พอวอร์มอัพจนได้ที่ อวัยวะทุกส่วนผ่อนคลาย ก็พลอยได้สมาธิไปด้วยในตัว เป็นสมาธิอ่อนๆในตัวของมันเอง

ปฏิบัติธรรมแบบนอกคอก (ตอน ๒..วอร์มอัพ)

 

อาจอุปมาการทำสมาธิว่าเป็นการเล่น “ธรรมกีฬา” เพื่อให้สุขภาพจิตแข็งแรง ดังนั้นก่อนเล่นควร  "วอรม์อัพ"  เสียก่อน ไม่งั้นอาจเกิดการ “กล้ามเนื้อฉีก” ได้

 

พอนั่งขัดสมาธิ ขยับขา ตัว มือ จนเข้าที่แล้ว ฐานมั่นดี ไม่โอนเอียง โยกเยก เราก็จะลงมือเพ่งสมาธิกัน...แต่ช้าก่อน..จากประสบการณ์ของตนเอง พบว่าถ้าอินทรีย์ยังไม่แก่กล้า การเข้าไปเพ่งอะไรทันที (ไม่ว่าจะเพ่งอะไรเป็นอารมณ์สมาธิก็ตามเถิด) มักเกิดผลยาก ช้า จนหลายคนทนรำคาญ ทนเสียเวลาไม่ไหว ก็เลิกรากันไปเสียเป็นส่วนมาก

 

ผมพบว่าจิตที่มุ่งมั่นจะเพ่งนั้นมันจะเกิดการเกร็ง การเกร็งของจิตจะส่งผลไปทำให้เกิดการเกร็งของกายด้วยโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการเกร็งของกายก็จะส่งผลย้อนกลับทำให้สมาธิเกิดยาก  ก็ยิ่งเกร็งกาย เป็นงูกินหางกันอยู่แบบนี้

 

6) ไม่เกร็งกล้ามเนื้ออวัยวะต่างๆ: เวลาเริ่มนั่งเราต่างตั้งจิตไว้แรงกล้ามาก ว่าเอาหละหวาวันนี้คงได้เห็นดำเห็นแดงกัน พอตั้งใจมาก สังเกตว่าธรรมชาติมักจะทำให้มีอาการ"เกร็ง" แบบไม่รู้ตัว เช่น กล้ามเนื้อ ขา แขน วิธีการของผมคือหนามยอกเอาหนามบ่ง คือ เอาจิตที่เกร็งนั่นแหละ ไปขจัดการเกร็งของกาย โดยเอาจิตกวาดไปทั่งสรรพกาย พร้อมกับสำรวจดูว่าเราเกร็งตรงไหนไหม... ถ้ามีก็ผ่อนคลายเสีย  ทำรอบสอง รอบสาม แล้วตามดูผ่อนคลายไปเรื่อยๆ

 ...สำหรับผมเองที่เกร็งมากโดยอาจไม่รู้ตัวก็ที่ น่องขา และ หน้าท้องครับ   ต่อมาก็ปลายนิ้ว หน้าผาก และ หนังตา

ที่จับตัวยากที่สุดน่าเป็นการเกร็งลิ้น (เช่นห่อลิ้น หรือเอาไปดันเพดานไว้)

 

วิธีแก้เกร็งหนังตาคือแทนที่จะหลับตา ให้หรี่ตาแทน พอมันหายเกร็งแล้วจึงหลับ ความจริงหรี่ตาตลอดก็ดีเหมือนกันนะ เคยลองทำดู สนุกดีเหมือนกัน แต่อันนี้แล้วแต่จริตก็แล้วกัน

 

เคยพิเรนบ่อยๆ ด้วยการลองเอาจิตไล่เข้าไปในปอดตับม้าม หัวใจ แล้วบอกให้มันเลิกเกร็งด้วย อาจเป็นวิถีแห่งจิตบำบัดต่อไปก็เป็นได้นะ (แต่อันนี้ต้องไปดูหนังสือกายวิภาคมาก่อน จะได้มีจินตนาารต่ออวัยวะต่างๆได้ถูกต้อง)

 

พอวอร์มอัพจนได้ที่ อวัยวะทุกส่วนผ่อนคลาย ก็พลอยได้สมาธิไปด้วยในตัว เป็นสมาธิอ่อนๆในตัวของมันเอง  ว่าไปแล้ววิธีการวอร์มอัพนี้มันน่าจะอนุโลมให้เป็น “กายคตาสติ” ได้ด้วย (คือมีสติอยู่กับอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย) ซึ่ง พพจ. ก็ทรงสรรเสริญว่าทำให้มากแล้วจะเกิดความจำเริญ

 

 ที่นี้ก็ถึงตอนสำคัญ พร้อมที่จะเพ่งสมาธิกันแล้ว แต่หมดเวลาพอดี เข้าใจมั๋ยจ๊ะ  (เลียนแบบวลีเด็ดของนักสอนท่านหนึ่ง อิอิ)  เอาไว้ตอนต่อไป

 

...คนถางทาง (๒๑ มกราคม ๒๕๕๕)