kmanw

พิธีแต่งงานแบบล้านนา เป็นวัฒนธรรมที่งดงามแฝงไปด้วยคติความเชื่อ และศีลธรรมแห่งการครองเรือน เพื่อครองชีวิตคู่อย่างมีความสุขตามกรอบจารีตประเพณีล้านนา หรือเรียกกันว่า การกินแขก วันนี้ Banviva เรามีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆมาฝากันค่ะ เกี่ยวกับ พิธีแต่งงานแบบล้านนา

พิธีแต่งงานแบบล้านนา มีวิธีการดังต่อไปนี้ค่ะ

 

การแต่งงานแบบสู่ขอ

เหมือนประเพณีแต่งงานของคนอื่นทั่วไป เมื่อฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงมีความพึงพอใจกัน ก็จะต้องให้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย มาคุยรายละเอียดกัน และจัดการสู่ขอและตกลงค่าสินสอดกันตามประเพณีที่ถูกต้องค่ะ

พิธีกรรมและขั้นตอนการแต่งงาน

เมื่อเจรจาตกลงกันได้แล้ว ทางฝ่ายชายก็ต้องจัดเตรียม “ขันปอกมือ” หรือ “พานบายศรี  และเตรียมข้าวปลาอาหารไว้ต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน โดยฝ่ายชายจะต้องเตรียมสิ่งของต่อไปนี้สำหรับวันแต่งงาน

- ดาบ 1 เล่ม (มีนัย หมายถึง การมีอาวุธประจำกาย คือ ดาบสรีกัญไชย เอาไว้ปกป้องภรรยาและครอบครัวตลอดไป)
- ขันหมาก 1 สำรับ
- หีบ (ใส่เงินหรือสมบัติส่วนตน มีนัย หมายถึง การตั้งตัวสร้างครอบครัวใหม่)
- ผ้าห่มผืนใหม่ 1 ผืน
- เงินใส่ผี (แล้วแต่ตระกูลของฝ่ายสาวกำหนด มีนัย หมายถึง เงินสินสอดทองหมั้นในปัจจุบัน)

 

ส่วนเครื่องสักการะในบายศรีประกอบด้วย (ใส่ทุกอย่างเป็นจำนวนคู่)

- ข้าวเหนียวสุกปั้น
- ใส่ไข่ต้มสุกแกะเปลือก หรือปลา หรือ เนื้อ
- ขนมหวาน (ขนมชั้นหรือ ข้าวแต๋น ทองหยิบ ทองหยอด เป็นต้น)
- ผลไม้
- หมาก พลู บุหรี่ เมี่ยง
- ด้ายมงคล (สำหรับผูกข้อมือ) ใส่ในบายศรี

เมื่อเตรียมของพร้อมแล้ว ฝ่ายเจ้าบ่าวพร้อมญาติผู้ใหญ่จะตั้งขบวนแห่ไปยังบ้านเจ้าสาว ในขบวนประกอบด้วยดนตรีพื้นเมืองแห่อย่างสนุกสนาน มีเจ้าบ่าวถือดาบและหีบและญาติถือสิ่งของที่เตรียมมาทั้งหมดนำหน้าขบวน พอถึงบ้านเจ้าสาวแล้ว ฝ่ายเจ้าสาวจะมีผู้แทนคอยปิดกั้นประตูไม่ให้เจ้าบ่าว เข้าไป โดยจะต้องถามก่อนว่า

“โฮะ! จะปากั๋นไปไหนปะล้ำปะเหลือมากั๋นนักจะอี้เนี่ย”

แล้วผู้แทนฝ่ายเจ้าบ่าวที่มีโวหารดีจะพูดในลักษณะมงคลว่า

“หมู่เฮาเอาแก้วแสงดีมาหื้อมาปั๋นพี่น้องบ้านนี้”

ผู้แทนเจ้าสาวจะตอบว่า

“บ้านข้าเจ้านี้มีประตูเงิน ประตูคำ จะเข้าไปง่าย ๆ บ่ได้ จะต้องซื้อเข้าก่อนเน้อ”

ฝ่ายเจ้าบ่าวจะถามว่า

“นี้เป็นประตูเงินเฮาจะเอา”

แล้วมีการต่อรองราคากันจนตกลงตามความพอใจทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเจ้าบ่าวก็จะจ่ายเงินให้ผู้กั้นประตูและจากนั้นมีการกั้นประตูทอง หรือประตูคำกันต่อไป โดยจะมีการโห่ร้องหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

การแต่งงานจะมีการกั้นประตูเงิน ประตูทองเหมือนกันพิธีแบบของไทย หลังจากนั้นฝ่ายญาติเจ้าสาวก็จะเชิญฝ่ายเจ้าบ่าว มาทำพิธีต่อในบ้าน โดยจะเชิญปู่อาจารย์ทำพิธีปัดเคราะห์เรียกขวัญเจ้าบ่าวเจ้าสาว และผูกมือ กล่าวคำอวยพร แล้วจึงเชิญบิดามารดาฝ่ายเจ้าสาวและฝ่ายเจ้าบ่าวพร้อมแขกผู้ใหญ่ตลอกจนแขก ที่มาในงานผูกข้อมือตามลำดับจนเสร็จพิธี

 

จูงเข้าห้อง

เมื่อจูงมือเข้าห้องหอแล้วจากนั้นจะทำการให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งบนเตียง หรือ บนฟูกที่จัดตกแต่งไว้ ให้ฝ่ายหญิงนั่งซ้าย ฝ่ายชายนั่งขวา ให้ทั้งสองหันหน้ามาหาผู้ใหญ่ที่จูงเข้าห้องเพื่อรับโอวาท สั่ง สอนในการครองเรือน ให้รักทะนุถนอมรักษาน้ำใจ เสียสละซึ่งกันและกัน การให้โอวาท เรียกว่า “สอนบ่าว สอนสาว” แล้วให้เจ้าสาวกราบฝากตัวกับเจ้าบ่าว โดยกราบตรงหน้าอก เจ้าบ่าวเอามือโอบกอดเจ้าสาวไว้ เป็นการรับว่ายินดีปกป้องคุ้มครองเจ้าสาวต่อไป

การไหว้พ่อแม่

เมื่อหนุ่มสาวอยู่กินกันได้ 3 วัน หรือ 7 วันแล้ว ก็พากันไป “ไหว้พ่อแม่” ตลอดถึงญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายโดยคู่ผัวเมียใหม่จะช่วยกันหาเครื่องสักการะ อุปฌภค บริโภค เช่น เสื้อผ้า อาหารแห้ง ขนม ให้ครบบุคคลที่ตนจะไหว้ตามสมควร พร้อมทั้งมีพานดอกไม้ ธูปเทียนไปเคารพกราบไว้ มีความหมายว่าไปคารวะฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกหลานในตระกูล และขอคำแนะนำในการครองเรือน ตลอตถึงการขอศีลขอพรจากผู้ใหญ่ใหเป็ศิริมงคลแก่ตนต่อไป ส่วนทางญาติผู้ใหญ่อาจเตรียมทุนไว้มอบให้เพื่อสร้างครอบครัวตามฐานะของแต่ละ ท่าน เงินเหล่านี้เรียกว่า “เงินขวัญถุง” จึงมักจะเก็บไว้เป็นศิริมงคลให้เงินไหลเข้ามาเพิ่มเติมอีกให้เกิดความ รุ่งเรืองในชีวิตครอบครัวตลอดไป