หลักสูตรที่พึงประสงค์สำหรับด้านการแพทย์แผนไทยในสังคมไทยกับการแก้ปัญหาสาธารณสุขต้องตอบสนองต่อการจัดระบบบริการการแพทย์แผนไทย

เมื่อหลายเดือนก่อน อ.พาณี จากคณะเภสัชศาสตร์ มช. ได้เชิญผมไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ของคณะ ในหัวข้อแนวคิดการทำวิจัยและหลักสูตรที่พึงประสงค์ด้านการแพทย์แผนไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมได้พยายามคิดวิเคราะห์เพื่อสรุปแนวคิดส่วนตัวที่จะไปแลกเปลี่ยนในเรื่องนี้ ผมมีข้อเสนอว่า

หลักสูตรที่พึงประสงค์สำหรับด้านการแพทย์แผนไทยในสังคมไทยกับการแก้ปัญหาสาธารณสุข ควรมีลักษณะ

•มีความหลากหลายระดับในการจัดการเรียนการสอนทั้งประกาศนียบัตร (ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย) อนุปริญญา(เจ้าพนักงานแพทย์แผนไทย) ปริญญาตรี (แพทย์แผนไทย) ปริญญาโท (บริการด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน) และปริญญาเอก (บริการและสร้างพร้อมต่อยอดองค์ความรู้)
•ตอบสนองต่อการจัดระบบบริการการแพทย์แผนไทย
•ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพ
•จัดการเรียนการสอนที่สะท้อนความเป็น “ชีววัฒนธรรม” ไม่ใช่ “ชีวการแพทย์” ผ่านการฝึกปฏิบัติจริง
•ประกาศนียบัตร (ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย) เน้นสามารถเป็นผู้ช่วยใน ๔ ด้านคือเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย นวดไทยและผดุงครรภ์ไทย ควรใช้เวลาศึกษา ๖-๑๒ เดือน
•อนุปริญญา(เจ้าพนักงานแพทย์แผนไทย) ใช้เวลาศึกษา ๒-๓ ปี เนื้อหาเน้นองค์ความรู้พื้นฐานและองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทย ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับ รพ.สต.ได้
•ปริญญาตรี (นักแพทย์แผนไทย)
•ปริญญาโท (เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน)
•ปริญญาเอก (สร้างและต่อยอดองค์ความรู้)
•ปริญญาตรี (นักแพทย์แผนไทย) เป็นผู้ให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยทั้งในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ สามารถให้คำปรึกษาแก่เจ้าพนักงานแพทย์แผนไทยได้ ใช้เวลาศึกษา ๔ ปี หลักสูตรควรประกอบด้วย
–วิชาความรู้ทั่วไป เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาบาลีและสันสกฤต
–วิชาความรู้พื้นฐานทางแพทย์แผนไทย เช่น ร่างกายมนุษย์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาทางการแพทย์  การแพทย์เสริมและการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุข ปรัชญา บูรพาจารย์และประวัติการแพทย์แผนไทย จรรยาบรรณและกฎหมาย ศัพท์แพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน วิจัยและการจัดการความรู้
–วิชาชีพแพทย์แผนไทย : ๔ สาขาหลักทางแพทย์แผนไทย
•ปริญญาโท (นายแพทย์แผนไทย) สามารถให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านใน ๔ สาขาแพทย์แผนไทย หรือนักสืบ/นักสร้าง/นักสังเคราะห์องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยเพื่อเป็นอาจารย์สอนทางด้านแพทย์แผนไทยในมหาวิทยาลัยต่างๆ ใช้เวลาศึกษา ๒ ปี เนื้อหาควรเน้น
– ปีที่ ๑ เรียนหลักการวิจัย การวิจัยจากงานประจำและการจัดการความรู้ ทบทวนหลักการและฝึกปฏิบัติใน ๔ สาขาหลัก
–ปีที่ ๒ เลือกสาขาหลักสาขาใดสาขาหนึ่ง ใน ๔ สาขา เพื่อศึกษาลงลึกในสาขานั้นๆ พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติจริงและทำวิทยานิพนธ์ในสาขาหลักที่เลือก
•ปริญญาเอก เป็นนักสร้าง/สืบค้น/สังเคราะห์และต่อยอดองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ใช้เวลาศึกษาอย่างน้อย ๓ ปี เนื้อหาควรประกอบด้วย
–การวิจัยและการวิจัยจากงานประจำ
–ภาษาที่สำคัญในการสืบค้นองค์ความรู้ทางแพทย์แผนไทย
–การจัดการความรู้
–การเขียนเอกสารทางวิชาการ ตำรา
–แพทย์แผนไทย ๔ สาขา
–วิทยานิพนธ์ที่เน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ หรือสืบค้นภูมิปัญญาไทยที่มีมาแต่อดีต หรือพิสูจน์คุณค่าขององค์ความรู้ที่มีอยู่หรือพัฒนาระบบบริการ/รูปแบบการจัดบริการแพทย์แผนไทย
 
การแพทย์แผนปัจจุบันมีการประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาในระดับประเทศ ภูมิภาคและระดับโลก และมีการจัดการเรียนการสอนด้านนี้ ส่วนของการแพทย์แผนไทยยังไม่มีการจัดเรื่องนี้กันอย่างเป็นรูปเป็นร่างนัก หากมีTai Traditional Medicine Education ก็จะดีมาก