การสานต่อแรงบันดาลใจที่ได้รับจาก Salutogenesis & Salf Trancendence สู่การที่ได้นำมาลงมือปฏิบัติ ประโยคที่ว่า " ไม่ต้องใส่ใจว่าภาพใหญ่มันจะเป็นเช่นไร " วันนี้ฉันถ่ายทอดมันเป็นเรื่องเล่าให้ชาวโรงพยาบาลพิจิตรได้รับรู้ผ่านตัวอักษรเพื่อพิสูจน์ว่า "ไม่ยากเลยที่เราจะให้การดูแลผู้ป่วยและคนรอบข้างด้วยจิตวิญญานของความเป็นมนุษย์ " พี่บางคนแนะนำว่าเธอควรก้าวต่อไปอีกขั้นได้แล้วนะ เธอน่าจะทำได้มากกว่าจะเป็นคนเล่าเรื่องคนเดิม ฉันก็ได้แต่หัวเราะ แค่รู้สึกว่าฉันทำอะไรได้และฉันได้ทำอะไร แม้มันจะเล็กน้อยมันก็สุขใจนะ
ต่อไปฉันกำลังสานต่อความฝันที่ว่า " ทำอย่างไรให้คนทำงานมีความสุข "โดยเฉพาะพี่ๆน้องๆของฉันที่ อี อาร์ งานเราทั้งหนักและเหนื่อย งานเราตั้งอยู่บนความคาดหวังของคนเจ็บป่วยมากมายที่ต้องการจะ หาย และ รอด (จากความตาย)และต้องไม่มีภาวะแทรกซ้อนและแน่นอนเขาต้องการความพึงพอใจด้วย " เมื่อมันหนักและมันก็เหนื่อยพวกเราจะรู้สึกว่ามันทุกข์และเครียดทุกที คนทำงานทุกข์ซะเองแล้วจะทำให้คนป่วยไข้หายทุกข์ได้อย่างไร ฉันเลยตั้งใจไว้ว่าฉันอยากทำให้พี่ๆน้องๆของฉัน ได้รู้จักชาตร์แบตเตอรี่ความสุขกัน เอาใจช่วยฉันด้วยนะ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ GTK ที่รักทุกคน
สวัสดีค่ะน้องOraphan
ทำอย่างไรให้คนทำงานมีความสุข
โจทย์นี้สำคัญค่ะ
ยังมีโจทย์อีกข้อที่ตนเองยังแก้ไม่ตก
เรื่อง นามธรรม ที่รับรู้ว่า "เป็นจริง" จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดที่เป็น รูปธรรม หรือไม่? คืออะไร?
@พี่มนัสดา ขอบคุณนะคะที่มาส่งใจ คิดถึงเสมอค่ะ
ยังไล่ตามความฝันต่อไปค่ะ
@หมอป. ชอบประโยคของอจ.หมอสกล/อจ.หมอวิธาน/อจ.หมอวรวุฒิ/อจ.พัฒนาในsaluto ขออนุญาติแบ่งปันนะคะ
" บุคลากรสาธารณสุขเราโทรมและบอบช้ำกับ วิชาการ KPI การที่เราจะทำอะไรสักอย่างให้กับใครไม่ต้องพยายามหาหลักการ เหตุผล ไม่ต้องค้นคว้าหาทฤษฎี แค่ลองย้อนกลับไปดู คำตอบดีดี มีอยู่ทุกที่ ทุกการกระทำ ช่วยกันเยียวยา ทำให้คนอื่นมองเห็นคุณค่าในตัวของเขาเอง "
บันทึกภาพไม่ค่อยจะขึ้นเท่าไรครับ
มาเยี่ยมเยือนยามดึกครับ