รถไฟที่ประเทศอินเดียมีผู้คนนิยมเดินทางมากที่สุด            ในเมืองพาราณสีเป็นเส้นทางศูนย์กลางที่เราจะไปที่ไหน...ได้ทั้งนั้น...ช่วงค่ำคืนวันหนึ่งผมโดยสารไป...เป้าหมายคือเมืองกุสินารา...พุทธสถานที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน...สวนสาละวโนทยาน...ปัจจุบันอยู่ใกล้ชายแดนประเทศเนปาลครับ...เมื่อขบวนรถมาถึงปลายทางที่เมืองกาเซีย...ก็หาที่พัก...ชื่อ

โรงแรมแสงจันทร์...เมื่อพักได้ที่แล้ว...ผมก็เช่ารถไปและจอดที่ปากทางเข้าพุทธสถาน...เมื่อเข้าประตูเนินดินที่เป็นซากกำแพงโบราณปรากฎอยู่...เห็นเนินดินสูงใหณ่...อันเป็นสถานที่ประชุมเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธองค์...

             ตรงนี้มีชาวพุทธจากหลายประเทศต่างมาด้วยจุดหมายอันเดียวกัน...กำลังเดินเวียนขวาคนละ 3  รอบ  กระทำสักการะบูชา...ครับ...ดูบรรยากาศวันนี้เศร้าจัง...

แล้วเดินจากจุดนี้ไปประมาณ  2  กม.  ก็ถึงพุทธสถานที่ปรินิพพาน...ครับ   ผมสังเกตุ...ยังมีต้นรัง...หรือต้นสาละที่มีดอกออกตามโคนต้น...แทนที่จะออกดอกที่ปลายกิ่งยอด...ครับ

              เมื่อเข้าไปภายในวิหารสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าผม...คือพระพุทธรูปองค์แทนพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่ ดูเหมือนกำลังนอนหลับ...ผมกระทำการสักการบูชา...สมาธิ...ภาวนา...นาน...น้อมรำลึกถึงพระรัตนตรัย...รู้สึกตัวอีกครั้ง...เอ๊ะ...เราร้องไห้แต่เมื่อไหร่...เหลียวมองเหมือนร่วมโลก...ชาติอื่น ๆก็เห็นน้ำตาคลอเบ้าเหมือนกัน...

                ความโศกย่อมเกิดจากสิ่งที่เป็นที่รักยิ่งของเรา...ตราบใดที่จิตใจยังไม่บรรลุธรรม...พระอานนท์  พุทธอนุชา...ก็ยังร้องไห้ ณ ที่ครงนี้...เมื่อครั้งอยู่กับพระพุทธเจ้าในวันที่พระองค์ล่วงลับไป...ต่อไปใตรหนอจะเป็นศาสดาของพวกเรา...

พุทธสถานตรงนี้...คงเรียกน้ำตาชาวพุทธทั่วโลกมาแล้วหลายล้านคนเป็นแน่แท้...และคำอันเป็นโอวาทที่สอนชาวโลกครั้งสุดท้ายคือ...อย่าประมาท...

เพราะความไม่ประมาทคือความไม่ตายครับผม..

           .ผมเดินเที่ยวชมบริเวณนั้นจนไกล้ค่ำจึงก้มกราบลาจร...ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้กลับมายังพุทธสถานแห่งนี้อีกที...

โปรดติดตามตอนต่อไป 

 ด้วยความปรารถนาดี 

จาก... umi