" ธรรมะสอนให้ผู้ที่ศึกษาปล่อยว่าง แต่ ชีวิตผู้คนเป็นชีวิตที่ยึดติดกับทุกสิ่งที่เคยผูกพันมาตลอดชีวิต "

    มีโอกาสเริ่มศึกษาธรรมะ เมื่อตอนบวชอายุ 26 ปี และศึกษาบ้างแต่ไม่สนใจมากเนื่องจากต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานก่อน มีคำถามผุดขึ้นในหัวและถามตัวเองทุกวันว่าต้องการอะไรในชีวิตนี้.. คำตอบที่ได้คือ ความสับสน จิตหนึ่งบอกให้ทำหน้าที่ที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนก็คือหน้าที่ทางโลก ได้แก่ ธุระกิจ ครอบครัว และ สังคม แต่อีกจิตอยากจะวางทุกสิ่งแล้วหันหลังให้ทางโลก เดินสู่ทางธรรม เนื่องจาก ช่วงทีบวชนั้นพบกับความสงบอยู่ช่วงระยะหนึ่ง จึงเชื่อว่าตนเองศึกษาธรรมะได้ และชอบความสงบที่ค้นพบระหว่างช่วงเวลาที่บวชอยู่นั้น

  อีกโอกาสที่ทำให้พบความสงบอีกก็คือ อบรมธรรมะ ที่วัดเวฬุวัน  อ.สหัสขันธุ์ จ.กาฬสินธุ์ พระคุณเจ้าได้สั่งสอนวิธีสมาธิ เป็นการเรียนที่ทำให้เข้าใจการทำสมาธิที่ดีทีเดียว ในชีวิตไม่เคยเข้าใกล้สมาธิได้มากขนาดนี้ แม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่สัมผัสได้ก็ตาม เป็นบุญแท้ๆ ที่ได้เข้าอบรมธรรมะในครั้งนี้ จึงทำให้ได้พระคุณเจ้า ซึ่งเป็นครูผู้สอนสมาธิผมท่านแรก ทำให้ผมได้ผมปัญญาโดยแท้ ศิษย์มีครูก็คงดีอย่างนี้เอง จากที่เคยศึกษาด้วยตนเองแต่ก็ไม่เคยที่จะได้เข้าใกล้สมาธิอย่างนี้มาก่อน 

    มีหลักการทำสมาธิอีกหลักที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้คือ การแยกธาตุ ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และ ธาตุไฟ ซึ่งผมยังแยกไม่ได้ซักธาตุ :-( เพราะได้ลองทำแล้ว ทำได้ไม่ถึง 1 นาที เนื่องจากทำยากมากกับผู้ที่เพิ่งหัดทำ แต่ก็คิดว่าไม่เกินความพยายามอย่างแน่นอน ตอนนี้ฝึกทำสมาธิวันละครั้งและแยกธาตุไปด้วย ส่วนเวลานั้นไม่ได้กำหนด ขึ้นอยู่กับจิตมากกว่า ถ้าจิตสงบก้ทำต่อไปแต่ถ้าไม่ก็หยุด โดยเชื่อว่าการฝึกลักษณะนี้จะช่วยพัฒนาจิตให้พบกับสมาธิที่เคยสัมผัสได้อีกครั้งหนึ่ง และสามารถหน่วงให้สมาธิอยู่ให้นานมากยิ่งขึ้น ตามคำกล่าวที่ว่า "ความสุขใดไม่เท่าพบความสงบ" บางทีความสงบจากสมาธิอาจจะช่วยให้ผมค้นพบคำตอบที่ผมเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวันก็เป็นได้

z