พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ
คนพาลเท่านั้น ไม่สรรเสริญทาน
ณ บัดนี้ จักได้อธิบายขยายความสุภาษิต ตามที่ได้ลิขิตไว้ในเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาปฏิบัติ แก่พุทธบริษัทเป็นลำดับต่อไป
คำว่า คนพาล หมายถึงคนโง่ไม่มีปัญญา ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักสัทธรรม อันมีโพธิปักขิยธรรม ๓๗ อริยสัจจ์ ๔ เป็นต้น จึงต้องวนเวียนอยู่ในวัฏฏะตลอดไป ส่วนคำว่า ทาน หมายถึงการให้ การให้ปันสิ่งของของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ซึ่งหากพิจารณาในแง่ของของที่ให้ แยกได้เป็น ๓ คือ สามีทาน คือสิ่งของที่ให้ ดีกว่าที่ผู้ให้ใช้สอย สหายทาน คือสิ่งของที่ให้ เสมอกับที่ผู้ให้ใช้สอย และ ทาสทาน คือสิ่งของที่ให้ ต่ำกว่าที่ผู้ให้ใช้สอย การให้ จะมีอานิสงส์มากหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสมบัติ ๓ ของทาน คือ จิตตสมบัติ สมบัติแห่งจิต เจตนาในการให้ควรบริสุทธ์ทั้ง ๓ กาล นั่นคือ ปุพพเจตนา อันเป็นเจตนาก่อนการให้ มุญจนเจตนา อันเป็นเจตนาขณะให้ และ อปราปรเจตนา อันเป็นเจตนาหลังการให้ ไทยธรรมสมบัติ ไทยธรรมถึงพร้อม คือของที่ให้ เป้นของที่ได้มาโดยชอบ และ เขตสมบัติ บุญเขตต์ถึงพร้อม ผู้รับเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นเนื้อนาบุญของโลก หากสมบัติทั้งสามนี้ถึงพร้อม ทานก็จะมีอานิสงส์มาก ซึ่งส่งผลให้ผู้ทำทาน อันเป็นหนึ่งในวิธีการทำบุญตามบุญกิริยาวัตถุ ได้รับสิ่งประเสริฐต่างๆตามปรารถนา คือ การได้รูปร่างสวย เสียงดี มีโภคะ เป็นอิสระ การได้เป็นพระราชาอิสระ การได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และสมบัติคือนิพพาน การได้วิโมกข์ การได้สาวกบารมี ปัจเจกโพธิ และพุทธภูมิ เพราะผลของการทำทานประเสริฐและมากมายอย่างนี้ บัณฑิตจึงสรรเสริญทาน จึงมีแต่คนพาลเท่านั้นที่ไม่เห็นคุณค่าของการทำทาน การทำทาน นอกจากจะเป็นการเกื้อกูลกันในสังคม ผลของทานอันเป็นบุญ ยังติดตามเป็นที่พึ่งแก่ผู้ทำในโลกหน้าอีกด้วย สมดังสุภาษิตที่มีมาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ที่ว่า
ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ
บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
คำว่า บุญ เป็นทั้งเหตุและผล ที่ว่าเป็นเหตุ คือ เป็นสิ่งที่ควรทำ เป็นสิ่งที่ชำระบาป ที่ว่าเป็นผล คือเป็นผลของการกระทำที่เป็นความสุข คำว่า สัตว์ คือสัตว์ที่ยังวนเวียนอยู่ในวัฏฏสงสาร เนื่องจากสัตว์ทั้งหลายล้วนมีกรรมเป็นของตน ต้องรับผลจากการกระทำของตนทั้งดีและร้าย และเนื่องจากสัตว์ทั้งหลายล้วนไม่ปรารถนาพบพานโทษทุกข์ จึงควรสร้างบุญเพื่อเป็นที่พึ่งแก่ตนในโลกหน้า เพราะมีเพียงขุมทรัพย์ชนิดที่เรียกว่า อนุคามิกะ หรือขุมทรัพย์ตามตัวทางคุณธรรมเท่านั้น ที่ติดตามสัตว์ไปได้ในทุกที่ หลังแต่ตายเพราะกายแตก มีเพียงขุมทรัพย์ชนิดนี้เท่านั้นที่เป็นที่พึ่งแก่สัตว์ทั้งหลายได้ ซึ่งขุมทรัพย์ชนิดนี้ สัตว์ทั้งหลายสร้างได้ด้วยการรักษาศีล การมีสัญญมะ คือการฝึกสมาธิและอินทริยสังวร การมีทมะ คือการฝึกตนให้พ้นจากกิเลส และการทำทาน ดังนั้น ทาน จึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่สัตว์ควรกระทำเพื่อพบสิ่งประเสริฐต่างๆ และเป็นที่พึ่งแก่ตน
สรุปความว่า การทำทานเป็นสิ่งที่เราควรกระทำ เพราะนอกจากจะเป็นการเกื้อกูลกันในสังคมแล้ว ทาน ยังเป็นหนึ่งในการทำบุญตามบุญกิริยาวัตถุ อันส่งผลประเสริฐนานับประดารแก่ผู้ทำ บัณฑิตล้วนสรรเสริญทาน จะมีก็แต่คนพาลเท่านั้นที่ไม่เห็นคุณค่าของการทำทาน คุณค่าของการให้ สมดังสุภาษิตที่ยกมาเป็นนิกเขปบทนั้นว่า
พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ
คนพาลเท่านั้น ไม่สรรเสริญทาน
มีนัยตามที่ได้พรรณามาโดยประการฉะนี้ฯ
ตอนสอบน่าตีมาก ที่เขียนปุญฺญานิ ซึ่งเป็นพหุวจนะ เป็นเอกวจนะ
ลายมือไม่สวย กับเขียนภาษาบาลีที่กระทู้รับเพี้ยน จะสอบตกมั๊ยนี่
โยม ณัฐรดา,
อ่านสำนวนโยมแล้ว... หมั่นใจได้เลยว่า "สอบผ่านแน่นอน"... ขออนุโมทนาในความตั้งใจดีของโยม และขอให้หมั่นศึกษาต่อไป เพื่อประโยชน์ตน ผู้อืน และประโยชน์ในภายหน้า... เจริญพร
สาธุ สาธุ ครับท่าน
นมัสการพระคุณเจ้าหรรษา
ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจเจ้าค่ะ
ข้อมูลบางส่วนที่ใช้ประกอบการเขียนก็ได้จากคู่มือที่พระคุณเจ้าและทีมงานร่วมกันทำไว้เป็นหนังสือนั่นแหละค่ะ (ไปได้มาจากศูนย์หนังสือที่วัดมหาธาตุ)ต้องถือโอกาสขอบคุณไว้ด้วย
บางส่วนก็ได้จากอรรถกถาในพระไตรปิฎกเจ้าค่ะ
นมัสการลา
สวัสดีค่ะ อ. JJ
ขอบคุณที่แวะมานะคะ
ขอบคุณดอกไม้
จากคุณทิมดาบ ,อ. JJ และ อ.ณัฐพัชรด้วยค่ะ
ส่งกำลังใจ พบสุขสงบ ดั่งใจปรารถนา นะคะพี่ณัฐ
ขอบคุณครับ สำหรับธรรมะดีดี
ขอบคุณคุณปูมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องซอมพอ
เห็นภาพวาดของน้องซอมพอที่คุณพ่อรวบรวมไว้ตั้งแกลอรี่แล้ว ต้องบอกว่า ชื่นชม ค่ะ