การสอนภาษาต้องเข้าใจสมอง
การสอนภาษาโดยทั่วไปแล้วจะเน้นการสื่อสาร เพื่อสื่อความเข้าใจให้ตรงกันและสามารถใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การเรียนก็จะเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว เช่นรู้จักเรียกชื่อ คน สัตว์ สิ่ง ของ สถานที่ รู้จักสิ่งใกล้ตัวก่อน แล้วจึงขยับไปเรียนรู้สิ่งที่ไกลออกไป เช่น ครอบครัวและสังคม แล้วก็เรียนรู้จักโลกที่ไกลออกไป
ขณะเดียวกันร่างกายมนุษย์ก็มีขีดจำกัดในการจดจำเก็บรับข้อมูล การเรียนรู้ข้อมูลมากๆก็สามารถเก็บข้อมูลไว้ได้เป็นเพียงบางส่วนหรือข้อมูลใหม่ปิดทับข้อมูลเก่าอย่างซับซ้อนคล้ายการจัดวางสิ่งของซ้อนกันจนไม่สามารถค้นหาสิ่งของต่างๆที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้
ฉะนั้นการเข้าใจสมองตั้งแต่แรก ทำให้การเรียนการสอนสามารถออกแบบได้ และผู้เรียนหรือผู้สอนสามารถออกแบบการสอนที่ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเก็บข้อมูลได้มาก และเมื่อต้องการเรียกใช้ข้อมูล สามารถเรียกนำมาใช้ได้เลยและมีความถูกต้องแม่นยำ
การช่วยสมองทำงานให้ดีขึ้น สามารถทำได้และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ดังนี้คือผู้เรียนมีร่างกายพร้อม ไม่หิว ไม่กระหาย พักผ่อนอย่างเหมาะสม ไม่ง่วงเหงา ไม่มีเรื่องรกสมองกวนใจ มีสิ่งแวดล้อมเชิญชวนให้เข้าสู่บรรยากาศการเรียนการสอน มีทัศนคติที่ดีต่อผู้สอน มีเป้าหมายชัดเจนในการเรียนรู้ และมีอารมณ์ดีทั้งผู้เรียนและผู้สอน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความหมายในการช่วยให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จได้
แต่ต้องเข้าใจสมองว่ามันทำงานแบบมีลักษณะเฉพาะ เช่นสมองมีลักษณะเป็นคลื่น อย่างรอยหยักที่ปรากฏในภาพสมองทั่วๆไป แล้วก็เก็บข้มูลได้เหมือนแบตเตอรี่เก็บไฟในรถยนตร์เลยทีเดียว
ฉนั้นการเก็บข้อมูลที่ป้อนเข้าต้องมีลีลาสามารถสร้างรอยหยักได้ ภาพที่เห็น เสียงหรือเรื่องราวที่ได้ยินก็จะถูกแปลงให้เป็นประจุไฟฟ้า เก็บไว้ในคลังสมองที่มีรอยหยักมากมายหรือพัฒนาตัวเองขึ้นเพื่อจัดเก็บในพื้นที่สมอง จากลีลาการจัดเก็บอย่างเหมาะสม
การรีบเร่งบรรจุข้อมูลมากเกินไปก็อาจทำให้คลังสมองปริแตก แต่ตัวมันเองก็พร้อมจะยืดหยุ่นเพื่อรับข้อมูลใหม่อย่าไม่ปฏิเสธ เหมือนยินดีต้อนรับข้อมูล แต่ขอให้เป็นระเบียบและมีลีลา ทยอยข้อมูลเข้ามาได้อย่างอารมณ์ดีและเป็นมิตรกับสมอง เช่น เป็นจังหวะ เหมือนเสียงดนตรี คล้องจองเป็นบทกลอน หรือมีลีลาเช่นการพูดโดยใช้วาจาสุภาพน่าฟังไพเราะ น้ำเสียงสดใส สมองก็จะยินดีต้อนรับเก็บข้อมูลเข้าคลังและเตรียมที่จัดวางให้ ทำให้สะดวกในการจัดเก็บข้อมูลและพร้อมนำมาใช้ได้ตลอดเวลาเหมือนสามารถโต้ตอบด้วยภาษาได้อย่ามีประสิทธิภาพนั่นเอง
ขณะเดียวกันสมองก็อาจจำข้อมูลไม่ได้เหมือนเห็นคนแปลกหน้าวิ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นควรแนะนำตัวให้สมองรู้จักดีเช่นมาหาบ่อยๆหรือให้เหตุผลแก่สมองว่ามีธุระอะไร มาจากไหน สมองจะดีใจมากและพร้อมให้ความร่วมมืออย่างดี ก็คือการฝึกฝนเรียนรู้บ่อยๆนั่นเอง
โดย การัษธญา