ในยามบ่ายปลายวันอันหม่นหมอง เสียงร่ำร้องร่ำไรเหมือนไฟสุม ไฟเหว่ว้าอารมณ์ยังโหมรุม แม่ไม้อุ้มเพียงใดไม่หลับเลย
เสียงเด็กร้องไห้ข้างบ้าน
ในยามบ่ายปลายวันอันเงียบเหงา
ลมเบาเบาแกว่งไกวใบมะม่วง
พยับแดดเต้นเร่าเงาภาพลวง
ฝุ่นหล่นร่วงลงค้างบนหลังคา
แว่วเสียงเด็กร้องไห้ในบ้านร้าง
คำครวญครางมุ่งมาดปรารถนา
อยากเห็นแม่ทุกทีที่ลืมตา
ทุกเวลาอบอุ่นหนุนแขนนอน
อยากให้แม่อุ้มไว้เดินไปเที่ยว
ทุกทางเทียวแม่พาผ่านมาก่อน
ผ่านทุ่งท่าสายัณห์ตะวันรอน
แล้วจึงย้อนทางยาวกลับเย้าเรือน
อยากให้แม่กลับมาพาอาบน้ำ
ล้างรอยดำช้ำชอกฟอกรอยเปื้อน
ทาแป้งหอมย้อมใจไม่ลืมเลือน
แม่จึงเหมือนเพื่อนใจในความจำ
ฟังนิทานกล่อมนอนก่อนจะหลับ
เสียงเพลงขับคำขานอันคมขำ
ก่อนหลับผล็อยลอยอารมณ์ในคมคำ
เมื่อม่านดำราตรีเริ่มคลีคลุม
ในยามบ่ายปลายวันอันหม่นหมอง
เสียงร่ำร้องร่ำไรเหมือนไฟสุม
ไฟเหว่ว้าอารมณ์ยังโหมรุม
แม่ไม่อุ้มเพียงใดไม่หลับเลย
โสภณ เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
สวัสดีปีใหม่จ้ะท่านอาจารย์
สำราญเริงรื่นชื่นสุขสันต์
คิดหวังสิ่งใดจงได้ครัน
ทุกวันสุขเกษมเปรมปรีดิ์.......
...............................................
เย้ๆๆๆๆๆ ! เป็นกลอนบ้างแล้วใช่ไหมเนี่ยะ....?
(แต่คงแค่กลอนประตู กลอนหน้าต่าง..ก็ยังดีเนาะ..อิ+อิ)
แพ้ เสียงเด็กร้องไห้ ค่ะอาจารย์
ลองอ่าน ภาษาต่างด้าว ดู พบคำว่า รัก
ชาติ เรา ร่วม ด้วย ฝ่าฝัน ยิ่ง ชีพ :)
งามทั้งภาพ
งามทั้งถ้อยคำกวีครับผม
ขอบคุณสำหรับคำอำนวยพรปี 2555นะครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ในที่สุดแล้ววันเวลาก็ผลักเรา
เดินหน้ามาอีก 1 ปี
Thanks for giving inspiration.
คุณหมอประเวศ กล่าวไว้ว่า
ขอบคุณที่แวะมาทักทายให้กำลังใจ