เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา ผมและคุณสายัณห์ ปิกวงค์ ได้รับเชิญให้ไปเล่าประสบการณ์ในการจัดการความรู้ของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ให้แก่นักส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์มจากทุกจังหวัดและเขตทั่วประเทศ รวม 140 คน ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กำหนดการเท่าที่ทราบคือช่วงระหว่าง 10.30 - 12.00 น. เราเดินทางจากกำแพงเพชรตั้งแต่วันที่ 27 สิงห์หาคม ถึงโรงแรมประมาณ 5 โมงเย็น เลยถือโอกาสนำภาพมาฝากชาว Gotoknow.org ครับ

ภาพจากห้องพักมองเห็นสะพานข้ามแน่น้ำเจ้าพระยายามเย็นๆ

สองภาพนี้มุมเดียวกันแต่ถ่ายคนละเวลา มองออกไปทางทิศตะวันออก
ตอนเช้าเราก็เดินสำรวจสถานที่กันตามปกติ ซึ่งเพิ่งรู้ว่าเวลาของเราคือช่วงเย็น 15.30 น. งานนี้เลยได้ร่วมสัมมนากับเพื่อนๆ นักส่งเสริมด้วยเป็นของแถม

บนเวทีที่จัดไว้สวยงาม

บริเวณห้องสัมมนา และการจัดบูธจากเขตต่างๆ
เวลาที่เราได้เล่าประสบการณ์เพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ นักส่งเสริมการเกษตร เริ่มจริงๆ เวลา 16.45 น. จนถึง 17.30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่มากนัก แต่ผมและคุณสายัณห์ก็ได้ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา ตั้งแต่ตอนเช้า เพราะเราเตรียมเนื้อหาไว้ประมาณ 1.30 - 2 ชั่งโมง ก็ได้ปรับกันจนนาทีสุดท้าย เพื่อให้เพื่อนๆ นักส่งเสริมการเกษตรได้เห็นภาพของการจัดการความรู้ และให้เกิดความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเวลาที่จำกัด เราตกลงและออกแบบและดำเนินกระบวนการกันดังนี้ครับ
- เริ่มด้วยการชม วีซีดีของ สคส. เรื่องปัญหามาปัญญามี ตอนที่ 1 ไปดูชาวบ้านจัดการความรู้เรื่องดิน เหตุที่ใช้วีซีดีเพราะเวลาน้อย และต้องการให้เห็นกระบวนการเรียนรู้ของชาวบ้านอย่างง่ายๆ และใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที เป็นการนำเข้าสู่บทเรียน KM
- พี่สายัณห์ จะเป็นคนเริ่มต้นเพื่อเล่าและกระตุ้นให้เห็นอีกมุมมองหนึ่งซึ่งชาวบ้านจัดการความรู้ได้เอง ซึ่งเป็นมุมที่แตกต่างไปจากการให้ความรู้โดยนักวิชาการ (ต้องการให้เห็นตรงกันข้ามเพื่อกระตุกคิด)
- ลำดับต่อไปผมจะเป็นคนเล่ากระบวนการพัฒนานักส่งเสริมและเกษตรกรไปพร้อมๆ กัน โดยใช้การทำงานตามโครงการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน แต่ใช้ PAR เป็นเครื่องมือ
- เปิดให้ซักถามและสรุปทั้ง 2 คน

บนเวที และภาพที่มองมาจากบนเวที
บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ก็เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ทุกขั้นตอนผมก็พยายามหักมุมให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่พวกเราไม่คุ้นชิน ก็คิดว่าได้ทำดีที่สุดแล้วเพราะเวลามีเพียงเท่านี้ ส่วนรายละเอียดทีมคณะผู้จัดก็ได้นำบทความของผม 4 ตอน คือ 1) กว่าจะมาเป็นการจัดการความรู้ 2) การจัดการความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร 3) สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรกับการจัดการความรู้ และ 4) นักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ เป็นเอกสารประกอบการสัมมนา ซึ่งผมก็แนะให้อ่านเพิ่มเติมเผื่อจะได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

พี่สุรัตน์ สมตน จากเขต 1 ชัยนาท (คนยืนล่าง)
ก่อนปิดเวที ได้มีคำถามในลักษณะของการเล่าแบบอ่อนล้าของเพื่อนนักส่งเสริมการเกษตร มีทั้งขาดขวัญกำลังใจ ทำแล้วไม่เห็นได้อะไร เงินเดือนก็ตันแล้ว ฯลฯ ซึ่งผมก็ไม่ได้ตอบในประเด็นคำถามเหล่านี้ แต่ก็ได้ให้สะท้อนมุมมองของผมเองเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนก็คือ เราต้องรู้จักการให้กำลังใจตัวเราเอง
สุดท้ายพี่สุรัตน์ สมตน จากเขต 1 จังหวัดชัยนาท ซึ่งผมเคยเห็นพี่เขามีความเข้าใจKM เมื่อไปงานสรุปKMครึ่งปีของกรมฯ ที่กำแพงเพชรมาแล้ว ได้ปิดท้ายอย่างน่าคิดสรุปความได้ว่า "เราคงไม่ทำงานเพื่อหวัง 2 ขั้น แต่เราทำเพราะเราเป็นทรัพย์สินของสังคมนี้"
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. และขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ นักส่งเสริมการเกษตรที่อยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก
เข้ามาดักไซบันทึกดี ๆ จาก Blogger ดี ๆ ชอบึนี้จังครับ"เราคงไม่ทำงานเพื่อหวัง 2 ขั้น แต่เราทำเพราะเราเป็นทรัพย์สินของสังคมนี้"
เข้ามาดักไซ…ความรู้…ต่อจากน้องชายขอบครับ ดูเหมือนว่านักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ น่าจะคือนักส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ (คุณอำนวย) การเกษตร..นะครับ ละคำว่า กระบวนการเรียนรู้ ในฐานที่เข้าใจกันแล้วก็ได้ บังอาจเสนอแนะครับ
เรียน อาจารย์ชายขอบ
เรียน ครูนงเมืองคอน
เรียน พี่ชาญวิทย์
เรียน พี่ธุวนันท์