โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

* ช่วงนี้ผมมิได้เข้ามาในบล๊อคเลย เพราะไปงานศพของเพื่อนรัก..แฟนเสียชีวิตครับแต่..เพื่อนสนิทของผมยังอยู่ดีครับ..

 

ผบ.ร้อยนย.อม.  : เฮ้ ! หมวดจะไปไหน ?

ผู้เขียน.            : กลับบ้านสิครับ..เลิกงานแล้วนี่.                                                

ผบ.ร้อยนย.อม.  : ยังไปไม่ได้น๊ะ ผมต้องการให้คุณไปงานเลี้ยงด้วยกัน..ในค่ายนี่เอง.

                        ถ้าคุณกลับบ้านแล้วใคร..จะแปลให้ผมล่ะ ? ไปด้วยกันน๊ะ.

ผู้เขียน.           : ก็ได้ครับ.

ผบ.ร้อยนย.อม.  : อีกสิบนาทีรถมาแล้วค่อยไป.

ผู้เขียน.            : ตกลงครับ.

รถทหารอเมริกันมาถึงเราจึงขึ้นรถ แล้วมุ่งหน้าไปงานเลี้ยงที่สระน้ำในค่ายทันที.ผมจำได้ว่าต้องเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงกับผบ.ร้อยนย.อม.โดยมิได้เต็มใจนัก.เพราะรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวผมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้..ผมทายแม่นกว่าหมอช้าง..หมอฟันธงและอีกหลายๆหมอ.

๓๓. ผู้เขียน.- ทำงานภายในหน่วย. พันรนบ.พล.นย.

 Capt.    : Sgt.maj. ..where are you heading ?

 Writer. : Home sir.                                                                         

 Capt.   : No you may not go now , I need you to go to the party on base.

              If you are leaving , who gonna translate for me. Common..

 Writer. : Allright sir.

ผู้การเองก็คงจ้องจะฟันผมแน่ๆ..ดูสิครับแม้ผมจะกล่าวสวัสดีครับ..นำทางไปก่อน. พี่แกยังด่าแบบตั้งใจมาก.ผมมิได้โต้เถียงครับเพราะเป็นนักฟังที่ดีคนหนึ่ง.สองสามนาทีผ่านไปแกคงหายโมโหแล้ว  หรือยอมรับที่ผมสวนไปเบาๆว่าโธ่ผู้การครับรับวันละ๖๐๐บาทกับ๕๐บาทถ้าเป็นผู้การล่ะครับ ? คงต้องเลือกแบบผมนั่นแหละ ! คนเรามันต้องฟังเหตุผลกันบ้างแม้เขาจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็เถอะ.จริงๆแล้วถูกด่าเสียบ้างก็ดีครับ. งานจบแล้วผมถูกส่งไปแปลในภาคสนามที่จันทบุรี..

๓๔. ผู้เขียนกับนย.อม.-  ดื่มกันที่บ้านพักในนย.

ประมาณ ๑ สัปดาห์ ในหน่วยนี้ก็เหงาสิครับ..เพราะไม่มีใครมาคอยช่วยเหลือ..ระหว่างฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริงที่บ้านจันทร์เขลม. ผบ.ร้อยนย.อม.สั่งให้พันจ่ากองร้อยนำถุงทราย. มาใส่ปลอกกระสุนเปล่าไว้.หนักพอสมควร.ผมไม่ทราบว่านย.อม.จะนำปลอกกระสุนเปล่าเหล่านั้นไปทำอะไร?พอมีโอกาสได้คุยกันผมแนะว่า..ช่วงที่อยู่ในค่าย-ทหารไทยเชิญคุณไปดื่มกินเกือบทุกเย็น.พี่แกไม่เคยคิดถึงผมเลยแต่ผมยังคิดถึงเขาเสมอ. คุณควรนำปลอกทองเหลืองไปขายแล้วนำเงินไปเลี้ยงเขาบ้าง..ถ้าไม่รู้ที่ขายผมดำเนินการให้ก็ได้.เขาตอบตกลงอย่างง่ายดายพร้อมกับไปสั่งพันจ่ากองร้อยว่าปลอกกระสุนเปล่าทั้งหมดให้ซาเย้นท์เมเจอร์ไป.ตำแหน่งของผม.เที่ยวกลับเราจอดขายที่ระยองได้เงินมาเกือบหมื่นบาทผมยังจำได้ว่า พอกลับจากสนามเข้ามาถึงกองพลนาวิกโยธิน นอกจากผบ.ร้อยฝรั่งจะดีใจแล้วผู้การที่ด่าผมไว้ก็ยังดีใจด้วย..ที่ผมกลับมาอย่างปลอดภัย.ท่านเรียกพบในโอกาสแรกและออกปากเชิญให้ผมมางานเลี้ยงจบการฝึกในเย็นวันนี้ด้วย..ทางนย.จัดวงดุริยางมากล่อมขวัญ มีงานเลี้ยงแบบโต๊ะจีน อาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน ผมทั้งผิดหวังและดีใจปนกันเพราะก่อนเข้ามาที่ค่ายนี้.ผมซื้อเหล้าฝรั่งมาสามขวดเพราะตั้งใจจะนำมาให้ผบ.ร้อยนย.อม.และจะไปเชิญนายทหารไทยออกไปดื่มกันนอกค่ายจึงต้องงดไปโดยปริยาย.ทางผบ.ร้อยนย.อม.บอกผมว่า  ให้ผมมาคอยแปลในงานนี้ด้วยไม่ต้องไปกินนอกค่ายแล้ว แถมพี่แกพูดจนผมต้องดีใจที่สุด..

