ภาวะวิกฤติ : บทเรียนของการจัดการข้อมูล
การจัดการข้อมูลข่าวสารสารสนเทศด้านสาธารณสุข (Health Management Information)
ในยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคที่หลายคนมักพูดว่า เป็นยุคโลกไร้พรมแดน ทำให้ในแต่ละวันมีการบริโภคข้อมูลข่าวสารมากมายเกินความจำเป็น จนบางทียากในการแยกแยะว่า อะไรควรเชื่อหรืออะไรเกินที่จะเชื่อ ปัญหาหลายอย่างในสังคม สะท้อนมาจาก "สื่อที่ไม่มีคุณภาพ" โดยขาดการควบคุมหรือกลั่นกรองหรือจงใจสื่อสารเพื่อ "ประโยชน์บางอย่างจากบางสิ่ง"
การจัดการข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุข (Health Management Information:HMIS) มีความจำเป็นต่อผู้ตัดสินใจกำหนดนโยบาย ต่อผู้ให้การรักษาหรือผู้รับบริการ ในการดูแลหรือปกป้องสุขภาพของประชาชน WHO ได้อภิปรายถึงเหตุผลสนับสนุนถึงผลดีหลายประการ เช่น 1) สามารถตรวจจับและควบคุมโรคอุบัติใหม่ หรือปัญหาสุขภาพที่มีการระบาดได้ 2) ช่วยติดตามกำกับงานให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายและเกิดความเป็นธรรม 3) เสริมพลังอำนาจบุคคลหรือชุมชนให้เข้าใจข้อมูลสารสนเทศที่เชื่อมโยงสุขภาพ และขับเคลื่อนงานบริการให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น 4) ทำให้เกิดความเข้มแข็งของข้อมูลที่เป็นนโยบายทางสุขภาพเชิงประจักษ์ เช่น นวัตกรรมหรืองานวิจัย และ 5) พัฒนาเรื่องธรรมาภิบาล ระดมแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ และการสร้างความมั่นใจของคนที่ใช้ข้อมูลในการทำงาน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลแบ่งได้ 5 ประเด็นหลัก คือ ตัวกำหนดปัจจัยด้านสุขภาพ (health determinants) ปัจจัยนำเข้าของระบบสุขภาพ (health system inputs) ผลผลิตของระบบสุขภาพ(health system outputs) ผลลัพธ์ของระบบสุขภาพ (health system outcomes)และสถานะทางสุขภาพ (health status) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการวางแผนงานด้านสาธารณสุข กลวิธีหรือเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมีหลากหลาย ขึ้นกับระดับของการนำข้อมูลไปใช้ เช่น ข้อมูลสำมะโนประชากร สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ชุมชนถึงระดับโลก เป็นต้น
ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติเช่น สถานการณ์มหาอุทกภัยของประเทศไทยปีนี้ ที่มีความสูญเสียมหาศาลทั้งระยะสั้นและระยะยาว ส่วนที่สำคัญที่ทำให้เกิดความล้มเหลวในการบริหารจัดการในภาพรวมคือ ข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ทันการณ์ ไม่ถูกต้อง ไม่จริงใจ หรือใช้ความเชื่อส่วนตนภายใต้ข้อมูลที่ไม่เป็นวิชาการและขาดทักษะในการคาดการณ์หรือบริหารจัดการเชิงระบบ เป็นต้น หรือในการสำรวจสุขภาพประชากรไทย ปี 2551 บทเรียนที่ได้มีมากมายเช่น การเก็บข้อมูลควรจะทำความเข้าใจกับทีมงาน/กลุ่มเป้าหมายเรื่องวัตถุประสงค์ ภาระงาน/กิจกรรม การประสานงาน สร้างทักษะและความรักความผูกพันในงาน (spirit) เป็นต้น
จากหลากหลายแนวคิด/บทเรียนในการทำงาน สิ่งที่สำคัญสำหรับคนทำงานหรือคนรับผลจากการเสนอข้อมูลนั้น ต้อง "เท่าทัน" และ "ตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบอย่างมีหลักการ" "เผื่อความผิดพลาด"ที่อาจสอดแทรก และต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่อคติ จึงจะทำให้สังคมมั่นคงในอนาคต
เสนอมุมมอง โดย ราณี วงศ์คงเดช
ผู้จุดประกายแนวคิด รศ.สมเดช พินิจสุนทร
21 /12/2554