื้อสิ่งของที่ต้องการ ทำให้เราเหนื่อยทำให้เราทุกข์เพราะความต้องการเพียงตัวเดียว

 

ฉันชื่อ “วาสนา แสงต่อตั้ง” หรือที่เพื่อน ๆ เรียกฉันว่า “พี่อ้วน” หรือ “น้องอ้วน” โดยกำเนิดแล้วฉันไม่ได้เป็นคนชุมพร เป็นคนกรุงเทพฯ อยู่กรุงเทพตั้งแต่เด็ก ๆ เติบโตและเรียนหนังสือที่นั่น ชีวิตสังคมชาวกรุงตั้งแต่จำความได้ ทุกคนต้องกระตือรือร้นทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง โดยไม่ได้หวนคิดว่าสิ่งที่เราต้องการทำให้เรามี “ความสุข” หรือ “ความทุกข์” คิดอย่างเดียวว่า ต้องการ อยากได้ ไม่รู้จักสิ้นสุด ไม่รู้จักพอ

การที่ฉันได้ก้าวเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยชีวิตเป็นจุดเริ่มแรกในการเปลี่ยนแปลงในตัวฉัน ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่มาจากประสบการณ์ชีวิต เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เรียนแล้วทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีตั้งแต่ขณะที่เรียน การเรียนการสอนทำให้เรารู้จักเป็นผู้คิด รู้จักวิเคราะห์ และวางแผนในการใช้ชีวิต ไม่ใช่การสอนแบบท่องจำในตำรา เมื่อถึงเวลาก็ไปสอบเพื่อให้ได้แค่ใบปริญญาและออกหางานทำ แต่การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยชีวิต เมื่อจบมาแล้วสามารถอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ช่วยตัวเองได้ ช่วยคนอื่นได้

การเปลี่ยนแปลงในตัวของฉันนั้นเริ่มจากการรู้จักการประหยัด พอประมาณ และพอเพียงในสิ่งที่มีอยู่ แต่เดิมฉันเป็นคนที่ชอบซื้อสิ่งของต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วและสามารถใช้งานได้อยู่ แม้กระทั่งเสื้อผ้าก็จะซื้อมาใส่ให้ทันสมัยจะได้ดูดี แต่เมื่อเริ่มเรียนเศรษฐกิจพอเพียงถึงได้ตระหนักว่า การที่เราวิ่งตามกระแสแฟชั่นต่าง ๆ ทำให้เราต้องขวนขวายหาทางเพื่อให้ได้ “เงิน” มาซื้อสิ่งของที่ต้องการ ทำให้เราเหนื่อยทำให้เราทุกข์เพราะความต้องการเพียงตัวเดียว จากจุดนี้ทำให้ฉันหยุดการซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็นและของที่ไร้สาระ หันมานำสิ่งของที่มีอยู่มาดัดแปลง หรือซ่อมแซมและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้ฉันมีความสุข โดยไม่ต้องขวนขวาย เหนื่อยกับการวิ่งตามความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด

การเรียนวิชาการรู้จักตนเองทำให้ฉันได้คิดว่า คนเราเป็นตัวของตัวเองดีกว่า สิ่งของหรือเสื้อผ้าต่าง ๆ เป็นสิ่งภายนอกแต่คนเราจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตัวเราไม่ใช่อยู่ที่สิ่งของหรือเสื้อผ้าที่มีราคาแพง ๆ ทุกคนมีความดีในตัวเองเราเอาความดีนั้นมาประดับใส่ตัวเองดีกว่า.