๓๕. มาเป็นล่ามทีไร ? ต้องมีการดื่มเพื่อมิตรภาพทุกครั้ง. เชียร์. - ที่สโมสรในค่ายแสมสาร.

ถ้าเป็นท่านผมพะนันว่าท่านเองก็ต้องดีใจ.ผบ.ร้อยบอกว่าเหล้าที่ผมซื้อมาแล้วก็ให้ผมเก็บไว้ดื่มเองวันหลัง.ส่วนเงินที่เหลือก็เก็บไว้ซื้อกับแกล้มให้หมด เขาไม่ต้องการ..สบายสิครับเหลือเงินอีกกว่าห้าพันบาทหลังจากซื้อเหล้าแล้ว.เป็นอันว่าผมจมอยู่ในงานนั้นตลอดจนปิดงานและต้องล่ำลากับผบ.ร้อยเสียเลย เพราะเขาจะนำกำลังทั้งหมดไปรอเครื่องบินซี๑๔๑ ในสนามบินอู่ตะเภาเพื่อบินกลับทันทีที่เครื่องลงสู่สนามบินอู่ตะเภา.ประมาณปี๒๕๓๙ ผมถูกโรคกระดูกรุมเร้าจึงขาดงานไปราว๑๕วัน ที่จริงจะต้องมีปัญหาเพราะขาดติดต่อกันแต่..คนดีคนก็คุ้ม..ไม่ต้องพึ่งให้ผีคุ้ม.วินัยเพื่อนผมอนุญาตให้หยุดงานได้ครั้งละ๑วันรวม๑๑วัน.เสาร์และอาทิตย์จะนับทำไม ? วันแรกที่ผมกลับมาทำงานผมถูกผบ.พันเรียกพบทันที ผมคิดไปต่างๆนานาว่าเรื่องอะไรกันแน่ ? โธ่ ! พอเจอกันแล้วจึงยอมรับได้ครับผมตอบ..หลังจากถูกถามว่า ถ้าผมจะให้หมวดไปแปลให้กับกองร้อยต่อสู้รถถัง คุณจะแปลได้ไหม ? ผู้พันถามย้ำ..น.ท.เชาวลิต จาดฤทธิ์ รน. ปกติเวลารับงานแปลครั้งใด ? ผมมักจะไปประสานกับครูนย.อม.ก่อนเสมอ  เพื่อตกลงกันว่าจะแปลทีละ๒-๓ประโยคหรือแปลครั้งเดียวจบ.เพื่อมิให้เกิดการติดขัดหน้าห้องเรียนหรือในสนามฝึก. ระหว่างที่ผมไปพบทหารนย.อม.นั้นผมมีโอกาสพบกับจนท.จากบริษัททอมส์ TOMS. = Thai Oil Tools and Machinary Services Co , Ltd. เราคุยกันสักพักใหญ่...ผมจึงถูกทาบทามให้ไปร่วมงานที่บริษัทด้วย..คุณจุ๋มว่าที่หัวหน้างานคนใหม่ของผม..

๓๖. จบภารกิจครั้งใดผมมักจะไปส่งถึงเครื่องเสมอ.  - ที่สนามบินอู่ตะเภา ระยอง.

