การพูดคุยกับ รศ. ทพ. ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล ผู้จัดการ คศน.  และคุณอุ๋มแห่ง สสส.ในเช้าวันที่ ๒๘ ธ.ค. ๕๔ ทำให้ผมมีความสุข   ที่ได้เห็นโอกาสที่จะเกิดองค์กรสาธารณะที่ทำงานสร้างผู้นำที่มีคุณธรรมและ สติปัญญาสมัยใหม่ให้แก่สังคมไทย

          สติปัญญาที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอ   เพราะมักเป็นสติปัญญาแยกส่วน เป็นสติปัญญาเพื่อเอาเปรียบผู้อื่น และเป็นสติปัญญาด้านนอก   มักขาดสติปัญญาด้านใน  เพื่อส่วนรวม และเป็นบูรณาการ   ทั้งบูรณาการศาสตร์ และบูรณาการภาคปฏิบัติกับภาคทฤษฎี   คศน. ทำงานสร้างผู้นำที่มีทั้งปัญญาแนวใหม่และจิตสาธารณะ   เพื่อสุขภาวะของสังคมไทย

          ผมจึงดีใจที่ อ. หมอธงชัย เข้ามามุ่งมั่นทำงานสร้าง คศน. ให้เป็นสถาบัน   ทำงานนี้ในระยะยาวและเชื่อมโยงกว้างขวาง ให้แก่สังคมไทย  

          เราคุยช่องทางของการเป็นสถาบัน ๒ แนวทาง ซึ่งต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกัน   แนวทางแรกเป็นหน่วยงานในสังกัดภาครัฐ ที่มีอิสระในการดำเนินการ    ส่วนแนวทางหลัง เป็นภาคประชาสังคม คือเป็นมูลนิธิที่ทำงานเลี้ยงตัวเอง   คือเป็น SE (Social Enterprise)

          ผมมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้ง SE อยู่แล้ว ๑ แห่ง คือ สคส.   และกิจการดำเนินไปด้วยดี   จึงเชียร์แนวทางนี้เต็มที่

          ผมชี้ให้เห็นว่า ในอนาคตไกลๆ ภาครัฐจะเล็กลงเรื่อยๆ   งานสาธารณะจะดำเนินการโดยภาคประชาสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ    เราต้องช่วยกันวางรากฐานให้แก่ภาคประชาสังคม ให้มีขีดความสามารถทำงานยากๆ ที่ซับซ้อนให้แก่สังคมได้   

          ผมดีใจ ที่ อ. หมอธงชัย ได้เรียนรู้การดำเนินการ SE สินค้าตราเป็นสุขจากหมอก้องเกียรติด้วยแล้ว

          ผมมองว่า คศน. เมื่อเป็น SE ก็จะทำหน้าที่ให้บริการสร้างคน (HRD – Human Resource Development) ให้แก่สังคม   โดยที่มองในมุมหนึ่ง ก็คือการศึกษา หรือการเรียนรู้ สำหรับสร้างความเป็นผู้นำแนวใหม่นั่นเอง

          ยิ่งนับวัน การเรียนรู้แนวใหม่นี้จะยิ่งมีความสำคัญ   เพราะจะทำให้เกิดทักษะ Learning by Doing  และ Learning by Sharing

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๘ ธ.ค. ๕๔