ทำไมน้อ..ผู้บริหารบางท่าน หรือหัวหน้างานบางคน ถึงมีแต่ความคิดติดลบกับลูกน้องอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งที่คนเป็นลูกน้องคิดหรือทำไปนั้น อาจจะเป็นเพียงเรื่องนิดเดียว ...ท่านอาจจะตีโพยตีพายไปเอง..คิดว่าถูกกล่าวหา -- คิดว่าถูกลูกน้องต่อว่า--คิดเอาเองไปต่างๆนานา สารพัดจะคิดด้วยความเป็นตัวกูของกู--ยึดมั่นถือมั่น--
....ทำไมเธอถึงคิดแบบนี้!!...
....ทำไมเธอถึงพูดออกไปแบบนั้น!!...
....ทำไมเธอถึงไม่ทำอย่างที่ชั้นบอก!!
ทำไม!!..และอีกหลายทำไม!!..ที่ผู้บริหารอยากให้ลูกน้องท่านเป็นในสิ่งที่ท่านอยากได้
ทำไมไม่ให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาเป็น...ให้อิสระเสรีในการคิดและครีเอทงาน
พวกคุณๆท่านๆเหล่านั้นจะรู้บ้างหรือไม่ว่า ความคิดแบบนั้น มันแสดงออกมาทางคำพูด หน้าตา...และการกระทำกับลูกน้องของท่านเอง ทำให้มาดของการผู้นำ..หมดเสน่ห์ไปอย่างน่าเสียดาย...
หัวหน้าที่มีแต่ความคิดด้านลบ..ชอบใช้ศาสตร์ "ตัวกู-ของกู-มันว่ากู!"ในการทำงาน
ท่านจะรู้บ้างไม่ว่า ท่านขาดความน่ารัก ในการเป็นผู้นำ .. ท่านกำลังทำลายความเคารพนับถือที่ลูกน้องมีต่อตัวท่าน โดยที่ท่านไม่รู้ตัว ...
อยากบอกท่านหัวหน้าที่น่ารักค่ะว่า
**ลองเปิดรับความสุข--รู้จักให้อภัย--มีแต่ความจริงใจ--เอาใจใส่ ความรู้สึกลูกน้อง**บ้าง ท่านจะเป็นผู้บริหารที่น่ารัก..มีแต่คนรักใคร่...
ทฤษฎี "ตัวกู-ของกู"--ใช้ไม่ได้ผลในการทำงานเลยนะคะ
เลิกเถอะค่ะ!!...
เป็นบทความที่มีคุณค่าทางจิตใจ สามารถนำไปปรับใช้ได้ในการบริหารคน บริหารงาน แต่ก็บางทีผู้บริหารก็ต้องทันลูกน้อง บางครั้งผู้บริหารอาจคิดกลางๆ แต่ลูกน้องบางคนก็มีนิสัย (สันดาน)ที่แก้ยาก คิด และพูดกํบผู้บริหารในเชิงลบตลอด สรุปว่า ความเป็นมนุษย์นั้น ไม่ว่าจะนั่งตำแหน่งใด ต้องหัดเอาใจเขามาใส่ใจเรา อดทน และให้อภัยเป็นด้วย