คงจะรู้แล้วว่า ๖ วัน ๕ คืนที่อยู่ดูไบ ดิฉันไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย เดินทางระหว่างโรงแรมและศูนย์ประชุมเท่านั้น

วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ (ต่อ)

เวลาประมาณ ๑๘ น. ดิฉันเดินทางจากศูนย์ประชุมกลับโรงแรม เย็นนี้ต้องรอแท็กซี่อยู่นานกว่าทุกๆ วัน

 

 

ศูนย์ประชุมยามเย็น

 

 

 ริมถนนดูไบเมื่อใกล้ค่ำ

 

มาถึงโรงแรมก็ขอรับกระเป๋าที่ฝากไว้ เอาเอกสารต่างๆ ใส่กระเป๋าใบใหญ่เพิ่มเติม ประมาณ ๑๙ น.กว่าๆ สังเกตเห็นว่ามีรถเก๋งสีดำมาจอดหน้าโรงแรม คนขับรถถือเอกสารเข้ามาถามพนักงาน มีการ check อะไรกันอยู่สักพัก สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามารับเราหรือเปล่า โชเฟอร์เดินเข้าเดินออกอยู่สักครู่ ก็รับฝรั่งไป ก็เลยคิดว่าไม่ใช่รถที่จะมารับเราเพราะยังไม่ถึงเวลาที่นัดหมาย

นั่งรอจนถึงเวลา ๑๙.๔๐ น. เลยเวลานัดแล้ว จึงไปถามพนักงานโรงแรม จึงรู้ว่ารถคันที่สงสัยนั้นมารับดิฉัน แต่หาดิฉันไม่พบเลยรับคนอื่นไปแทน ดิฉันบอกว่าเริ่มโกธรแล้วเพราะนั่งรอที่เก้าอี้ในล็อบบี้ตลอดเวลา (อยู่หน้าเคาน์เตอร์นั่นแหละ) พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ ไม่มีใครมาถามเลย

พนักงานโรงแรมแก้ตัวว่าเขา check แล้วพบว่าดิฉันรับกระเป๋าไปแล้ว เลยไม่แน่ใจว่าดิฉันอยู่ที่โรงแรมหรือที่ไหนและเขายุ่ง โชคดีที่เมื่อเช้าตอนไปเลื่อนเวลาออกจากโรงแรม ดิฉันขอให้พนักงานที่รับเรื่องจดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ให้ด้วย จึงให้พนักงานโรงแรมโทรศัพท์ติดต่อให้

ดิฉันได้ยินการสนทนาว่าบริษัทไม่มีรถที่จะมารับดิฉัน พนักงานโรงแรมจึงไปขออนุญาตผู้จัดการจัดรถของโรงแรมไปส่งให้ ระหว่างนั้นผู้ชายที่คอยจัดการเรื่อง transfer service ที่เจอวันที่เดินทางมาถึงที่สนามบินมาพบด้วย กว่าจะได้ออกเดินทางจากโรงแรมก็เกือบ ๒๐ น. แล้ว โชเฟอร์มาจากเนปาล บอกว่าวันพฤหัสบดีเป็นวันที่รถติดเพราะที่นี่วันหยุดคือวันศุกร์-เสาร์

มาถึงสนามบินนานาชาติดูไบ เห็นว่าสนามบินใหญ่โตมาก มีหลังคาโค้งๆ แบบที่สุวรรณภูมิ บริเวณด้านหน้ากว้างขวางมาก ไม่ค่อยมีคน การ check in พร้อมการ load กระเป๋า สามารถทำได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอน (ดิฉันขอให้พนักงานทำให้) ประทับใจตอนที่จะยกกระเป๋าขึ้นชั่งน้ำหนัก มีฝรั่งชายโผล่มาจากด้านหลังช่วยยกกระเป๋าให้

 

ภายในสนามบินดูไบ

 

มีเวลาเดินดูของในร้าน Duty free ไม่มากนัก ซื้อได้แต่ chocolate จากยุโรป หิวแล้วเพราะไม่ได้กินอาหารเย็น แวะนั่งกินผลไม้เป็น plum กับองุ่นที่พกติดตัวมาจากโรงแรม

เที่ยวบิน EK 374 มีคนเต็ม เครื่องออก ๒๓.๑๐ น.(๐๒.๑๐ น. เวลาในบ้านเรา) มีอาหารเสริฟตอนประมาณ ๒๔ น. เลือกไก่ ได้ข้าวแกงกะหรี่ appetizer เป็นไก่ ๑ ชิ้นอยู่บนยำวุ้นเส้น ขนม ๑ อย่าง กินขนมปัง ๑ ก้อนแทน

ดิฉันนั่งริมหน้าต่าง คนที่นั่งติดกันเป็นสาวผิวดำเป็นชาวที่ชื่อไม่คุ้น เธอเดินทางมาจากเยอรมันนี จะไปหาเพื่อนที่พัทยา ไปทำธุรกิจซื้อเส้นผมเอาไปใช้สำหรับการต่อผม พยายามนอนให้หลับก็ไม่ค่อยหลับ นั่งไม่สบายเท่าไหร่

กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพตอนเช้าวันที่ ๙ ความที่อดนอนทำให้หลับไปตอน ๑๕.๐๐ น.

ใครที่อ่านบันทึกของดิฉันทุกตอน คงจะรู้แล้วว่า ๖ วัน ๕ คืนที่อยู่ดูไบ ดิฉันไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย เดินทางระหว่างโรงแรมและศูนย์ประชุมเท่านั้น ใครถามจึงตอบไม่ได้ว่าเมืองดูไบสวยหรือเปล่า

วัลลา ตันตโยทัย