นัดให้มาพบเจ้าของบริษัทในช่วงห้าโมงเย็น เพื่อคุยกันเสียก่อน.ช่วงนั้นผมยังไป-มาๆระหว่างกองร้อยนย.อม.และที่ทำงานของผม. ประมาณสามโมงเย็นผมกลับเข้ามาที่กองร้อยทหารอเมริกันอีกครั้ง โดยมาคุยกับครูประจำวิชาและทหารนย.อม.จนเกือบถึงเวลาที่นัดกันไว้  มีรถเบ๊นซ์สีดำและเจ้าของบริษัทเดินลงมาถามหาล่ามของบริษัทฯ ผมเดาว่าน่าจะเป็นเจ้าของบริษัทจึงยกมือไหว้และคุยกันสักพัก..พี่แกคงจะหาเพื่อนดื่มด้วยเลยเชิญผมไปพบที่ร้านอาหารมีระดับในย่านก.ม.สิบชื่อร้านสีฟ้า.ผมตามหลังไปไม่นานนักแต่ดันไปผิดร้านเพราะไปรออยู่นานพอสมควร..และแปลกใจว่าทำไมพี่แกจึงยังไม่มาปรากฏตัว สักพักใหญ่..ผมนึกย้อนหลังจึงพบว่าผมมาผิดร้าน เพราะร้านนี้ชื่อร้านเปี๊ยกโภชนา.พยางค์เดียว. ไม่กี่นาทีต่อมา..ผมมาพบกับเจ้าของบริษัทฯนายกล้าหาญ  เชาว์ศิลป์.เอ้านึกว่าจะไม่มาเสียแล้วผมดื่มรอหมดไปหนึ่งกั๊กแล้ว..มาสิครับแต่ดันไปผิดร้านผมตอบ.เราดื่มไปคุยไป.จบลงที่คุณกล้าหาญเสนอว่า..ถ้าพี่มาทำงานกับผมเริ่มจากหมื่นแปด. ๑๘,๐๐๐ บาท.มิได้ระบุว่าเงินเดือนหรือรายได้ใดใด ?ถือว่ามากทีเดียว.พ.ศ.๒๕๓๙ ผมจำได้ว่าระดับผบ.พันรับเพียงหมื่นเจ็ดเท่านั้น !ผมจึงตอบตกลงแต่บอกว่า..ก่อนจะลาออกจากกองทัพผมอยากมาขอฝึกงานสัก๑อาทิตย์เพราะผมเป็นคนขี้กลัวครับ. กลัวว่าจะทำงานให้เขาไม่ได้.

๓๗. ด.ช.แบ๊งค์ไปช่วยป๋าเก็บขยะในวันเฉลิมฯ  - ที่ถนนสาย๓๓๑.ปี ๒๕๓๙.

 

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา..เจ้าของบริษัทแวะมาขอให้ผมไปช่วยเป็นล่ามให้สัก๑สัปดาห์  เพราะคนเก่ามีธุระจำเป็น ผมตอบตกลงและทำงานจนเสร็จสมบูรณ์ถือว่าผ่านด่านแรกด้วยดีครับ จนถึงกำหนดที่ผมลากิจมาขอฝึกงานด้วยหนึ่งสัปดาห์..ผ่านครับ.ระหว่างฝึกงานผมถูกส่งไปร่วมงานกับพนักงานในตำแหน่งต่างๆเช่นช่างเชื่อม ฯ ทำงานให้กับลูกค้าที่บ้านบ่อวินบ้าง มาบตาพุดบ้าง ฉายเดี่ยวบ้างด้วยการไปควบคุมการนำปูนซิเมนต์ไปลงเรือที่ท่าเรือแหลมฉบังบ้าง ท่าเรือสัตหีบบ้าง.เพราะผมจะต้องนำเอกสารที่เรียกว่าใบอินวอยซ์ Invoice.ให้ทางกัปตันเรือเซ็นต์รับทราบ..จึงจะนำมาแนบเบิกเงินได้ พอฝึกงานครบตามกำหนดผมกลับมาเขียนใบลาออกทันที เพราะคิดว่ายังไงๆงานแบบนี้ผมทำได้แน่ๆ ผมจึงยื่นใบลาออกใน๑ ก.ย.๒๕๓๙.ช่วงนั้นงานแปลของผมกับทหารนย.อม.ก็ได้จบลงอย่างราบรื่นครับ สาเหตุนี้เองจึงทำให้ทางหน่วยไม่อยากเซ็นต์อนุมัติให้ผมลาออก แต่ทุกอย่างสายไปแล้วครับเพราะผมตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะลาออกไปลองร่วมงานกับทางเอกชนดูบ้าง..        

