การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิจังหวัดตาก ปีงบประมาณ 2552-2557 ใช้แนวคิดหลักคือ จัดบริการปฐมภูมิให้บรรลุระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ตาม EQESA (Equity, Quality, Efficiency, Social Accountability)
การวิเคราะห์สถานการณ์
วิธีการ
- จากการระดมสมองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในงานสุขภาพจังหวัดตาก
- จากการประชุมระดมสมองผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องระดับจังหวัด อำเภอและตำบล
ผลที่ได้
- ปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่สูง ชายแดนเนื่องจากการเดินทางลำบาก สถานบริการสาธารณสุขบางแห่งไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ การแก้ไขโดยการออกคาราวานเคลื่อนที่ยังไม่สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการได้ แม้ประชาชนจะมีหลักประกันสุขภาพก็ตาม
- บุคลากรขาดความรู้ความสามารถด้านบริการปฐมภูมิและขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีแต่หลักสูตรการพัฒนาพยาบาลเวชปฏิบัติ
- ขาดแคลนพยาบาลที่จะไปทำงานในสถานีอนามัย และพยาบาลที่กำลังศึกษาอยู่ไม่ประสงค์จะไปทำงานที่สถานีอนามัย หากต้องไปทำงานที่สถานีอนามัยจะขอไม่ทำสัญญารับทุนจากโรงพยาบาล
- สถานบริการสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิ มีความหลากหลายทางด้านศักยภาพ ขนาด อัตรากำลัง ทำให้การพัฒนาคุณภาพบริการตามมาตรฐานกลางไม่สามารถบรรลุคุณภาพได้แท้จริง และเป็นภาระอย่างมากต่อสถานบริการสาธารณสุขในขนาดเล็กๆ
- การจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการจัดบริการในงานปฐมภูมิยังไม่มีความชัดเจน การสร้างเครือข่ายในกลุ่มสถานีอนามัยยังทำได้ไม่ดี การแบ่งปันวัสดุอุปกรณ์กันยังไม่ค่อยเกิดขึ้น ทำให้ต่างฝ่ายต่างทำงานและเกิดการขาดครุภัณฑ์บางอย่าง และมีครุภัณฑ์บางอย่างใช้งานได้ไม่เต็มที่
- ระบบสารสนเทศในภาพรวมยังไม่สามารถใช้ในการวางแผน ติดตามหรือพัฒนาระบบริการปฐมภูมิได้ ความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลยังมีน้อย
- ขาดระบบการติดตาม นิเทศ กำกับประเมินผลยังไม่เป็นภาพรวม ยังคงแยกออกเป็นงานๆตามโครงสร้างและนโยบายเท่านั้น ขาดการประเมินในภาพรวมของหน่วยบริการปฐมภูมิ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ
- 1. การพัฒนาสถานบริการ (Health Facility Development)
การพัฒนาอาคารสถานที่และภูมิสถาปัตย์
การจัดกลุ่มสถานบริการที่ให้บริการปฐมภูมิ
การพัฒนาเครือข่ายบริการปฐมภูมิระดับตำบล
- 2. การพัฒนากำลังคนด้านบริการปฐมภูมิ (Health Workforce Development)
การกำหนดอัตรากำลังคนให้เหมาะสม
การพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านบริการปฐมภูมิ
การพัฒนาทีมสุขภาพด้านการบริการปฐมภูมิ
- 3. การพัฒนาการจัดบริการปฐมภูมิ (Health Service and Quality Development)
การกำหนดบริการที่ต้องมีในสถานบริการปฐมภูมิแต่ละระดับ
การกำหนดมาตรฐานประเมินคุณภาพสถานบริการปฐมภูมิแต่ละกลุ่ม
- 4. การพัฒนาระบบส่งต่อและการให้คำปรึกษา (Referral system and Consultation Development)
การพัฒนาระบบการส่งต่อจากชุมชนมาสถานบริการปฐมภูมิ
การพัฒนาระบบการส่งต่อจากสถานบริการปฐมภูมิไปสถานบริการที่สูงกว่า
- 5. การพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication System Development)
การพัฒนาระบบฐานข้อมูลร่วมของสถานบริการปฐมภูมิ
การพัฒนาระบบการสื่อสารเพื่อการบริการปฐมภูมิ
- 6. การพัฒนาระบบติดตาม นิเทศ ประเมินผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Monitoring, Evaluation and Learning system Development)
การจัดระบบนิเทศ ติดตาม กำกับและประเมินผล
การจัดระบบตรวจเยี่ยมสถานบริการปฐมภูมิ
- 7. การพัฒนาระบบการจัดสรรทรัพยากรและการสร้างแรงจูงใจในงานบริการปฐมภูมิ (Resource and Motivation System Management Development)
การจัดระบบการจัดสรรทรัพยากรด้านสุขภาพ
การจัดระบบการสร้างแรงจูงใจในงานบริการปฐมภูมิ
การนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ
- การปรับปรุงคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิจังหวัดตาก (ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก)
- การสื่อสารสร้างความเข้าใจในกลุ่มผู้บริหารและผู้ปฏิบัติในระดับอำเภอ
- การจัดทำแผนปฏิบัติการ
- การติดตามประเมินผล
การแบ่งกลุ่มสถานบริการปฐมภูมิ
H = หน่วยบริการปฐมภูมิในโรงพยาบาล
A = หน่วยบริการปฐมภูมิในสถานีอนามัยหรือสถานีอนามัยขนาดใหญ่หรือสถานีอนามัยหลักของ
ตำบล
B = สถานีอนามัยขนาดกลาง
C = สถานีอนามัยขนาดเล็ก
D = สถานบริการสุขภาพชุมชนหรือสุขศาลา
E = สถานบริการสุขภาพชุมชนต่างด้าว (Health Post) หรือหน่วยมาลาเรียชุมชน (Malaria Post)
V = ศูนย์สุขภาพมูลฐานชุมชน
เครือข่ายสถานบริการปฐมภูมิตำบล
- จัดเป็นเครือข่าย PCU
- มีประชนในเขตรับผิดชอบครอบคลุมทั้งตำบล หรือหมู่บ้านอื่นๆต่างตำบลที่มีภูมิศาสตร์ที่เข้าถึงได้ง่าย
- รับผิดชอบประชาชนประมาณ 5,000-12,000 คน (คิดเฉลี่ยประมาณ 10,000 คน)
- มีคณะกรรมการที่ปรึกษาจากกลุ่มวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์และพยาบาลวิชาชีพ (กรณีที่สถานีอนามัยในตำบลไม่มีพยาบาลวิชาชีพไปประจำ)
- มีคณะกรรมการบริหารสถานบริการสุขภาพปฐมภูมิตำบล ทำหน้าที่บริหารเครือข่าย โดยมีองค์ประกอบจากผู้ให้บริการและผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ มีกรรมการประมาณ 5-7 คน