ความฝันในการทำสิ่งที่ดีๆเพื่อสังคม ของหลายคน มีรูปแบบและวิธีการที่แตกต่างกัน เมื่อมีหนังสือสะสมไว้เป็นจำนวนมาก หลายคนมีความคิดเหมือนน้องดาว คือ อยากนำหนังสือที่มีนั้น มาทำห้องสมุดให้หลายคนได้อ่าน

 

หนังสือเหล่านั้น ใช้เวลาเลือกหา และจ่ายเงินซื้อด้วยตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากที่จะมีโอกาสได้ทำสิ่งที่คิดไว้นั้นด้วยตัวเอง

เหมือนน้องดาว alphabet

เพื่อนของครูศศิพรอีกท่านหนึ่ง มีความคิดเหมือนน้องดาว แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีเวลา และไม่มีทุน

มีแต่หนังสือใส่กล่อง กองเต็มบ้าน ให้ฝุ่นจับไปวันๆ

เธอไม่รู้วิธีการเก็บรักษาหนังสือ เหล่านั้น อยากจะไปเรียนบรรณารักษ์ แต่ก็ได้แค่คิด

อืม.. ถ้าจะทำห้องสมุด ไปถามบรรณารักษ์ก็ได้นี่นา จะได้ทำตามขั้นตอนที่เป็นระบบ และมาตรฐานสากล

 

หนุ่มซ่อมมอเตอร์ไซต์ได้ยินเรื่องนี้แล้ว พูดขึ้นมาทันที ทำไมคิดยากจัง

ถ้ามีหนังสือเก็บไว้หลายๆเล่ม ใครก็เอามาทำห้องสมุดได้ทั้งนั้น ไม่อยากจะเชื่อเลย คนที่มีหนังสือเยอะ แสดงว่า อ่านเยอะ มีความรู้เยอะ หาหนังสือได้เก่ง รู้แหล่งข้อมูล

ถ้าอยากมีความรู้เรื่องการทำห้องสมุด ทำไมไม่ใส่ใจหาความรู้ในเรื่องนั้นล่ะ หามาอ่านให้ได้ความรู้ ก็จะทำได้เอง

เออ.. จริงของเค้า ทีหนังสือเรื่องอื่นๆ ยังสามารถซื้อหามาอ่านได้ แล้วทำไมไม่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับห้องสมุดมาอ่านให้ได้แนวทางที่ชัดเจน และทำได้จริงๆบ้างล่ะ

หนุ่มซ่อมมอเตอร์ไซต์บอกว่า ไม่อยากเชื่อว่า เพื่อนของครูศศิพร รวมถึงน้องดาว ไม่รู้ว่าจะทำยังไง

ถ้าให้หนุ่มซ่อมมอเตอร์ไซต์ทำห้องสมุดหรือ เขาบอก จะทำห้องสมุดเพื่อชีวิตและจิตใจ จากความรู้ เวลา และทุน ที่น้องดาว ศิริรัตนาและหลายคนบอกว่า เป็นอุปสรรคสำคัญนี่แหละ

 

จะ ไปยากอะไร ก็ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านไงล่ะ ถ้ายังไม่มีก็ไปบอกผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน เดี๋ยวก็จะร่วมแรงร่วมใจมาสร้างให้ลูกหลานใครๆก็อยากให้ลูกหลานมีความรู้ กันทั้งนั้น เจ้าของหนังสือ ก็ขนหนังสือมาให้อ่าน ถึงเวลาก็เก็บ

แค่นี้หนังสือก็ถูกใช้แล้ว
คิดง่ายๆแบบหนุ่มมอเตอร์ไซต์ก็แบบนี้แหละครับ หนังสือที่มีก็จะถูกอ่านไปเรื่อยๆ

ข้อสังเกตของหนุ่มมอเตอร์ไซต์บอกว่า คนที่มีความรู้มาก มีข้อมูลเยอะ ย่อมมีมาตรฐานสูง การลงมือทำอะไรต้องสมบูรณ์และดีที่สุด เลยคิดให้ยากๆ ทำยากๆ ใช้ทุน ใช้เวลา ใช้ความรู้เยอะ บางทีอาจจะไม่สามารถทำสิ่งที่ตั้งใจได้เลย

บาง ทีความคิด ความฝันของน้องดาว และอีกหลายคนอาจจะคิดในลักษณะที่ไกลตัวจนเกินไป จนทำให้สิ่งนั้น ต้องรอจังหวะ รอเวลาที่จะลงมือทำ หากคิดใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด ประเมินจากสิ่งที่มีอยู่รอบๆตัว ความคิด ความฝันที่มีนั้น อาจจะสามารถประยุกต์ให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงในวันนี้ได้เลย

เหมือนการปลูกต้นไม้ ย่อมต้องใช้เวลาในการดูแลรักษา รดน้ำพรวนดิน จนต้นไม้เติบใหญ่ให้ร่มเงา ออกดอกผล ให้เจ้าของได้เฝ้ามองการเติบโตในแต่ละช่วงเวลา

ความ ฝันก็เช่นกัน หากไม่ลงมือเสียที แล้วเราจะมีเวลามากแค่ไหน ในการเฝ้ามองการเติบโตในแต่ละช่วงเวลา เหมือนต้นไม้ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ …..