ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องชาวใต้ที่เกิดเหตุร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก

31 ส.ค.2549 วันสถาปนาขบวนการเบอร์ซาตู (BERSATU) และวันชาติของมาเลเซีย

เบอร์ซาตู ขบวนการที่นักวิชาการสันนิษฐานว่า มาจากการรวมตัวของ กลุ่มพูโล + BRN + มูจาฮีดีน ก่อความรุนแรงที่ทำให้ปัญหาในภาคใต้บานปลายขึ้นเรื่อยๆ

เดิม การก่อเหตุจะไม่มีระบบ สะเปะสะปะ คนละวิธี คนละเป้าหมาย แต่ปัจจุบัน การดำเนินการก่อความรุนแรงเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นระบบ ทำงานพร้อมกัน วิธีเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน แสดงถึงการจัดการที่แข็งแรงมากขึ้นภายใน 2 ปีที่ผ่านมา

สมาชิกขบวนการจะกระจายตามหมู่บ้าน แฝงตัวกับชุมชน เป็นเซลล์ย่อยที่สามารถรวมตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการเรียนรู้จุดอ่อนจากเดิมที่ขบวนการก่อความไม่สงบ จะรวมเป็นกลุ่มใหญ่ ทำให้ปราบปรามได้ง่าย จึงพัฒนาการใหม่ที่ทำให้เจ้าหน้าที่จับกุมได้ลำบากขึ้น

31 ส.ค.2549 กับการระเบิดธนาคาร 10 แห่ง 22 สาขาในพื้นที่ทางเศรษฐกิจ ในจังหวัดยะลา  ในวันที่เงินเดือนออก ซึ่งมีการฝาก ถอน โอนเงินกันมาก การระเบิดครั้งนี้เหมือนการวางยุทธศาสตร์ยกระดับความรุนแรง สร้างความหวาดระแวงเพิ่มขึ้น ฝ่ายรัฐที่บอกว่ารู้ล่วงหน้าแต่ก็ไม่สามารถป้องกันอะไรไว้ได้เลย

ซึ่งหลายฝ่ายบอกว่า นี่เป็นสิ่งที่สะท้อนประสิทธิภาพของรัฐ สะท้อนถึงความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับทางภาคเหนือ – อีสานที่เมื่อเกิดความเดือดร้อน ผู้นำให้ความใส่ใจไปเยี่ยมดูในพื้นที่ แต่ในภาคใต้ไม่ได้รับความสนใจเลย

สะท้อนถึงระดับความสำคัญที่ต่างกัน ระเบิดคาร์บอมใน กทม. รัฐให้ความสำคัญมากกว่าระเบิดจริงๆที่ภาคใต้ที่เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อติดตามดูข่าวในทีวีจะเห็นภาพรถพยาบาลพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาจนชินตา ดูจนคุ้นเคยกันแล้วหรือ

มีข่าวว่า คนในพื้นที่ เครียดกับปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ชาวไทยมุสลิมมีความรู้สึกเหมือนไม่มีที่ยืนอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ไม่มีเอกภาพ ยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจน  เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการในพื้นที่รู้ข่าว แต่การเมืองที่แทรกแซงไปทุกอย่าง เจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะพูด กลัวไปขัดแย้งกับฝ่ายการเมืองใน กทม.

จำนวนคนตายใน 3 จังหวัดจึงขยับถึงครึ่งหมื่น คนหาย คนตายในพื้นที่ ก็ไม่มีความคืบหน้า การใช้กฎหมายไม่เท่าเทียมกัน ไม่ได้รับความชัดเจน ไม่ได้รับความยุติธรรม...

คนใน 3 จังหวัดภาคใต้ 99% เป็นคนดี

แล้วเมื่อไหร่หนอ ภาคใต้จะสงบสุขเสียที

พล.อ เปรม ติณสูลานนท์ ได้กล่าวเมื่อปลายเดือน ส.ค.ประโยคหนึ่งว่า

“ผู้ที่คิดทำลายบ้านเมือง หรือยึดบ้านเมืองเป็นของตัวเอง จะต้องประสบกับความหายนะ”