หากจะเปรียบเทียบกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ของคุณครู ที่จำเป็นต้องรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลเสียก่อน การนิเทศก็เช่นเดียวกัน เราควรมีข้อมูลครูเป็นรายบุคคลเพื่อจะเลือกใช้เทคนิคการนิเทศให้เหมาะกับบริบทของครูท่านนั้นได้
ตั้งแต่กลางเดือนมานี้ ดิฉันเดินสายพบผู้บริหารและคุณครูในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบใหม่ ตัวเองจึงต้องใช้เวลาในการคลุกคลีอยู่กับโรงเรียนนานสักหน่อย และพยายามเข้าไปเยี่ยมโรงเรียนบ่อย ๆ ด้วยปรารถนาอยากให้ทุกคนในโรงเรียนรู้สึกว่าศึกษานิเทศก์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นน้องที่จะมาให้ความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน รวมทั้งคอยให้กำลังใจ-ยั่วยุ-กระตุ้นทั้งผู้บริหารและคุณครูในการพัฒนาศิษย์
ก่อนเข้าเยี่ยมโรงเรียนใด จะโทรศัพท์ประสานผู้อำนวยการโรงเรียนให้รับทราบกำหนดเวลาและวัตถุประสงค์การเข้าไปนิเทศเสียก่อน รวมถึงไม่ลืมที่จะขอเข้าไปในโรงเรียนแต่เช้า เพื่อจะได้เห็นบรรยากาศของโรงเรียนตั้งแต่นักเรียนมาโรงเรียนจนกระทั่งถึงเวลากลับบ้าน แน่นอน...กว่าดิฉันจะกลับออกมาจากโรงเรียนก็ราวห้าโมงเย็นเศษทุกครั้งไป
หลังจากที่นักเรียนทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จสิ้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้พูดคุยกับผู้บริหารตามลำพัง อันที่จริงแล้วการออกนิเทศคราวนี้พวกเราศึกษานิเทศก์มีประเด็นที่ต้องการเห็นพัฒนาการของโรงเรียนในเรื่องใดบ้าง ซึ่งแบ่งเป็น 5 ด้าน นั่นก็คือ 1) ด้านสภาพแวดล้อม 2) ด้านการบริหารจัดการ 3) ด้านการดำเนินงานตามนโยบาย 4) ด้านงานวิชาการ และ 5) ด้านผลงานและผลสำเร็จ....เป็นอันว่าต้องทำความเข้าใจกับผู้บริหารเสียก่อนว่า ตัวดิฉันจะมาช่วยผู้บริหารทำงานตามประเด็นเหล่านี้ ไม่ใช่มาประเมินหรือมาจับผิดใด ๆ ทั้งสิ้น
ต่อจากการพูดคุย สัมภาษณ์ สอบถามตามประเด็นของเครื่องมือนิเทศ ดิฉันก็เริ่มเก็บข้อมูลของครูแต่ละคนจากผู้บริหาร เพื่อรวบรวมข้อมูลรายบุคคลของคุณครูโดยครอบคลุมในเรื่องครองตน ครองคน ครองงาน จากนั้นจึงค่อย ๆ เยี่ยมไปทีละชั้นเรียน เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์สมทบกับข้อมูลที่ได้จากผู้บริหารมารอบหนึ่งแล้ว ถึงเวลาพักกลางวันก็จะหยุดการเยี่ยมชั้นเรียนไว้ก่อน พักรับประทานอาหารที่ดิฉันตั้งใจเตรียมใส่ปิ่นโตมารับประทานกับเพื่อนครู รับประทานไปพลาง ดูนักเรียนทำกิจกรรมช่วงพักกลางวันไปพลาง บ่ายจึงเยี่ยมชั้นเรียนต่อ สุดท้าย...หลังเลิกเรียนนักเรียนกลับบ้านแล้ว จะเชิญคุณครูทุกท่านร่วมพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง
ตลอดวันที่เราได้คลุกคลีตีโมงอยู่ในโรงเรียน ซึ่งหากเป็นโรงเรียนใหญ่ จะใช้เวลาอยู่กับเขาสองถึงสามวัน จะทำให้เราได้เห็นสภาพจริง ได้พูดคุยสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน ได้ทราบความต้องการของผู้บริหารและคุณครูว่าอยากให้เราช่วยเหลือในเรื่องอะไรบ้าง มีอะไรดี ๆ ที่เราเห็นแต่คนในโรงเรียนไม่รู้ตัว เราก็จะได้ช่วยชี้ช่อง ต่อยอดให้กัน การรวมตัวกันในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เป็นการเอื้อให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ตัวเองชวนคุณครูทำ PLC เล็ก ๆ ในโรงเรียนของตัวเอง ในโอกาสหน้าดิฉันขอจับมือกับคุณครูทุกคนไว้ว่า จะขอเข้าไปสังเกตการณ์สอนของครูแต่ละคน ๆ ละ 1 ชั่วโมงเมื่อคุณครูพร้อม ถึงช่วงนั้นอาจจะได้ลองทำ Lesson Study กันดูบ้างสักตั้ง
หากจะเปรียบเทียบกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ของคุณครู ที่จำเป็นต้องรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลเสียก่อน การนิเทศก็เช่นเดียวกัน เราควรมีข้อมูลครูเป็นรายบุคคลเพื่อจะเลือกใช้เทคนิคการนิเทศให้เหมาะกับบริบทของครูท่านนั้นได้ แม้จะทำได้ไม่ง่ายนักเพราะบริบทของครูซับซ้อนกว่านักเรียนหลายเท่า มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากมายก็ตาม แต่ถ้าเราไม่แสวงหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับครูไว้บ้าง รบร้อยครั้งก็อาจจะแพ้ทั้งร้อยครั้งก็ได้กระมัง...
ดีจังเลยครับพี่กุ้ง
ครูน่าจะลองทำ lesson learned ดูบ้าง
ครูที่สุพรรณบุรี
พัฒนาไปไกลมากกว่าที่อื่นๆครับ