๓๘. ผู้เขียน.ฝึกงานที่บริษัททอมส์. - ใกล้แยกเกษมพล. ปี๒๕๓๙. 

 

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสุดท้ายในชีวิตทหารของผม..ที่เขียนมาให้ท่านได้อ่านกัน..ลาก่อนกองทัพเรือ.วันเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินเพราะขณะเขียนเรื่องนี้ผมออกจากองทัพมา๑๕ปีและจบงานบริษัทแล้ว  โชคยังดีที่ผมพอมีเงินบำนาญจากกองทัพเรืออยู่ทุกเดือน ใครอ่านจบแล้วอยากดำเนินรอยตามผมก็ควรคิดให้ดี อันดับแรกคือ..เรามีความสามารถพอหรือไม่ ? งานบริษัทนั้นมิได้ง่ายหรือสะดวกสบายกว่างานหลวงน๊ะครับ..คิดให้ดีดีก่อนจะตัดสินใจแต่ถ้าใครทำได้จริงโอกาสรุ่งก็มีมากกว่างานหลวง  เพราะไม่ต้องปัดแข้งปัดขาใคร..ฟ้องกันที่ผลงานครับ. ถ้าเรามีความสามารถเข้าตาบริษัทข้างเคียง  เขาอาจจะเสนอเงินเดือนที่สูงกว่าให้ก็เป็นได้  พอถึงโอกาสนี้ท่านต้องลำบากใจอีกครั้งว่า..จะอยู่กับนายเก่าหรือจะไปตายเอาดาบหน้ากับนายใหม่..คิดให้ดีดีแม้เรามิใช่กบเลือกนายก็ตาม. แต่ถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้ว. หลายปีต่อมานายทหารใหญ่ทางหน่วยเก่า  ได้ย้ายมาเติบโตขึ้นที่หน่วยใหม่ ก็พยายามแย่งชิงลูกค้าทหารนย.อม.ให้มาพักค้างคืนในช่วงการฝึกเสมอๆ เพื่อธุรกิจ. แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะมีฝ่ายตรงข้าม พยายามชักชวนไปค้างที่รร. แอมบาสเดอร์จนสำเร็จ..จึงทำให้พวกที่เคยมีรายได้ต้องพากันอดเป็นขั้นบันได..หลายปีต่อมา..การฝึกระยะหลังนี้แทนที่จะเป็นของหน่วยนาวิกโยธินเพียงฝ่ายเดียวแต่..

๓๙. แปลการตั้งรับและการใช้หลุมบุคคลนั่งยิง. - ที่สนามฝึกหาดยาว.

 

กลับถูกดึงไปฝึกร่วมกับกองทัพบกเสียอีก..เฮ้อ..ธุรกิจไม่ยั่งยืน. นอกจากนั้นยังมีการฝึกนอกพื้นที่สัตหีบหลังจากทำการยกพลขึ้นบกแล้ว ทหารนย.ไทยก็ฝึกกันแถวๆระยอง จันทบุรีเท่านั้น ทหารนย.อม.บางส่วนเปลี่ยนไปฝึกในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพบกเสียเป็นส่วนใหญ่ ที่โคราช เมืองกาญจนบุรีและพิษณุโลกฯ ทำให้นักธุรกิจในคราบทหารพากันหงอยเพราะไม่บูมเหมือนก่อน..แถมยังมีพันธมิตรจากหลายประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกในนามของผู้สังเกตการณ์..เกือบทุกครั้ง.เท่านั้นยังไม่พอเพราะต่อมามีประเทศยักษ์ใหญ่ในโลก. จีน. ขอมาทำการฝึกร่วมกับกองทัพไทยด้วย.

