ความรู้จากงานวิจัยเกี่ยวกับการให้การรักษาเด็ก ADHD

ในการสมนาครั้งแรก(ในเทอมนี้)ของฉัน ไม่ต้องคิดเลยว่าฉันจะตื่นเต้นแค่ไหน มันมีกำหนดในวันพฤหัสบดีแรกหลังจากปิดฉลองปีใหม่ที่ผ่านมา ยอมรับเลยว่าฉันมีการเตรียมตัวน้อยมาก เพราะมัวแต่รื่นเริงกับการฉลองปีใหม่นั่นเอง

ในครั้งแรกนี้ ฉันเลือก case study ที่เป็นเด็ก จากการฝึกงานที่รพ.ชลบุรี เป็นเด็กชายอายุ 3 ขวบ การวินิจฉัยโรคคือ hyperactive child น้องเป็นเด็กที่น่ารักมาก ตัวกลมๆ ขาวๆ พูดได้เป็นคำๆ ชอบวิ่งไปมา และกระโดดทิ้งตัว คุณแม่บอกว่าพาน้องไปหาคุณหมอที่รพ.ตำรวจ น้องได้รับยามากินเพื่อลดอาการ และได้เข้ารับการฝึกพูดกับนักแก้ไขการพูดด้วยที่รพ.ตำรวจ นักแก้ไขการพูดได้แนะนำให้นำน้องมาฝึกกิจกรรมบำบัดด้วย ซึ่งคุณแม่ได้เลือกรพ.ชลบุรี เพราะใกล้บ้าน คุณแม่และคุณพ่อของน้องมีความเข้าใจและเอาใจใส่น้องเป็นอย่างดี มีการซักถามอาการของน้อง และนำเอาคำแนะนำไปใช้บำบัดน้องที่บ้านด้วย

การสมนาครั้งนี้ เน้นให้พูดถึงevidence baseที่ได้เลือกมาเพื่อสนับสนุนการให้การบำบัดของเรา แต่เนื่องจากอาการhyperactive มีการพูดถึงน้อยมาก ฉันจึงเลือกงานวิจัยที่เกี่ยวกับเด็ก AHDH มาใช้แทน เพราะอาการและการรักษาส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน แต่งานวิจัยที่ฉันเลือกมา ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยจากแพทย์ซะส่วนใหญ่

Evidence base แรก เป็นการรวบรวมเทคนิคการรักษาต่างๆจากงานวิจัยหลายๆงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกัยเด็ก ADHD ซึ่งได้เทคนิคที่น่าสนใจมากมาย เช่น

Stimulant medication คือการรักษาโดยการใช้ยา เพื่อลดความactiveของเด็กลง แต่ก็ยังพบว่าการใช้ยามี side effects อยู่ เช่น การนอนไม่หลับ

Family-based intervention เป็นการให้คำแนะนำผู้ปกครองหรือพ่อแม่ในการใช้เทคนิคการปรับพฤติกรรมให้กับเด็ก ซึ่งการปรับพฤติกรรมและการได้รับการยอมรับจากพ่อแม่ในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า นักบำบัดอาจแนะนำวิธีการ ignoring, time out, และเทคนิคอื่นๆที่เป็นการไม่ตอบสนองทางร่างกายแก่เด็ก เพื่อให้เด็กเรียนรู้และปรับพฤติกรรมของตัวเอง

School-based intervention แบ่งเป็น Classroom behavior management โดยมีการให้การแนะนำเทคนิคการปรับพฤติกรรมเช่นเดียวกันให้กับคุณครูที่สอนหรือดูแลเด็กที่โรงเรียน หรือให้มีการจัดโปรแกรมพิเศษในการดูแลเด็กที่โรงเรียนในบางครั้งด้วย อีกวิธีการคือ Academic intervention เป็นการใช้เทคนิคการจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มความสามารถในการเรียนให้แก่เด็ก เช่น การใช้เพื่อนเป็นตัวกระตุ้น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการเรียน แต่อาจได้ผลดีในระยะสั้น

Peer intervention แบ่งอีกเป็น Social skills training โดยใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลใกล้ชิดกับเด็ก เช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนในการเพิ่มทักษะกับเด็กในด้านนี้ และ Summer treatment program เป็นการแนะนำโปรแกรมการจัดการรักษาให้กับเด็กในช่วงsummer ที่รวมเทคนิคการรักษาต่างๆไว้ด้วยกัน เช่น group-based parent training, positive reinforcement, time out, social skill training, sport skill training, problem solving skill training

Combined behavioral-Pharmachological intervention เป็นการรวมเทคนิคทั้งหมดเข้าด้วยกัน งานวิจัยต่างๆพบว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผลดีเท่ากับการใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมด้วย ซึ่งมีการเพิ่มความสามารถทั้งด้าน social skill และ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับเด็ก

Evidence base ที่สอง เป็นการรวบรวมเทคนิคที่เกี่ยวกับการรักษาด้าน cognitive, cognitive-behavioral และneural-based intervention ได้ยกตัวอย่างว่า

Cognitive-behavioral Treatment (CBT)  ใช้การฝึก self-instructions, problem-solving, self-reinforcement และ self-redirection to cope with errors

Cognitive-based intervention ได้แนะนำเทคนิค Memory training program, Visual-spatial memory  และ Verbal and nonverbal working memory ในการฝึกทักษะการเรียนรู้กับเด็ก

Neural-based intervention เป็นการใช้ neurofeedback or electroencephalogram (EEG) biofeedback มาใช้ช่วยในการกระตุ้นการเรียนรู้ได้ด้วย

ฉันยอมรับว่า ฉันยังอ่านงานวิจัยต่างๆนี้ยังไม่ละเอียดและไม่เข้าใจอย่างท่องแท้นัก ในการนำมาใช้ประกอบการสมนาครั้งนี้จึงเลือกมาเพียงแค่ส่วนที่เป็นหัวข้อหลักๆเท่านั้น ไว้ถ้ามีเวลาฉันคิดว่าฉันคงต้องหยิบมันมาอ่านอีกครั้งอย่างแน่นอน

Reference:

Chronis,A. M., et al., Evidence-based psychosocial treatments for children and adolescents with attention-deficit/hyperactivity disorder, Clinical Psychology Review 26 (2006), doi:10.1016/j.cpr.2006.01.002

 Toplak, M. E., et al., Review of cognitive, cognitive-behavioral, and neural-based interventions for Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder (ADHD), Clinical Psychology Review (2007), doi:10.1016/j.cpr.2007.10.008