๔๐. ตราสัญณาลักษณ์กองพลนาวิกโยธิน.- ขอบคุณภาพจากเน็ทกองพลฯ

 

 

เราพบกันโดยบังเอิญท่านยังเรียกชื่อผมถูก.ผมว่าชีวิตคนเราไม่น่าจะมีอะไรประทับใจได้มากกว่านี้อีกแล้ว..ทำให้ผมนึกถึงช่วงที่ผมลาออกมาจากกองทัพใหม่ๆ สายวันหนึ่งผมไปดื่มกับรุ่นน้องที่สโมสรกรมร.๑พล.นย. ช่างเผอิญมีพลเรือโทท่านหนึ่งมาพร้อมคณะคุณหญิงคุณนายมาใช้สถานที่ด้านนอกริมทะเล..

๔๑. แปลการใช้เครื่องยิงจรวด. - ที่หาดยาว.

 

วันนั้นอากาศดีมาก..ทำให้ทิวทัศน์ดูสวยตามไปด้วย..ท่านเดินเลยมาที่โต๊ะผมทันทีพอผมยกมือไหว้ทักทาย.ท่านพูดคำเดิมๆเหมือนสมัยที่ยังเป็นผู้บังคับบัญชาของผม. เฮ้ย ! ดื่มแต่เช้าเลยน๊ะ เราคุยกันสักพักพอท่านรู้ว่าผมลาออกแล้วท่านชวนให้ไปขับรถให้ท่าน.แต่ผมปฎิเสธเพราะมีงานบริษัททำเรียบร้อยแล้ว. ท่านเคยเป็นผู้บังคับกองพันของผมเมื่อหลายปีก่อน ต่อมาท่านมีโอกาสเข้าไปรับใช้เบื้องยุคลบาท.ท่านทำงานโครงการในพระราชวัง.แถวภาคใต้.ผู้อ่านหลายท่านอาจจะเคยเห็นภาพในทีวีที่มีนายพลเรือตัวสูงใหญ่เดินกางร่มให้กับเจ้าฟ้าหญิงองค์เล็กของปวงชนชาวไทย..ผู้พันเก่าของผมเองครับท่านได้เลื่อนยศเป็นนายพลเรือโทก่อนเกษียณอายุ ผมขอเอ่ยนามท่านหน่อยน๊ะครับพลเรือโท ศุภนิตย์ จูฑะพุธิ แม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้วแต่ท่านยังเป็นผู้บังคับบัญชาที่ผมไม่อาจลืมได้คนหนึ่ง เท่าที่เคยมีมา.ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องเกี่ยวกับชีวิต  และประสบการณ์จากทหารเรือไทยจนถึงบรรทัดสุดท้าย. ต่อไปคงจะเขียนเฉพาะเรื่องจริงจากงานบริษัทเอกชนเท่านั้น !     

สวัสดีครับ.

โตนี่-ฟาง.

๒๐ ม.ค.๒๕๕๕

 *ขอนำภาพเก่ามาลง ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลายและผู้อ่านได้ทราบกันว่า ในโลกใบนี้ยังมีผู้บังคับบัญชาที่ดีหลงเหลืออยู่ด้วย๑ท่าน..น.ต.ศุภนิตย์ จูฑะพุธิ รน.ผบ.พันร.๘ ผส.นย.อ.เมือง สงขลา -ท่านแรก. ท่านเป็นคนที่ลูกน้องเคารพ เกรงกลัวแต่รักใคร่ท่านเกือบทุกคน..มันต้องมีคนที่ไม่ชอบบ้างเป็นธรรมดา.ต่อมาได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งสูงขึ้น.ที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและได้ย้ายไปรับการเลื่อนยศเป็นพลเรือโทก่อนการเกษียณอายุที่กองทัพเรือ..คนที่สามจากซ้าย.

๔๒.นายทหารผู้ใหญ่แถวเป็นผู้ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันร่มนานาชาติ. - ที่พัทยา ปี๒๕๓๔.

แม้ท่านได้เกษียณไปแล้ว แต่คนเราถ้ามีความสามารถอยู่..หลายหน่วยงานยังอ้าแขนรับเสมอ ขณะเขียนเรื่องท่านยังทำงานรับใช้ในพระราชวัง ในโครงการของสมเด็จฟ้าหญิงเล็ก สุดท้ายผู้เขียนขออำนาจเสด็จเตี่ยจงดลบันดาลให้ผู้บังคับกองพันของผม และครอบครัวจงมีความสุข สมหวังในหน้าที่การงานราชการและงานส่วนตัว.

รักและเคารพครับ.

พ.จ.อ.พันธ์พงศ์ เลิศบุญชู ทร.๐๙

ข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ.